คอลัมนิสต์ : ซัมเมอร์ฮิลล์

หมากเด็ดคล็อปป์

21 ม.ค. 2563
 
 
แท็กติกของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ประสบความสำเร็จระดับหนึ่งจากเกมยกแรกที่แบ่งแต้ม ลิเวอร์พูล ในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่ยกสองที่แอนฟิลด์ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น...
 
รูปแบบ "หลังสาม" ถูกนำมาใช้อีกครั้งแต่คราวนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำการบ้านแก้ลำมาเป็นอย่างดี เตรียมรับมือเกมสวนกลับของปีศาจแดง ผลการแข่งขันจึงออกมาหงส์แดงชนะ 2-0 
 
สิ่งที่ชัดเจนก็คือเมื่อ ลิเวอร์พูล เสียการครองบอล ผู้เล่นจะรีบขยับปิดพื้นที่และจัดการไล่ล่าเอาลูกบอลคืนมาให้เร็วที่สุดนั่นเอง...
 
เกมรุกของ คล็อปป์ ยังคงฉกาจฉกรรจ์เหมือนเดิม สามแนวรุก ซาลาห์-ฟีร์มิโน่-มาเน่ สลับดอกกันวิ่งอย่างเมามัน แถมมีการหลอกล่อแนวรับปีศาจแดงให้ถลำตัวตามมาอีกด้วย
 
ฟูลแบ็กสองข้างของหงส์แดงยังคงเป็นจุดขาย เมื่อพื้นที่ด้านหน้าถูกเคลียร์โดยสามพระกาฬที่เบี่ยงเบนความสนใจไป เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก็จะขึ้นโจมตีทันที
 
การเปิดเกมรุกเต็มตัวของ คล็อปป์ มีการระวังป้องกันด้านหลังด้วยในจังหวะที่ โรเบิร์ตสัน ขึ้นเติมเกมรุก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็จะขยับลงมาปิดพื้นที่ด้านซ้ายทดแทนให้
 
เช่นเดียวกันกับฝั่งขวาหาก อาร์โนลด์ ขึ้นบุก เฮนเดอร์สัน ก็จะขยับไปปิดพื้นที่ทดแทนแบบอัตโนมัติเป็นการแก้ลำกระชับเกมรับไม่เปิดโอกาสให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โต้กลับฉับพลัน
 
ด้วยรูปแบบนี้ จินี่ ไวจ์นัลดุม กับ อเล็กซ์-อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน จึงมีอิสระในการเติมเกมรุกอย่างสนุกสนานนั่นหมายความว่าหงส์แดงมีทางเลือกหลากหลายมากถึง 6 ตัวด้วยกัน
 
เท่ากับว่า ลิเวอร์พูล จะกระชับเกมรับด้านหลังอยู่ 4 ตัวตลอดเวลาในรูปแบบ 4-2-4 เฮนเดอร์สัน คือฟูลแบ็กเงาที่จะคอยป้องกันเกมสวนกลับของปีศาจแดง
 
ฟูลแบ็กของ ลิเวอร์พูล จะขึ้นเติมเกมสลับกันไม่ไปพร้อมกันถ้า โรเบิร์ตสัน ขึ้นซ้าย แชมเบอร์เลน จะดันขึ้นขวา...ถ้า อาร์โนลด์ ขึ้นเกมรุก ไวจ์นัลดุม ก็จะขยับเติมด้านซ้าย
 
การเคลื่อนที่สลับตำแหน่งกันของ ซาลาห์-ฟีร์มิโน่-มาเน่ เป็นหัวใจสำคัญในเกมรุกสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับปีศาจแดงอยู่ตลอดเวลาทำให้เพื่อนร่วมทีมมีพื้นที่ในการเล่นมากขึ้น
 
ฟีร์มิโน่ ยังคงเป็นคีย์แมน ความฉลาดในการเล่นเกมทั้งการเคลื่อนที่และการจ่ายบอลมีประโยชน์อย่างยิ่ง แข้งแซมบ้าไม่ได้อยู่กับที่ให้ประกบ ดังนั้นไม่มีทางที่คู่แข่งจะจับตายได้ แถมยังช่วยเกมรับได้อีกต่างหาก
 
กลยุทธ์ของ คล็อปป์ ในเกมนี้เป็นการแก้ทางบอลของ โซลชา แบบละเอียดยิบ เกมรุกบุกได้เต็มรูปแบบเหมือนเดิม แต่เกมรับมีการกระชับรัดกุมมากยิ่งขึ้น แตกต่างจากการเจอกันนัดแรก
 
แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามจะสร้างเกมจากด้านหลัง แต่ตัวที่จะเอาบอลขึ้นเซ็ตเกมอย่าง เนมานย่า มาติช และ เฟร็ด โดนตามเป็นเงาโดย แชมเบอร์เลน กับ ไวจ์นัลดุม
 
แถมในบางจังหวะ ฟีร์มิโน่ ลงมาร่วมผสมโรงด้วย เท่ากับว่าพื้นที่แดนกลางหงส์แดงรุมกินโต๊ะ 3 ต่อ 2 เล่นยังไงก็ได้เปรียบอยู่ตลอดเวลา...
 
