คอลัมนิสต์ : บิ๊กแชมป์

3 ประเด็นท้าทายงานคุมทีมชาติไทยเฟส 2 ของ อากิระ นิชิโนะ

7 ต.ค. 2562
 
ดูเหมือนงานเตรียมทีมฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ของ อากิระ นิชิโนะ ในช่วงเฟสสอง จะมีอุปสรรคไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องอาการบาดเจ็บของลูกทีมแบบรายวัน
 
ล่าสุด กุนซือชาวญี่ปุ่นวัย 64 ปี ต้องตัดสินใจให้ ชนาธิป ถอนตัวออกจากทีม หลังมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ระหว่างวอร์มร่างกายกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ต้นสังกัด และคาดว่าต้องพักฟื้นอย่างน้อย 2 สัปดาห์
 
เท่ากับว่า ตั้งแต่ที่ นิชิโนะ เข้ามาคุมทีมชาติไทยในฐานะกุนซือ เขาต้องเผชิญปัญหาแข้งหลักบาดเจ็บและต้องถอนตัวจากทีมไปแล้วถึง 4 รายไล่ตั้งแต่ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, พีรดล ฉ่ำรัศมี, ทริสตอง โด และ ชนาธิป สรงกระสินธ์
 
งานเฟส 2 ของ อากิระ นิชิโนะ จึงเป็นเรื่องที่แสนท้าทายความสามารถของเขา 
 
ก่อนที่จะนำ ช้างศึก พบกับ คองโก ในเกมกระชับมิตร วันที่ 10 ตุลาคม และพบกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก วันที่ 15 ตุลาคม 2562
 
และนี่คือ 3 เรื่องท้าทาย อากิระ นิชิโนะ ที่ต้องวางแผนเพื่อแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า
 
 
1. จอมทัพจำเป็น
กลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที เมื่อทีมชาติไทยยืนยันอย่างเป็นทางการว่า เกมที่จะพบกับ คองโก และ ยูเออี ช่วงเดือนตุลาคม จะไม่มีนักเตะที่ได้รับการยอมรับว่า ดีที่สุดตอนนี้ในแดนสยาม อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์
 
แถมเป็นเรื่องที่ตัดสินยากของ อากิระ นิชิโนะ ว่าจะหานักเตะคนไหนเข้ามาทดแทน ถึงขั้นที่ต้องปรึกษาหารือกับทีมงานสตาฟฟ์โค้ชในส่วนของผู้เล่นที่เรียกเข้ามาแทน ก่อนจะมีการตัดสินใจ
 
ก่อนเกิดหักมุม “ชนิดโจ๊กเกอร์ยังงง” เมื่อหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ประกาศเรียก ชนานันท์ ป้อมบุบผา กองหน้าจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เข้ามาแทน
 
เรียกได้ว่า เราไม่สามารถคาดเดาวิธีการคิดและการจัดการทีมของ อากิระ นิชิโนะ ได้เลย แม้กระทั่งตัวแทน “เมสซี่เจ” 
 
แต่เรื่องท้าทายคงไม่น่าใช่การประกาศชื่อแน่นอน แต่มันคือการจัดกระบวนรบครั้งใหม่ของทีมไทยว่าจะออกมาในรูปแบบใด
 
โดยกูรูหลายสำนักกำลังเชื่อว่า สิ่งที่ นิชิโนะ ทำตอนนี้ คือ การแสดงความตั้งใจอย่างมั่นคงว่า เขาต้องการให้ ธีรศิลป์ แดงดา เข้ามารับหน้าที่จอมทัพจำเป็นในช่วงที่ไม่มี กองกลางจาก คอนซาโดเล่ ซัปโปโร 
 
การมอบเบอร์ 18 ให้มุ้ยและการให้สัมภาษณ์ของ นิชิโนะ ในเชิงที่ว่า เขามีข้อมูลใช้งานธีรศิลป์ มาตั้งแต่เจ้าตัวค้าแข้งอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว
 
บทสรุปเป็นไงอันนี้ต้องลุ้นกัน
 
 
2. ทัศนคติเกมรุก 
จากเฟสแรกที่ นิชิโนะ เรียกกองหน้า ศุภชัย ใจเด็ด ติดทีมชาติไทยคนเดียว ก่อนถูกวิจารณ์ว่า พอหรอ? 
 
