คอลัมนิสต์ : ซันเดย์

อาร์เซน่อลเลือกถูกคน

2 ม.ค. 2563
 
 
"อาร์เซน่อลเล่นเหมือน แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนโซลชามาคุมทีมใหม่ๆ ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นเหมือนอาร์เซน่อลตอนช่วงปลายเอเมรี่"
 
จำไม่ได้ว่าไปเห็นคอมเมนต์นี้มาจากทวิตเตอร์แฟนบอลที่ไหนสักที่ แต่ต้องขออนุญาตอุทานว่า "แม่ง...โคตรจริง!"
 
ไม่รู้ว่าสำหรับพวกเราแต่ละคน ตีค่า "ความเก่ง" ของผู้จัดการทีม หรือเทรนเนอร์ไว้ยังไง แต่ในมุมมองส่วนตัว กุนซือที่เก่ง คือคนที่สามารถดึงเอาศักยภาพของนักเตะออกมาได้ดีที่สุด สามารถเค้นเอาพลังของลูกทีมออกมาได้จนเหงื่อหยดสุดท้าย ส่วนแท็กติกเป็นเรื่องรองลงไปอีกหน่อย
 
นี่คือเหตุผลที่โดยส่วนตัวแล้ว ยกย่องให้ คาร์โล อันเชล็อตติ คือเทรนเนอร์ที่เก่งที่สุดที่ยังทำงานอยู่ตอนนี้
 
หากจะให้ยกตัวอย่าง คนที่เก่งเรื่องแท็กติกระดับสุดยอดคือ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่ยังน่ากังขาเรื่องการดึงเอาศักยภาพนักเตะออกมา สำหรับ มูรินโญ่ ต้องการนักเตะที่เข้ากับระบบของเขามากกว่าจะปรับเข้าหาขุมกำลัง
 
สำหรับ อาร์เซน่อล ในฤดูกาลนี้ ถือเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังอย่างที่สุด ในบรรดาทีมใหญ่ แฟนบอลอาร์เซน่อลเจ็บปวดที่สุด
 
ตอนปลด อูไน เอเมรี่ ตอนนั้นแฟนอาร์เซน่อลรู้สึกว่าได้โอกาสเริ่มต้นใหม่เสียที
 
ชื่อของ โชเซ่ มูรินโญ่ โผล่เข้ามาเป็นตัวเต็ง จากนั้นตามมาด้วยการแอบหวัง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ แม้สองคนนี้จะเคยคุมทีมคู่อริมาก่อนก็ตามเถอะ
 
เมื่อทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามแผน มูรินโญ่ ไปสเปอร์ส และ โปเช็ตติโน่ ประกาศขอพักงานก่อน ก็ตามมาด้วย คาร์โล อันเชล็อตติ ที่แยกทางจากนาโปลี
 
ไปๆ มาๆ อันเช่ กลับเลือก เอฟเวอร์ตัน อาร์เซน่อลตัดสินใจเข้าจีบ มิเกล อาร์เตต้า ทันทีหลังจากที่แพ้คาบ้านต่อ แมนฯ ซิตี้
 
มันเป็นเรื่องตลกร้าย เพราะหลายคนบอกว่าในความเป็นจริง อาร์เซน่อลสิวะ ควรได้ตัวอันเช่ ส่วนอาร์เตต้า ต้องไปเอฟเวอร์ตันเสียมากกว่า
 
จะด้วยเรื่องของเงิน ด้วยเรื่องนโยบายเบื้องบนใดๆ ก็ตาม การเข้ามาของอาร์เตต้า คือการเดินหมากที่น่าสนใจมากๆ ของ อาร์เซน่อล
 
ในช่วงสองสามปีหลัง กระแสคนหนุ่มสาวมาแรงมาก ทั้งในเวทีการเมืองทั่วโลก เวทีของกีฬาประเภทต่างๆ และรวมถึงอาชีพอย่างผู้จัดการทีมฟุตบอล
 
