คอลัมนิสต์ : มิวสิค

5 แข้งไทยลีกน่าจับโอนสัญชาติ

30 มี.ค. 2563
สวัสดีวันจันทร์กับการ Work form home ในสภาวะที่ไวรัสกำลังล้อมเราอยู่ในขณะนี้ หันไปทางไหนก็เจอแต่ข่าวโควิด-19 เต็มไปหมด จะทำอะไรแต่ละทีก็ต้องระวังไม่ให้ตัวเองไปโดนดีเข้าจนสร้างภาระให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าอีก
 
เมื่อข้างนอกมันโหดร้าย และออฟฟิศอนุมัติให้ WFH ได้ เราก็เลยขอขุดประเด็นเก่าเก็บ อย่างเรื่อง "การโอนสัญชาตินักเตะ" มาเล่นกันใหม่สักหน่อย คราวนี้เราไม่เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียอะไรกันแล้วล่ะ
 
แต่เราจะมาเลือกนักเตะกันเลย ว่าบรรดานักเตะจากต่างประเทศที่เข้ามาค้าแข้งในไทยลีกบ้านเรานั้น มีใครน่าจับมานั่งคุยเรื่องการโอนสัญชาติ หรืออยากจะลองสัมผัสเกมทีมชาติดูบ้างไหม
 
จากข้อมูลที่ทางไทยลีกรวบรวมเอาไว้นั้น เราพบว่าปีนี้ มีนักเตะต่างชาติในลีกสูงสุดบ้านเราเยอะถึง 90 คนด้วยกัน ซึ่งนับเป็นกลุ่มประเทศในเอเชีย 43 คน, อเมริกาใต้ 30 คน, ยุโรป 12 คน และแอฟริกา 5 คน
 
ซึ่งนักเตะชาติยอดฮิตที่ทีมไทยลีก เลือกใช้บริการมากที่สุดตกเป็นของ บราซิล 29 คน, รองลงมาคือ ฟิลิปปินส์ 12 คน, เกาหลีใต้ 10 คน และญี่ปุ่น 6 คนด้วยกัน ซึ่งเมื่อมันมีคู่แข่งเยอะขนาดนี้ นักเตะเหล่านี้ก็ต้องพยายามพัฒนาตัวเอง เพื่อที่จะได้ยืนอยู่ในเวทีลีกสูงสุดต่อไป
 
เมื่อผลงานดี แถมบางคนก็อยู่ไทยมานานแสนนาน บวกกับกระแสเรื่องการโอนสัญชาตินักเตะของบรรดาประเทศในแถบเอเชียเริ่มทำกันเยอะขึ้น เราก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะมองบรรดาพ่อค้าแข้งจากต่างแดนให้มาช่วยงานทัพช้างศึกของเราบ้างเหมือนกัน
 
ว่าแล้วเราก็ลองมาดูกันดีกว่า ว่าใครที่มีผลงานน่าลองเสี่ยงลงทุนโอนสัญชาติให้มาติดธงทีมชาติไทยดูบ้าง ทั้งนี้เราของดเว้นการเลือกนักเตะจากลุ่มชาติอาเซียนทั้งหมด เพื่อเลี่ยงดราม่าทั้งหลาย (แม้จะอยากเลือกไมเคิล ฟาลเคสการ์ด ของทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด มาอยู่ด้วยใจจะขาด)
 
1.เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส สโมสรการท่าเรือ เอฟซี (บราซิล, กองหน้า, 31 ปี)
เปิดมาคนแรกก็เลือกพี่ตี้เดอะแบกเลยทีเดียว คนนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าผลงานเป็นอย่างไร ยิ่งตอนนี้ย้ายไปอยู่กับการท่าเรือ เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัว ก็ยิ่งเล่นดีขึ้นทุกวันๆ จนแฟนสิงห์เจ้าท่าเรียกว่าตี้เพื่อนรักกันแล้ว
 
เรื่องความสามารถของนายตี้คนนี้ คงไม่ต้องสาธยายกันให้มากความ เพราะเจ้าตัวผลงานโดนเด่นมาหลายปีแล้ว แถมตอนที่อยู่กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยังได้ฉายาจากแฟนๆ ว่า "ตี้ เดอะแบก" มาด้วยอีกต่างหาก
 
พอย้ายไปอยู่คลองเตย บรรยากาศในสนามที่เชียร์เหมือนจะไม่ได้ดูบอลอีกแล้วในชีวิตนี้ของแฟนท่าเรือ เฮแบร์ตี้ยิ่งเล่นดีวันดีคืน ยิงประตูเก่งจนต้องร้องขอชีวิต แม้มันจะไม่ได้จบที่การเป็นประตูทุกลูกก็ตาม
 
