คอลัมนิสต์ : BoyDacZ

รับเลือก - เลือกรับ

5 พ.ย. 2562
 
สถานการณ์ในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ยังคงไม่เป็นที่แน่นอนต่อไป เมื่อสองเกมต่อจากนี้ยังไม่มีผลการแข่งขันออกมา
 
อูไน เอเมรี่ จะมี 5 วันอันตรายกับสองเกมที่เหลือนับจากนี้ก่อนเบรกทีมชาติ
 
“ฟอร์มแย่ ที่นั่งไม่เต็มสนาม เจอเสียงโห่ และผลการแข่งขันไม่เป็นตามต้องการ”
 
นี่คือสิ่งที่บ่งบอกถึงความผิดพลาดในการทำงานของ อูไน เอเมรี่
 
ในยูโรป้า ลีก ก่อนเกมบุกเยือน วิกตอเรีย สถานการณ์ค่อนข้างง่ายสำหรับทีมปืนใหญ่ เมื่อเก็บชัยชนะมาแล้วสามเกมรวด ถ้าพวกเขาชนะในเกมนี้ และ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ไม่แพ้ สตองดาร์ ลีแอช ปืนใหญ่จะการันตีการเข้ารอบต่อไป และส่งวิกตอเรียตกรอบทันที
 
เกมนี้ รีส เนลสัน ซึ่งบาดเจ็บมาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม จะยังไม่มีส่วนร่วมกับทีมต่อไป แต่ก็มีข่าวดีเมื่อเขาลงเล่นในทีมสำรองได้แล้ว โดยลงเล่นไป 45 นาที ในเกมสำรองที่เอาชนะ สเปอร์ส 3-1 ส่วนนักเตะคนอื่นไม่มีอาการบาดเจ็บพร้อมเป็นทางเลือกให้ทีม ขึ้นกับว่า อูไน เอเมรี่ จะเลือกใครติดทีมไปบ้างในรอบนี้ โดยคาดว่าจะมีการประกาศ 18 ผู้เล่นที่จะออกเดินทางในวันอังคารนี้
 
แต่ที่น่าห่วงกว่านั้นคือเกมถัดมา ซึ่งจะไปเยือน คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม บ้านของ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมฟอร์มแรงของลีกในช่วงต้นฤดูกาลนี้ และเป็นคู่แข่งโดยตรงของปืนใหญ่ในการลุ้น TOP 4 โดยตรง ถ้าแพ้ที่นั่น แต้มจะโดนทิ้งห่างออกเป็น 9 คะแนน เมื่อผ่านไปเพียง 12 เกมลีกเท่านั้น แต่ถ้าพลิกฟอร์มกลับมาได้ช่องว่างจะเหลือเพียง 3 คะแนนทันที
 
เกมกับเลสเตอร์ จึงเป็นเกมสำคัญมากอีกเกมในฤดูกาลนี้
 
สถานการณ์ข่าวการหาตัวแทน อูไน เอเมรี่ ก็ยังมีการเล่นข่าวต่อเนื่อง เช่นเดียวกับรายละเอียดของสัญญาของเขา ที่เชื่อกันว่าถ้าครบสองปีในการคุมทีม อาร์เซน่อล สามารถแยกทาง หรือมอบสัญญาใหม่อีกหนึ่งปีให้กับเขาได้ ขึ้นกับการเจรจา และผลงานของอูไนเมื่อถึงวันนั้น และถ้าตัดสินใจแยกทางกันเมื่อจบฤดูกาล อาร์เซน่อล จะไม่เสียค่าชดเชยอะไรทั้งสิ้น ขณะที่หากแยกทางกันก่อนจบฤดูกาลนี้ มีค่าชดเชยอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านปอนด์
 
มองจากความเป็นไปได้ ถ้าอูไน เอเมรี่ รอดพ้นการโดนปลดออกจากตำแหน่งจนถึงสิ้นปี 2019 ได้ก็น่าจะได้อยู่จนจบฤดูกาล ดังนั้นในช่วงนี้จึงเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของเขาอย่างที่สุด ว่าจะประคองผลงานของทีมให้บอร์ดไม่หัวร้อนสั่งลงดาบเขาได้หรือไม่
 
