คอลัมนิสต์ : ซันเดย์

เจาะ...โคลเชสเตอร์

31 ต.ค. 2562
 
ทันทีที่การประกบคู่ คาราบาว คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศปรากฏออกมา แฟนบอลหลายคนอาจผิดหวัง เพราะไม่มี "บิ๊กแมตช์" เกิดขึ้นเลย
 
เอฟเวอร์ตัน - เลสเตอร์ คือคู่ใหญ่สุดแล้ว สูสีคู่คี่สุด
 
ที่เหลือ แมนฯ ซิตี้ ไปเยือน อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด, แอสตัน วิลล่า เจอ ลิเวอร์พูล
 
และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเจอกับ โคลเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมจาก ลีก ทู
 
ทวิตเตอร์ของโคลเชสเตอร์ รีบทวีตอย่างตื่นเต้น รัวๆ ติดกันหลายทวีต
 
มีสถิติมาฝากด้วยว่าหนสุดท้ายที่พวกเขาเจอกับแมนฯ ยูไนเต็ด ย้อนไปเดือนพฤศจิกายน 1983 โน่น เราแพ้ 0-2 เกมนั้นมี เรย์ วิลกิ้นส์ กับ ไบรอัน ร็อบสัน ลงสนามด้วยนะ
 
จากนั้นก็ถามว่าถ้าเกมลีกเปรียบเป็น "ขนมปังและเนย" พูดง่ายๆ ว่า เป็นของปกติประจำวันแล้วละก็ การเจอกับปีศาจแดงในลีก คัพ เปรียบได้กับอะไร?
 
บางคนก็ว่าเหมิอนพิซซ่ากับคาเวียร์มั้ง บางคนบอก ชีสกับไวน์ บ้างก็ว่า สเต๊กกับชิพส์ 
 
แต่บางคนกวนกว่านั้น บอกว่า แหม น่าเสียดายนะ เราอยากเจอทีมใหญ่ๆ ในพรีเมียร์ลีก แต่ดันมาเจอกับทีมที่กำลังกระเสือกกระสนในพรีเมียร์ลีกซะงั้น
 
อันนี้ว่าไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก แฟนบอลอังกฤษมีอารมณ์ขันเสมอ โม้ไว้ก่อน เอาฮาไว้ก่อน ยิ่งเป็นทีมเล็ก เพราะไม่มีอะไรจะเสีย ขอแค่วันแข่งจริงทีมเล่นสมศักดิ์ศรี สู้เต็มที่ก็แค่นั้น
 
ว่าแล้วก็มารู้จัก โคลเชสเตอร์ ชุดนี้กันหน่อยดีกว่า
 
โคลเชสเตอร์ เป็นเมืองในมณฑลเอสเซ็กซ์ ทางตะวันออกของอังกฤษ ห่างจากลอนดอนไปไม่ไกลเท่าไหร่ เป็นเมืองแรกที่พวกโรมันก่อตั้งขึ้นบนเกาะอังกฤษเลย เรียกว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่น้อย
 
ส่วนทีมฟุตบอลของพวกเขา โคลเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อตั้งขึ้นปี 1937 ไม่เคยได้แชมป์เมเจอร์รายการใดๆ เลย
 
ปีนี้พวกเขาอยู่อันดับ 8 ใน ลีก ทู ถือว่าผลงานไม่เลว นักเตะที่พอมีชื่อเสียง ก็คือ แฟร้งค์ นูเบิ้ล กองหน้าอดีตเด็กปั้นเวสต์แฮม ที่เคยดังอยู่ช่วงหนึ่ง กับล่าสุดเพิ่งได้ตัวแบ็กซ้ายวัย 23 ปีไปจากอาร์เซน่อล โคเฮน บรามอลล์
 
ที่น่าสนใจคือกุนซือของพวกเขา จอห์น แม็คกรีล ที่เริ่มต้นอาชีพกุนซือที่นี่เป็นที่แรก เริ่มจากคุมชั่วคราวในปี 2015 จากนั้นได้รับแต่งตั้งคุมถาวรในปี 2016
 
แม็คกรีล เกิดที่ลิเวอร์พูล สมัยเป็นนักเตะเล่นกองหลัง เล่นกับ ทรานเมียร์ โรเวอร์ส อีกทีมแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์นั่นแหละ แต่มาดังตอนเล่นให้ อิปสวิช ทาวน์ ในปี 1999-2004
 
ช่วงที่อยู่กับทีมม้าขาวนี่แหละ แม็คกรีล เคยลงเล่นเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วย ในช่วง 2 ซีซั่นที่อิปสวิชอยู่บนพรีเมียร์ลีกในปี 2000/01 และ 2001/02
 
ช่วง 4 เกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอ 1 ชนะ 3 โดยเกมแรกที่เสมอ 1-1 แม็คกรีล ไม่ได้ลงเล่น แต่ใน 3 เกมหลังเขาได้ลงเล่นตลอด และทีมแพ้รวด
 
แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะด้วยสกอร์ 2-0, 4-0 และ 1-0 ตามลำดับ
 
การเจอกับแมนฯ ยูไนเต็ด แล้วแพ้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าสนใจอะไร แต่ถ้ามองลงอีกนิด
 
เกมเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2000 เตะที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจ้าถิ่นชนะ 2-0 ผู้ทำทั้ง 2 ประตูให้ปีศาจแดงคือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา
 
จากนั้น เจอกันวันที่ 22 กันยายน 2001 แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่มไป 4-0 เกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กดไปอีก 2 ตุง
 
อีกเกมแมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปชนะ 1-0 แม็คกรีล ลงสนามตามเดิมแต่เกมนี้ โซลชา เป็นแค่สำรอง ลงมาในครึ่งหลังตอน ยูไนเต็ดนำไปแล้ว
 
เรียกได้ว่าตลอด 3 เกมที่เจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แม็คกรีล โดนยิงไป 7 ประตู และหากเอาแค่ว่าที่เขา ลงตัวจริงพร้อมกับ โอเล่ โซลชา 2 นัด เขาโดน โซลชา กดไปนัดละ 2 ตุง
 
สมัยเป็นนักเตะ ต้องบอกเลยว่า โซลชา ข่มแม็คกรีลมิดด้าม
 
หนนี้ กำลังจะเจอกันเป็นครั้งแรกในฐานะผู้จัดการทีม
 
แม้จะไม่เคยง่ายในช่วงหลังๆ ยามแมนฯ ยูไนเต็ด เจอกับทีมเล็กๆ ในบอลถ้วย ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นงานง่าย บางเกมต้องกระเสือกกระสนมาชนะท้ายเกม หรือว่ากันถึงจุดโทษก็มี
 
อย่างไรก็ตาม ถ้าหาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังสามารถรักษาความมุงมั่นทุ่มเทของลูกทีมได้อย่างที่เห็นในช่วง 2-3 เกมหลัง ดูแล้ว ด้วยความได้เปรียบรอบด้าน
 
การเจอกันระหว่าง โซลชา และ แม็คกรีล ในฐานะกุนซือ ก็คงจะไม่แตกต่างจากสมัยที่ทั้งคู่ดวลกันตอนเป็นนักเตะแน่นอน
 
 
ซันเดย์