คอลัมนิสต์ : บิ๊กแชมป์

ฉลามชล รีแบรนดิ้งสู่ความสำเร็จบทใหม่

1 ก.ค. 2562
 
หลังสิ้นเสียงนกหวีดที่สนามชลบุรี สเตเดี้ยม ในเกมที่ ชลบุรี เอฟซี เฉือนชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-0 เกมประเดิมไทยลีก 2019 เลกที่ 2 
 
มองเผินๆ ก็แค่ชัยชนะธรรมดานัดหนึ่ง อย่างที่ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ชลบุรี เอฟซี แกบอกหลังเกม
 
กระนั้น ถ้ามองให้ลึกลงไป เราจะรู้สึกได้ว่าชื่อของสโมสร ชลบุรี เอฟซี อดีตแชมป์ไทยลีก 2007 เริ่มกลับมามีอิทธิพลอีกครั้ง
 
ทั้งในแง่ ผลงานในสนาม, ภาพลักษณ์ของทีมภูธรยอดนักสู้, แง่การตลาดฟุตบอลที่หายไปนาน ก็หวนกลับมาด้วยการขายบัตรเข้าชมเกมหมดเกลี้ยงเกมพบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ล่าสุด
 
ที่สำคัญ กระแสโซเชียลต่อผลงานของทีมฉลามชลเริ่มกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ทั้งหมดที่ว่ามา เงินอย่างเดียวคงซื้อไม่ได้ 
 
วันนี้ผมจึงต่อสายถึง “เสี่ยบอล” ศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีมชลบุรี เอฟซี เพื่อสอบถึงสาเหตุว่าอะไรคือปัจจัยในการพลิกสถานการณ์ครั้งนี้ ของฉลามชล ประหนึ่ง รีแบรนดิ้งใหม่อีกครั้ง
 
 
1. บทนำ? ศศิศตอบ
“ก่อนอื่นผมให้เครดิต โค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ คนแรกที่เข้ามาเปลี่ยนความกระหายของนักเตะ อย่างแรกคือ คำพูดแกตรงไปตรงมา มีลูกล่อลูกชน และด้วยความที่แกเป็นคนนอก แกก็เลยไม่เกรงใจใคร ซึ่งมันเป็นผลดีกับนักเตะชลบุรีที่ปกติอยู่กันเป็นครอบครัว เฮดโค้ชก็เจอกันตั้งแต่สมัยเยาวชน ความสนิทสนมจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
 
“แต่พอมีคนแบบพี่เตี้ยเข้ามา แกเป็นโค้ชมีคาแรกเตอร์ กระตุ้นดี พูดให้เห็นภาพเก่ง นักเตะก็ต้องปรับตัว เพื่อยกระดับตัวเองให้ได้” 
 
“ทุกๆ อย่างถูกถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานในสนามของ ชลบุรี เอฟซีใน 3 เกมที่ผ่านทั้งกับ เอสซีจี เมืองทอง, ชัยนาท ฮอร์นบิล และ บุรีรัมย์”
 
 
2. จุดเปลี่ยน? ศศิศตอบ
“ผมเชื่อว่าการเสริมทีมเลก 2 ของชลบุรี เอฟซี คือจุดเปลี่ยน เราคว้านักบอลไทย 4 คน อย่าง ดัสกร ทองเหลา, ”ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย, มงคล นามนวด และ วิทยา หมัดหลำ ซึ่งถูกมองว่า เอามาทำไม แต่ละคนอายุเยอะจะเลิกเล่นแล้ว”
 
“โดยจะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่า ชลบุรี ต้นฤดูกาล ถ้าไม่นับ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ทีมเราเต็มไปด้วยเยาวชนฝีเท้าดีแต่ประสบการณ์น้อย เพียบ”
 
“แต่พอได้ 4 แข้งไทยมา นักเตะชลบุรี เอฟซี บางคนถึงขั้นมาบอกผมว่า โอ้โหพี่ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เล่นร่วมกับ ดัสกร ได้เล่นกับ ลีซอ เพราะตอนที่ผมยังไม่เตะบอล ผมยังเห็นพี่เขาติดทีมชาติในทีวีอยู่เลย”
 
“กอปร ความเอาจริงเอาจังของนักเตะรุ่นพี่ที่ดึงเขามา โดยเฉพาะ ดัสกร ตั้งแต่มาอยู่ชลบุรี น้ำหนักแกลดไป 7 กิโลกรัม แกอยากเล่น ส่วน ลีซอ ยิ่งแล้ว เขาอยากพิสูจน์ตัวเอง อยากลงสนาม ฉะนั้นตอนซ้อมทีมเราจะเห็นว่า นักเตะทุกคนเคลื่อนที่ไปข้างหน้าในรูปแบบพัฒนาอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน”
 
“หลังซ้อม บรรยากาศความเป็นยูนิตี้ก็สูงขึ้น ดัสกร, ลีซอ ไม่รู้ว่าร้านข้าวร้านไหนที่ชลบุรีอร่อยก็พากันไปกินเป็นทีม ก่อนก็ซ้อมชวนมานั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ ความสามัคคีก็กลับมาอยู่กับทีมอีกครั้ง”
 
“ทั้งหมดมันส่งผลไปถึงในสนาม พอได้โค้ชกระตุ้นตรงไปตรงมา มีผู้เล่นประสบการณ์สูงคอยแนะนำ จุดเปลี่ยนในแง่ดีก็ปรากฏ”
 
 
3. แผนต่อไป? ศศิศตอบ
“หลังเกมชลบุรีชนะบุรีรัมย์ ลีซอ มากระซิบบอกผม “พี่ผมทำได้แล้ว แต่มันยังไม่สุด และผมจะพยายามต่อไป” คำพูดนี้มันมีคุณค่ามากสำหรับผม เพราะในวันที่ชลบุรีชนะ ก็ยังมีนักเตะที่ทำให้รู้สึกว่าสโมสรยังไปได้อีก”
 
“ผมจึงคิดว่า จากนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะเอาช่วงเวลาแห่งความสุขกลับมาที่ ชลบุรี สเตเดี้ยม อีกครั้ง แม้ว่าเราจะไม่ได้มีเงินมาก เหมือนสโมสรใหญ่ๆ แต่อย่าลืมว่า ครั้งหนึ่ง ฉลามชลก็สามารถสำเร็จได้โดยไม่ต้องจ่ายเยอะ”
 
“ซึ่งนั่นคือเรื่องที่ผมสร้างและเดินหน้าให้สโมสรแห่งนี้ประสบความสำเร็จอีกครั้ง ผมว่า ฟุตบอลถ้วย เรายังมีโอกาส เรามีโค้ชที่ประสบการณ์สูง ทีมที่แข็งแกร่ง การตลาดที่ดี และที่สำคัญ แฟนบอลชลบุรี คือ หัวใจสำคัญที่ทำให้เรามีวันนี้”
 
“ผมขอยืนยันว่า สโมสรชลบุรี จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งแน่นอน”
 
 
บิ๊กแชมป์