คอลัมนิสต์ : บิ๊กแชมป์

บุรีรัมย์ vs เชียงราย ความเหมือนบนเส้นทางที่แตกต่าง

29 ก.ค. 2562
 
ถึงตรงนี้ คงไม่ต้องอธิบาย ผลงานของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง ไทยลีก 2019 ว่าพวกเขามีดีแค่ไหนที่จะลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดของไทยเป็นครั้งแรก
 
ชนิดหายใจรดต้นคอ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าและจ่าฝูง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสโมสรมหาอำนาจลูกหนังไทย ในปัจจุบัน 
 
โดยก่อนที่ ทั้งสองทีมจะมีโปรแกรมพบกันในฟุตบอลไทยลีก 2019 นัดกลางสัปดาห์ วันที่ 31 กรกฎาคมนี้ 
 
บิ๊กแชมป์ จะพูดถึง 3 สิ่งที่ทั้งสองสโมสรมี เหมือนกัน จนแยกกันไม่ออก ถึงขั้นที่เอยได้ว่า "โมเดลนี้ท่านได้แต่ใดมา"
 
 
1. อคาเดมี่ แข็งแรง
ถ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีนักเตะอย่าง รัตนากร ใหม่คามิ ซึ่งเกิด เติบโต จนได้เข้าพัฒนาฝีเท้ากับ อคาเดมี่ของ "ปราสาทสายฟ้า" และก้าวขึ้นไปติดทีมชาติไทย สร้างความภาคภูมิใจให้คนในจังหวัด
 
เอกนิษฐ์ ปัญญา ที่ก็เกิด เติบโต จนได้เข้าพัฒนาฝีเท้าจากอคาเดมี่ของเชียงราย ยูไนเต็ดและก้าวขึ้นไปติดทีมชาติไทย ก็ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ทั้งสองสโมสรมี อคาเดมี่ แข็งแรง ไม่แพ้กัน
 
สิงห์ เชียงรายฯ มีอะคาเดมี่ เป็นของตัวเอง ซึ่งเปิดขึ้นอย่างเป็นอย่างทางการในปี 2012 ห่างจาก อคาเดมี่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเปิดในปี 2011 เพียง 1 ปีเท่านั้น
 
แม้ว่า 3 ปีที่ผ่านมา สิงห์ เชียงรายฯ จะเน้นทุ่มงบประมาณมหาศาลเสริมนักเตะเยาวชนไทยดีกรีทีมชาติไทยฝีเท้าดี อย่าง ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สุริยา สิงห์มุ้ย, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, ศิวกร เตียตระกูล, ชินภัทร ลีเอาะ 
 
จนประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์บอลถ้วยช้างเอฟเอคัพ และโตโยต้า ลีกคัพ ชนิดปีต่อระหว่างปี 2017-2018 
 
แต่ เอกนิษฐ์ ปัญญา ที่ปัจจุบันได้กลับมารับใช้ต้นสังกัดเต็มตัว ก็ถือเป็นเครื่องยืนยันความตั้งใจที่จะพัฒนาฟุตบอลไทย ของทีม กวางซ้งมหาภัย ได้เป็นอย่างดี
 
 
2. ฟุตบอล สเตเดี้ยม
ถ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีสนามช้าง อารีน่า ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นลมหายใจของแฟนบอลบุรีรัมย์ เป็นรังเหย้า ที่เปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2011  
 
สนาม สิงห์ สเตเดี้ยม ของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่เปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2012 ก็คงไม่ต่างจากบ้านหลังที่สองคนชาวเชียงฮาย ที่มีใช้กำราบคู่ต่อสู้ในเชิงลูกหนัง 
 
ด้วยความที่ทั้งสองทีมมองเห็นตรงกันว่า ก่อนที่จะทุ่มเม็ดเงินมหาศาล สโมสรควรทุ่มเงินไปกับการสร้าง สนามฟุตบอลสเตเดี้ยม ก่อนเป็นอันดับต้นๆ
 
เราจึงได้เห็นทั้งบุรีรัมย์ และ เชียงราย เทงบมหาศาลเพื่อสร้าง รังเหย้า เป็นของตัวเองก่อน 
 
จนปัจจุบัน ฟุตบอลสเตเดี้ยม ในประเทศไทย ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสโมสรที่ต้องยกระดับบอลไทยให้เติบโตสู่ระดับโลกอย่างแท้จริงไปแล้ว
 
 
3. เคยใช้กุนซือคนเดียวกันสร้างความสำเร็จให้สโมสร
กุนซือคนนั้นมีชื่อว่า อเล็กซานเดร กาม่า โค้ชชาวบราซิล ผู้เสกความสำเร็จให้ทั้งสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด  เป็นแชมป์ไทยลีก 2 สมัย, เอฟเอคัพ 1 สมัย, ลีกคัพ 2 สมัย, ถ้วย ก. 2 สมัย และ แม่โขงคัพ 1 สมัย  
 
ขณะที่ สิงห์ เชียงรายฯ กาม่าใช้เวลา 2 ปี  ดึงถ้วย แชมป์ เอฟเอคัพ 1 สมัย และ ลีกคัพ 1 สมัย มาประดับบารมีสโมสร
 
แม้ว่า หลายคนจะลงความเห็นว่า ทั้งสองทีม ต่างมีทรัพยากร ที่พร้อมจะให้ความสำเร็จเดินทางเข้าหาอยู่แล้ว
 
แต่หากก่อนนี้ ทั้ง บุรีรัมย์ และ เชียงราย ไม่ได้ฝีไม้ลายมือของ อเล็กซานเดร กาม่า เข้ามายกระดับทีม ผลลัพท์ก็อาจไม่เป็นอย่างปัจจุบันก็ได้ 
 
โดยเฉพาะ สิงห์ เชียงรายฯ ที่นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นไทยลีกปี 2010 ยังไม่เคยมีประสบการณ์ ชูถ้วย และ นำความสำเร็จมาประดับตู้ของสโมสร ได้เลย
 
จนได้อดีตกุนซือทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เสกความสำเร็จจนเป็นรากฐานให้พวกเขามั่นใจขึ้นไปท้าชิงเบอร์ 1 บอลไทยกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน
 
 
บิ๊กแชมป์