และด้วยความที่พี่ตี้ อยู่เมืองไทยมาก็นานหลายปี บวกกับอายุอานามกำลังห้าวได้ที่ ที่ 31 ขวบ การเลือกพ่อหนุ่มจากบราซิลคนนี้มาช่วยล่าตาข่ายในสีเสื้อของช้างศึก มันก็ดูเป็นทางเลือกที่ดีใช้ได้เหมือนกัน
 
สำหรับผลงานของ เฮแบร์ตี้ ซีซั่นนี้ลงสนามไปแล้ว 4 เกม ยิงไปอีก 4 ประตูด้วยกัน
 
2.โก ซึลกิ สโมสรการท่าเรือ เอฟซี (เกาหลีใต้, กองกลาง, 33 ปี)
ก่อนจะเข้าเรื่องผลงาน ขอบ่นเรื่องชื่้อของคุณเขาก่อนเลย ใครมันเป็นคนเริ่มเรียก โก ซึลกิ ว่า โก ซุลกิ เนี่ย เห็นแต่ละทีแล้วแอบโมโหเหมือนกันนะ ชื่อเขาออกจะเพราะ มาอยู่ไทยปุ๊บโดนเปลี่ยนเฉยเลย น่าตีจริง
 
ผ่านเรื่องชื่อไป แล้วมาดูเรื่องผลงานกันบ้าง สาวกบอลไทยคงจะรู้ถึงพิษสงของพ่อหนุ่มเกาหลีคนนี้ดีอยู่แล้ว ว่าทั้งเทคนิคการยิงไกล, การปั้นเกมรุก หรือการตัดเกม คุณซึลกิคือมีครบเครื่องสุดๆ ตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแล้ว
 
หลังจากที่ย้ายมาอยู่กับการท่าเรือ เอฟซี ความสามารถของคุณเขาก็ไม่ได้ลดลงเลย แม้อายุจะปาเข้าไป 33 ปีแล้ว แต่ก็ยังยืนระยะได้พอๆ กับนักเตะอายุ 20 กว่าๆ เลยทีเดียว
 
อย่างไรก็ตาม หากทีมชาติไทยต้องการที่จะดึงตัวคุณซึลกิ มาร่วมงาน มันก็คงจะต้องรีบกันหน่อย เพราะเรื่องของอายุอย่างที่บอกไป เกิดพี่แกเลิกเล่นไปก่อนนี่เสียดายแย่
 
สำหรับผลงานของคุณซึลกิ ปีนี้ลงสนามไป 4 เกม ยิงไป 1 ประตู
 
3.เอแวร์ตัน สโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (บราซิล, กองหลัง, 30 ปี)
ดูแต่ชื่อคงจะงงกันตาแตกไปแล้ว ก็นะ เราคุ้นเคยกับชื่อ "เอเวอร์ตัน" กันมากกว่านี่นา แต่จริงๆ แล้วมันต้องเขียนว่า "เอแวร์ตัน" แหละ เพราะพี่แกมาจากบราซิล คนบ้านเดียวกับ เฮแบร์ตี้ นี่นา
 
จบเรื่องชื่อมาดูกันที่ผลงานบ้าง ปีนี้ก็อย่างที่เห็น ว่าเอแวร์ตันนั้น เล่นงานเพื่อนร่วมทีมอย่างไมเคิล ฟาลเคสการ์ด ได้แสบมากๆ ด้วยการยิงประตูตัวเอง (แบบไม่ตั้งใจ) จนเพื่อนจากฟิลิปปินส์เสียสถิติเซฟไปหน่อยๆ
 
แต่ถ้าข้ามเรื่องนั้นไป เอแวร์ตัน ถือเป็นปราการหลังที่แข็งแกร่งของแข้งเทพ ที่ยากจะล้มได้เลยทีเดียว และด้วยความแข็งแกร่งของเขานี่เอง ที่ช่วยส่งให้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รั้งตำแหน่งจ่าฝูงไทยลีก และยังไม่แพ้ใครแม้แต่เกมเดียวแบบนี้
 
แต่นอกจากทักษะในการเล่นเกมรับแล้ว สกิลการขึ้นมาทำประตูของ เอแวร์ตัน ก็ยังไม่ธรรมดาด้วยเช่นกัน ปีนี้พี่แกซัดไป 2 ตุง (แต่ในเว็บไทยลีกนับลูกเดียวนะ) และหนึ่งในนั้น มันคือการทำเข้าประตูตัวเองอย่างที่ว่านั่นล่ะ (ฮาาา)
 