ก่อนเอาตัวรอดเสียงวิจารณ์มาได้ ด้วยการเสมอ เวียดนามแบบไร้สกอร์ แล้วมากู้ศรัทธาเกมบุกถล่ม อินโดนีเซีย 3-0 
 
แต่พอเข้า เฟสสอง กุนซือวัย 64 ก็ได้เรียกกองหน้านับรวม ชนานันท์ ป้อมบุบผา คนล่าสุดที่เข้ามาแทน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ตอนนี้เป็น 4 คนแล้ว
 
ต่อจาก ธีรศิลป์ แดงดา, ศุภชัย ใจเด็ด และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา
 
ทำไม หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ถึงต้องการผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าเพิ่มมากขึ้นกว่าเท่าตัว คงยากที่จะรู้
 
แต่สิ่งหนึ่งที่แสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด คือ นิชิโนะ ต้องการสร้างความท้าทายในการแย่งชิงตำแหน่ง ตัวทำเกมรุก
 
ซึ่งเปรียบเป็นละคร ก็ไม่ต่างจาก พระเอกรูปหล่อในสนามหญ้าสีเขียวขจี
 
โดยการ ทัศนคติแบบนี้ ก็เป็นมาตรฐานให้นักเตะไทยที่ต้องการรอดรูเข็มขึ้นต้องพัฒนาและรักษาระดับการเล่นให้คงเส้นคงวาอยู่เสมอ
 
และ ผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากความท้าทายนี้ ก็คือ ทีมชาติไทย และ กองเชียร์
 
ที่จะได้เห็นความกระหายของผู้เล่นในแนวรุกที่แท้จริง อย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน 
 
 
3. เป้าหมายคือชนะ
ย้อนกลับมาที่คำประกาศของ อากิระ นิชิโนะ ที่กล่าวช่วงต้นของการรับงานแม่ทัพฟุตบอลไทย ว่า
 
“เป้าหมายแรก ของผม คือ นำช้างศึกทวงเบอร์หนึ่งอาเซียนอีกครั้ง”
 
เท่ากับว่า เขาต้องนำทีมไทยไม่แพ้ชาติอาเซียนตอนลงสนามพบกัน และต้องทำผลงานเหนือกว่าชาติในอาเซียนในทัวร์นาเมนต์อื่นๆ
 
ทั้งในศึกฟุตบอลโลก 2022, ซีเกมส์ 2019 และ ฟุตบอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย
 
ฟังดูลื่นหู แต่จริงๆ ยากลำบากพอสมควร 
 
แต่ผู้นำที่ดีคือ ต้องทำตามในสิ่งที่ตัวเองพูดเอาไว้ให้ได้ 
 
โดยเชื่อว่า อากิระ นิชิโนะ ได้ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีเกี่ยวกับความท้าทายเรื่องการทำงานในประเทศไทย
 
ซึ่งไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร ก็ขึ้นอยู่ที่กองเชียร์และผู้บริหาร จะให้ทิศทางของวงการฟุตบอลไทยออกมาเป็นเช่นไร
 
ยิ่งนัดต่อไปในศึกฟุตบอลโลก 2022 ทีมไทยต้องมีคิวดวลกับ ยูเออี ที่ปัจจุบันเป็นทีมมีพรรษาด้านฟุตบอลเหนือกว่าไทย
 
ทำให้ ความคาดหวังของแฟนบอลไทย ต่อ กุนซือจากแดนซามูไร พุ่งสูงเป็นทวีคูณ
 
สังเกตได้จากยอดการจำหน่ายบัตรเข้าชมเกมไทยพบยูเออี และ กระแสในโซเชียล ที่เทใจเชื่อมั่นว่า นิชิโนะ จะเอาอยู่แน่นอน
 
โดยถ้าความคาดหวังไม่เป็นอย่างใจก็อยากให้เรากองเชียร์ไทยได้ย้อนกลับไปดูเป้าหมายของ นิชิโนะ ที่ประกาศไว้ว่า 
 
“เป้าหมายแรก ของผม คือ นำช้างศึกทวงเบอร์หนึ่งอาเซียนอีกครั้ง”
 
เพื่อไม่ให้เกิด กระแสเซ่นผลงานเหมือนในอดีต
 
 
บิ๊กแชมป์