เฟรดริค ลุงเบิร์ก, มิเคล อาร์เตต้า, ปาทริค วิเอร่า หรือ เธียร์รี่ อองรี คืออดีตนักเตะที่มีชื่อพัวพัน หากมีการเปลี่ยนแปลงเฮดโค้ช ซึ่งดูแล้วสองรายแรกเท่านั้นที่มีโอกาส สองรายหลังคนหนึ่งกำลังฟอร์มทีม เก็บประสบการณ์ในฝรั่งเศส อีกคนดูแล้วไม่น่าจะเลือกกลับมารับงานโค้ชในเร็ววันนี้
 
ลุงเบิร์ก มีประสบการณ์คุมทีมเยาวชนมาก่อนแล้ว ได้รับคำชื่นชมมากพอสมควร ก่อนจะย้ายขึ้นมาทำงานเป็นผู้ช่วยของอูไน เอเมรี่ ตามตำแหน่งงานแล้วหากเกิดการปลดขึ้นมา เขาน่าจะได้รับโอกาสอย่างน้อยก็คือการคุมทีมชั่วคราว เพราะ ฆวน คาร์ลอส คาร์เซโด้ มือขวาอีกคนนั้นมาพร้อมกับอูไน เอเมรี่ หากเกิดอะไรกับงานของอูไน เขาก็น่าจะออกจากทีมไปด้วยกัน
 
“เฟรดดี้” คุ้นเคยกับนักเตะในทีมอยู่แล้ว ด้วยความเป็นอดีตนักเตะของทีม และทำงานกันมาก่อนกับทีมเยาวชน เขาจะได้รับการยอมรับได้ไม่ยาก ตรงนี้จะคล้ายกับ มิเคล อาร์เตต้า ที่แม้จะออกจากทีมไปหลายปีแล้ว แต่เขาเป็นอดีตกัปตันทีมปืนใหญ่มาก่อน ถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงจริง และเขาหรือ ลุงเบิร์กได้รับเลือก ก็ไม่น่ามีปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์ภายในทีม ทั้งกับผู้เล่น และสตาฟฟ์แต่อย่างใด
 
ปัญหาคือเรื่องของผลงานที่ทั้งสองคนไม่เคยคุมทีมชุดใหญ่มาก่อนเลย
 
ลุงเบิร์ก เคยไปทำงานกับ โวล์ฟส์บวร์ก ในเยอรมัน ตอนนั้นเป็นมือขวาให้กับ อันเดรียส ยองเคอร์ ที่ย้ายออกจากอาร์เซน่อลไปรับงานที่นั่น และหนีบเขาไปด้วย สุดท้ายทำงานได้ประมาณ 7 เดือนเท่านั้น ยองเคอร์ก็โดนไล่ออก และลุงเบิร์ก ก็ตกงานอยู่พักใหญ่ ก่อนกลับมาเริ่มใหม่กับอาร์เซน่อลกับงานโค้ชในทีมเยาวชน
 
อาร์เตต้า หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพในปี 2016 เขามุ่งหน้าทำงานโค้ชทันที และเลือกรับคำชวนของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไปเป็นผู้ช่วยที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงวันนี้สามปีแล้วที่เขาทำงานที่นั่น ศึกษางานของรุ่นพี่จากบาร์ซ่าโดยตรง และเขาได้รับการยกย่องจากเป๊ปว่ามีความสามารถดีพอคุมทีมได้ในอนาคต
 
กีฬา และการแข่งขัน ไม่ใช่สิ่งที่จะใช้ตรรกะใดที่ตายตัวในการสรุปว่า ต้องทำอย่างไร ทีมถึงจะเป็นผู้ชนะ
 
บางครั้งเล่นดีแต่แพ้ บางครั้งเล่นแย่แต่ชนะ และหลายครั้ง ประสบการณ์มากแค่ไหนก็ไม่พอจะเอาตัวรอดในการคุมทีม
 