เมื่อเป็นเช่นนี้ ลิเวอร์พูล สามารถใช้วิธีวางบอลยาวจากแนวลึกขึ้นไปแดนหน้าให้ ซาลาห์ หรือ มาเน่ แล้วให้ ฟีร์มิโน่-ไวจ์นัลดุม-แชมเบอร์เลน ตามไปเก็บบอลจังหวะสอง
 
ประตูที่สองบ่งชี้ชัดเจนจากจังหวะ อลิสสัน เบ็คเกอร์ เปิดบอลยาวให้ ซาลาห์ หลุดเข้าไปทำประตู...ก่อนหน้านี้ เปเป้ เรน่า เคยแอสซิสต์ให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส ยิง ซันเดอร์แลนด์ เมื่อ มี.ค. 2010
 
ไม่เพียงแค่ยึดพื้นที่จุดยุทธศาสตร์แดนกลางได้เท่านั้น ในจังหวะเปิดบอลขึ้นหน้าก็ยังมีตัวรุกขึ้นไปสนับสนุนอีก...หมากเกมนี้ของ คล็อปป์ จึงได้ผลแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
 
เราจะเห็นว่า ลิเวอร์พูล สามารถเก็บบอลจังหวะสองได้บ่อยมาก ก็เพราะพื้นที่แดนกลางจะมีตัวผู้เล่นครอบคลุมมากกว่าทางฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ระบบทีมไม่แน่นหนา
 
ภาพรวมของเกมนี้คือ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สามารถเล่นเกมตรงกลางสนามได้ ถูกบีบให้ขึ้นบอลทางริมเส้นซึ่งไปได้แค่ริมๆ ขอบๆ ยากที่จะเข้าทำในพื้นที่อันตรายของ ลิเวอร์พูล
 
ทีมปีศาจแดงเปิดบอลด้านข้างในเกมนี้ 18 ครั้งแต่แทบไม่เกิดประโยชน์ เพราะในกรอบเขตโทษไม่ได้มีศูนย์หน้าที่ถนัดการเข้าฮอสหรือโถมเข้าไปจบสกอร์
 
จุดสลบจุดตายของทีมปีศาจแดงยังคงเป็นการป้องกันลูกนิ่ง ทีมของ โซลชา เสียประตูจากลูกเตะมุมมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้...
 
ทีมปีศาจแดงใช้วิธียืนโซนในการป้องกันลูกเตะมุม มากกว่าการประกบแบบตัวต่อตัว ถือเป็นการเสี่ยงอย่างยิ่ง ฟาน ไดค์ ได้ขึ้นโหม่งเต็มๆ ก็เพราะ โกเมซ ช่วยสกรีนให้
 
อาร์โนลด์ แบ็กขวาแอสซิสต์ 5 ประตูจากลูกตั้งเตะในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ เป็นสถิติที่มากที่สุดเมื่อนับรวม 5 ลีกใหญ่ในยุโรปด้วย
 
ส่วน ฟาน ไดค์ กลายเป็นเซนเตอร์แบ็กที่ทำประตูได้มากที่สุด 8 ลูกใน พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ย้ายมาสวมชุดหงส์แดงเมื่อ ม.ค. 2018 
 
เจอกันหนนี้ คล็อปป์ แสดงให้เห็นว่าเขาเหนือชั้นกว่า โซลชา มากมายด้วยกลยุทธ์ในการเล่นอันหลากหลายยืดหยุ่น จึงไม่เซอร์ไพรส์ว่าทำไม ลิเวอร์พูล ถึงมีผลงานดีขนาดนี้
 
ทีมหงส์แดงกวาดไปถึง 64 แต้มจาก 66 คะแนนเต็ม จะมีทีมไหนมาโค่นล้มยัดเยียดความปราชัยยังมองไม่ออก...
 
ในขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด หากยังคงไว้วางใจ โซลชา ทำทีมบอกตรงๆ ว่ามองเห็นอนาคตได้เลยตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ต้องเสียเวลาไปพึ่งหมอดู
 
 
ซัมเมอร์ฮิลล์