คนที่เราเคยดูพวกเขาวิ่งไล่หวดลูกหนัง ผันตัวมาเป็นโค้ชกันหมดแล้ว
 
สตีเว่น เจอร์ราร์ด พาเรนเจอร์ส บุกเอาชนะเซลติกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ปีนี้บี้ลุ้นแชมป์สนุกแน่นอน สถานการณ์เป็นต่อแล้วด้วย
 
แฟร้งค์ แลมพาร์ด ทำได้ดีกับดาร์บี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ต่อด้วยการนำเชลซี ยุคโดนแบนการเสริมทัพ ใช้นักเตะดาวรุ่งเป็นแกนหลัก ก็มีทรงการเล่นที่ดี เต็มไปด้วยสปิริต
 
นี่คือตัวอย่างใกล้ๆ แต่ถ้าลองไปดูในเยอรมัน ที่นั่น "ฮิต" การใช้คนหนุ่มมานานหลายปีแล้ว แอร์เบ ไลป์ซิก แชมป์ครึ่งซีซั่น "แฮร์บส์ทไมสเตอร์" มีเทรนเนอร์อย่าง ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ อายุแค่ 32 ปี
 
โลกกำลังหมุนไปในแบบนี้ อีกไม่นาน กุนซือรุ่นใหญ่จะค่อยๆ ปลดระวาง 
 
ยอดโค้ชอย่าง เป๊ป และ คล็อปป์ ที่เคยเป็นคนหนุ่มเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว พวกเขาอยู่ในวัย 40 ปลายต่อ 50 ต้น กลายเป็นรุ่นใหญ่ในวงการไปแล้ว
 
ที่ของพวกเขาถูกแทนด้วย คนหนุ่มอย่างที่ร่ายมาเมื่อสักครู่
 
มิเกล อาร์เตต้า คือหนึ่งในคนหนุ่มที่ตัดสินใจเดินออกมาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
 
ท่ามกลางข้อกังขาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ว่าเฮ้ย คุณไม่เคยคุมทีมมาก่อนเลย จะทำได้หรือ?
 
ของแบบนี้มันก็เหมือนกับที่ใครสักคนเคยว่าไว้ : ทุกคนต้องเริ่มนับ 1 ที่ไหนสักแห่งด้วยกันทั้งนั้น
 
หากสโมสรไร้ความกล้า เราคงไม่เห็น เป๊ป เมื่อปี 2008 เราคงไม่ได้เห็น ฮอฟเฟ่นไฮม์ กล้าจ้าง นาเกลส์มันน์ ในวัย 29 ปี เราคงไม่ได้เห็น ผู้พาบาร์ซ่าได้ 3 แชมป์อย่าง หลุยส์ เอ็นริเก้ หากเมื่อปี 2011 โรม่า ไม่กล้าจ้างเขา ทั้งที่เคยคุมแค่ บาร์ซ่า ชุดบี
 
อย่างที่บอก จะด้วยการเงินไม่เอื้ออำนวยให้จ้างบิ๊กเนม หรือเป็นนโยบายของสโมสรจริงๆ แต่อาร์เซน่อล ทำสิ่งที่กล้าหาญในการแต่งตั้ง อาร์เตต้า
 
อาร์เตต้า อาจไม่เคยคุมทีมใหญ่ด้วยตัวเอง แต่เขาศึกษาใกล้ชิดกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มา 3 ปีกว่า
 
ขอนินทาเป็นเรื่องขำขัน คุณเห็นท่าทางข้างสนามของ อาร์เตต้า ไหมล่ะ มันถอดแบบเป๊ป ออกมาชัดๆ กระทั่งการแต่งตัวยังคล้ายกันด้วย
 
หากมีสิ่งหนึ่งที่อาร์เซน่อล อยากให้ อาร์เตต้า คล้าย เป๊ป คงเป็นเรื่องฝีมือการคุมทีม
 
แท็กติกของกุนซือ มันเรียนรู้กันได้ ของแบบนี้สามารถเพิ่มพูนด้วยการศึกษา และด้วยประสบการณ์
 
อาร์เตต้า จะค่อยๆ เขี้ยวขึ้น ในอนาคต แต่สิ่งหนึ่งที่อาร์เซน่อลต้องการอย่างเร่งด่วน คือความสามารถในการดึงศักยภาพนักเตะออกมาให้ได้ เค้นให้ลูกทีมวิ่งจนหยดสุดท้ายเพื่อกันและกัน 
 