โค้ชที่ประสบความสำเร็จกับทีมใหญ่ หรือโค้ชที่ผลงานดีกับทีมกลางตาราง หรือทีมเล็ก ต่างเก่งด้วยกันทั้งคู่ เก่งบนเป้าหมายที่แตกต่างกัน ปัจจัยแวดล้อมที่ต่างกันเป้าหมายของแต่ละทีมที่ไม่เหมือนกันในแต่ละฤดูกาล
 
หากเราคุมลิเวอร์พูล เป้าหมายคือแชมป์พรีเมียร์ลีก
 
หากเราคุมอาร์เซน่อล เป้าหมายคือพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก
 
หากเราคุมนอริช เป้าหมายคือรอดตกชั้น
 
กวาร์ดิโอล่า ก็เป็นตัวอย่างของคนที่ประสบการณ์น้อยในช่วงที่เริ่มรับงานคุมทีมใหญ่ และประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงกับบาร์เซโลน่า ที่เต็มไปด้วยเสียงที่ว่า เพราะมีนักเตะที่ดีในทีมให้เลือกใช้เยอะ แต่ถึงเวลานี้ผ่านทั้งบาเยิร์น มิวนิค มาจนถึงการทำ “4 แชมป์ถ้วน” กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาคือของจริงที่ผ่านการทำงานหนักและเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาสร้างผลงานให้ดีกว่าเดิม
 
คล็อปป์ ก็เป็นตัวอย่างของคนที่ประสบการณ์น้อยเริ่มต้นรับงานกับทีมเล็กก่อนจะยกระดับคุมทีมใหญ่ จนมาถึงวันนี้ที่เขาพาหงส์แดงได้ถ้วยใหญ่ที่สุดของยุโรป และฤดูกาลนี้พวกเขาคือทีมเต็งหนึ่งแชมป์พรีเมียร์ลีก
 
เอ็ดดี้ ฮาว คุม บอร์นมัธ ที่โชว์ผลงานล้มทีมใหญ่มาแล้วมากมาย และ “เดอะ เชอร์รี่ส์” อยู่รอดปลอดภัยในลีกมาตลอด แต่ถ้าวันหนึ่งย้ายไปคุมทีมใหญ่เขาจะทำแบบนี้ได้ไหม ไม่มีใครรู้
 
“สโมสรก็เหมือนออฟฟิศ ทีมงานก็คือพนักงานออฟฟิศ ทุกออฟฟิศก็มีข้อจำกัด และเป้าหมายแตกต่างกันออกไป”
 
ลุงเบิร์ก หรือ อาร์เตต้า ไม่ใช่ทางเลือกที่เสี่ยงน้อยไปกว่าการเลือก โชเซ่ มูรินโญ่ ที่มีข่าวกันหนักในช่วงนี้ หรือโค้ชประสบการณ์สูงทั้งหลาย อยู่ที่ว่าพวกเขาเหล่านั้น “เหมาะสมลงตัว” สำหรับอาร์เซน่อลหรือเปล่า
 
“ประสบการณ์” เป็นเพียงส่วนหนึ่งในโปรไฟล์ของบุคคลที่ทำให้รู้สึกได้ว่า “น่าจะ” เพิ่มโอกาสในการทำได้ตามเป้าหมายที่สโมสรต้องการ เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาบุคคลเข้าทำงาน
 
เมื่อได้รับโอกาสแล้วจะทำผลงานได้ดีแค่ไหน ทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้บนข้อจำกัดของการทำงานได้หรือไม่ และนั่นคือสิ่งที่ผู้จัดการทีมหลายคนเรียกมันว่าความท้าทาย
 
ในเวลานี้ อูไน เอเมรี่ ได้ “รับเลือก” และ “เลือกรับ” ความท้าทายในการทำงานที่อาร์เซน่อล แม้ผลงานของเขาจะยังไม่ใช่ตามที่สโมสร และตัวเขาเองหวัง แต่ตราบใดที่ยังได้รับโอกาส ความเป็นไปได้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ
 
ขึ้นกับว่าบอร์ดบริหารซึ่งดูแลออฟฟิศที่ชื่อว่า อาร์เซน่อล จะให้โอกาสเขาต่อไป หรือจะเลือกให้โอกาสคนอื่นบ้าง
 
สนับสนุนทีมออฟฟิศนี้กันต่อไปครับ
 
 
-BoyDacZ-