สำหรับผลงานของเอแวร์ตัน ปีนี้ลงสนามไป 3 เกม ยิงไป 1 ประตู (กับทำเข้าประตูตัวเองอีก 1 ประตู)
 
4.วานเดอร์ หลุยส์ สโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (บราซิล, กองหน้า, 29 ปี)
รู้ดีอยู่แกใจว่าควรจะต้องเขียนว่า วานแดร์ หลุยส์ แต่ตอนพูดตามคือไม่ง่ายเลยจริงๆ เอาเป็นว่า คนนี้ละไว้ในฐานที่ออกเสียงไม่ได้ แม้ใจจะกรีดร้องรุนแรง ว่ามันก็ไม่ถูกต้องก็ตาม
 
ข้ามเรื่องชื่อไป (อีกแล้วนะ) มาดูเรื่องผลงานกันบ้างดีกว่า วานเดอร์ ถือเป็นนักเตะจากบราซิลอีกคนที่มีผลงานน่าสนใจมาตั้งแต่สมัยที่ยังเล่นอยู่กับสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จนกระทั่งถึงตอนนี้ที่ย้ายมาอยู่กับแข้งเทพ
 
แม้ปีนี้การระเบิดสกอร์ จะยังไม่เปรี้ยงปร้างมากนัก แต่ผลงานในสนามด้านอื่นๆ ก็ไม่ได้ลดลงเลย ซ้ำยังมีส่วนช้วยสร้างสรรค์เกม จนทีมสามารถเอาชนะคู่แข่งได้ถึง 4 เกม และครองบัลลังก์จ่าฝูงของไทยลีกอยู่ในขณะนี้ด้วย
 
สำหรับผลงานของวานเดอร์ ปีนี้ลงสนามไป 4 เกม ยิงไป 1 ประตู
 
5.จอห์น บาจโจ้ สุโขทัย เอฟซี (กองหน้า, มาดากัสการ์, 28 ปี)
มาถึงคนสุดท้ายกันแล้ว กับ จอห์น บาจโจ้ กองหน้าเล็กพริกขี้หนูจากสุโขทัย เอฟซี ก็นะ บรรดานักเตะต่างชาติในศึกไทยลีก ถ้าให้นึกชื่อใครสักคน บาจโจ้ ก็น่าจะเป็นชื่อแรกๆ ที่้คนนึกถึงเหมือนกัน
 
เรื่องความสามารถนั้น คนนี้หายห่วงเลย เพราะทั้งทักษะพื้นฐาน, ความคล่องตัว, การทำประตู มีครบทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นนักเตะที่รูปร่างเล็กกว่าชาวบ้านก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย
 
ส่วนเรื่องเดียวที่น่าจะมีปัญหา หากจะดึงบาจโจ้มาช่วยงาน ก็คือเรื่องของการลงเล่นในนามทีมชาตินี่ล่ะ เพราะว่ากัปตันทีมค้างคาวไฟ เคยลงสนามในนามทีมชาติมาดากัสการ์ มาก่อนแล้ว และมันก็จะทำให้การจัดการเรื่องดึงมาเล่นให้ทีมชาติไทยยุ่งยากนิดหน่อยด้วย
 
สำหรับผลงานของวานเดอร์ ปีนี้ลงสนามไป 4 เกม ยิงไป 3 ประตู
 
และนี่คือ 5 นักเตะต่างชาติ ที่ทำผลงานในศึกไทยลีกได้อย่างยอดเยี่ยม และน่าชวนมาเล่นในนามทีมชาติไทย ซึ่งจะว่ากันตรงๆ มันก็ไม่ได้มีแค่ 5 คนนี้ที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี แต่แข้งคนอื่นๆ ก็ยังมีอยู่อีกไม่น้อย เอาไว้โอกาสหน้าค่อยว่ากันใหม่อีกรอบ
 
ส่วนช่วงนี้ ก็อยากให้ทุกคนหนีเจ้าไวรัสโควิด-19 กันให้ดี อย่างป่วยกันไปเสียก่อน ออกจากบ้านก็ใส่แมสก์กันสักหน่อย มือก็หมั่นล้างกันบ่อยๆ บอลยังไม่กลับมาเตะ ห้ามเป็นอะไรกันเด็ดขาดเลยนะ