Go the extra mile ฝรั่งชอบพูด ใส่ 120% ไม่ใช่แค่ 100% 
 
เรื่องนี้ไม่ใช่กุนซือทุกคนที่จะทำได้ดี
 
อาร์เซน่อล ภายใต้การคุมทีมของอาร์เตต้า อาจจะไม่ชนะ 2 เกมแรก คือเสมอบอร์นมัธ และแพ้เชลซี แต่ถ้าเทียบกับสมัย เอเมรี่ หรือ ลุงเบิร์ก เราเห็นพัฒนาการชัดเจน
 
กุนซือก็กระตือรือร้น ออกมาสั่งการ จบเกมวิ่งเข้าไปติวนักเตะตัวต่อตัวทันที แบบเดียวกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป๊ะ มันแสดงให้เห็นว่าลูกพี่มีความเอาจริงเอาจังแค่ไหน
 
การเข้ามาของกุนซือใหม่ที่เป็นสัญญานดีอีกอย่างคือ ถ้าเข้ามาแล้วทำให้นักเตะทุกคน กระฉับกระเฉง สดชื่น อยากพิสูจน์ตัวเอง และพร้อมสำหรับทีม ไม่ใช่เอื่อยเฉื่อย หรือมีทีท่าขัดขืน
 
บางคนอาจเรียกว่าช่วงโปรโมชั่น แต่ถ้าดูทรงบอล นี่ไม่ใช่แค่จังหวะโปรโมชั่น
 
การยืนตำแหน่งของกองหลัง วิธีการจัดการจุดแข็งคู่แข่ง และการเล่นเกมรุกที่แม่นยำขึ้นของอาร์เซน่อลตลอด 2-3 เกมหลัง บ่งบอกว่า ทีมทีมนี้ดีขึ้นมาชัดเจนจริงๆ
 
แน่นอนว่าด้วยคุณภาพนักเตะ อาร์เซน่อลจะไปหวังลุ้นท็อป4 เลยคงยากเพราะช่วงครึ่งแรกของฤดูกาลโดนทิ้งไปเยอะ หากวันหนึ่งมีการเสริมทัพน่าสนใจ อันนั้นค่อยน่าคิด
 
เท่าที่เห็นตอนนี้ นักเตะอย่าง กรานิต ชาก้า ที่มีข่าวจะไป แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ก็ได้โอกาสลงสนาม นักเตะที่โดนเมินอย่าง เมซุต โอซิล กลับมาเป็นตัวหลักและเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง
 
มิพักพูดถึงสถิติการวิ่งต่อเกมของ โอซิล ที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของทีม
 
งัดเอาความมั่นใจของ นิโกล่าส์ เปเป้ กลับมาได้ และทำให้ ลูคัส ตอร์เรร่า กลับมาเป็นไอ้พิทบูลตัวเก่า
 
ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือสิ่งที่ มิเกล อาร์เตต้า ทำได้สำเร็จในเวลาเพียงไม่นาน
 
ถ้าใครจะบอกว่า มันเป็นแค่ความวูบวาบประเดี๋ยวประด๋าว อยากให้ลองหารูปตอนซ้อมของอาร์เซน่อลดู
 
อาร์เซน่อล เผยแพร่รูปซ้อมประจำทาง Getty Images หาดูได้
 
เราจะเห็นวิธีการที่สดใหม่ เอาจริงเอาจัง
 
นี่คือสิ่งที่แฟนบอลอาร์เซน่อลอยากเห็นมากที่สุด
 
ถึงยุคใหม่ ยุคคนหนุ่ม รถขบวนนี้กำลังจะออกจากชานชาลา สโมสรไหนปรับตัวไม่ทัน มัวจมอยู่กับวิธีเก่า วิธีเดิมๆ ระวังจะตามไม่ทัน
 
จะด้วยตั้งใจหรือจังหวะมันบังคับก็ตาม แต่อาร์เซน่อล ได้ของดีมาอยู่ในมือแล้ว ชื่อ มิเกล อาร์เตต้า
 
 
ซันเดย์