คอลัมนิสต์ : ไกด์เถื่อน

ใครเจ็บกว่า

30 มี.ค. 2563
เมื่อฟุตบอลเป็นเรื่องของชีวิต ชีวิตที่ช่วงนี้มีแต่เรื่องโควิด-19 จึงไม่อาจแยกสองสิ่งนี้จากกันได้ 
 
พรีเมียร์ลีก และลีกหัวแถวของยุโรป นาทีนี้ล้วนแต่ต้องประทับตรา "เฝ้าระวัง" กันทั้งหมด เพราะยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่ากรอบเวลาที่กำหนดไว้ จะกลับมาได้ตามนั้นจริงหรือ
 
แต่ผลกระทบก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ลีกสูงสุด มันยังมีเรื่องของลีกรอง การเลื่อนชั้นที่หมายถึงการ "เปลี่ยนชีวิต ของสโมสรผู้ชนะ ตอนนี้ก็เป็นคำถามเช่นกัน ว่าจะยังไงกันต่อดี
 
เราลองกวาดตาลงล่าง ไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นในลีกรองของ 2 ประเทศกันหน่อย
 
เพื่อค้นหาคำตอบไปพร้อมกันว่า สมมุติถ้ามีประกาศตัดจบขึ้นมาแล้ว...
 
ใคร...เจ็บกว่า?
 
 
• ที่นี่ลีดส์ • 
ไม่ต้องย้อนความทรงจำอะไรกันให้เยิ่นเย้อยืดยาว ลีดส์ ยูไนเต็ด เราต่างรู้กันอยู่แล้วว่านี่คืออดีตทีมดาวรุ่งพุ่งแรงของอังกฤษ ผู้เคยเข้าถึงรอบตัดเชือกแชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว และจากนั้นเจอพิษเศรษฐกิจจากการบริหารงานที่ผิดพลาด จนเมื่อ "หลุด" แล้วก็ไปยาว
 
"ยูงทอง" ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกด้วยการเป็นรองบ๊วยของซีซั่น 2003/04 
 
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ นับเป็นเวลา 15 ปีกับอีกเกินครึ่ง หรือจะนับเป็น "ปีที่ 16" ก็ได้
 
16 ปีแห่งฟามหลัง...
2003/04 พรีเมียร์ลีก อันดับ 19 (ตกชั้น)
2004/05 เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อันดับ 14
2005/06 เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อันดับ 5
2006/07 เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อันดับ 24 (ตกชั้น)
2007/08 ลีก วัน อันดับ 5
2008/09 ลีก วัน อันดับ 4
2009/10 ลีก วัน อันดับ 2 (เลื่อนชั้น)
2010/11 เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อันดับ 7
2011/12 เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อันดับ 14
2012/13 เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อันดับ 13
2013/14 เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อันดับ 15
2014/15 เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อันดับ 15
2015/16 เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อันดับ 13
2016/17 เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อันดับ 7
2017/18 เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อันดับ 13
2018/19 เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อันดับ 3
 
หากว่า ชปช. คัดเอา 3 ทีมหัวแถวเลื่อนชั้นขึ้นไปเลย ลีดส์ จะกลับคืนสู่ พรีเมียร์ลีก ได้ตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว (อันเต็มไปด้วยเรื่องเล่า โดยเฉพาะ Spygate มาร์เซโล่ บิเอลซ่า) แต่เมื่ออันดับ 3 ยังต้องไปเตะเพลย์ออฟต่อ ยูงทองก็ปีกหัก โดนแกะดาร์บี้ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ขวิดร่วงตั้งแต่ตัดเชือก
 
น่าเสียดาย 1) ตายในรอบเพลย์ออฟอย่างรวดเร็ว
น่าเสียดาย 2) ไม่ชนะใครเลยใน 4 เกมสุดท้าย (แพ้ 3 เสมอ 1) ของซีซั่นปกติ จนหลุดจากการเป็นรองแชมป์ 
และน่าเสียดาย 3) กับสิ่งที่มันเกิดขึ้นและ/หรือ "อาจเกิดขึ้น" ในซีซั่นนี้
 
แน่นอนว่าเป็นเรื่องต้องชมเชยกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของ บิเอลซ่า ที่แม้ซัมเมอร์ล่าสุดจะขายออกมากกว่าซื้อเข้า (เสีย เคมาร์ รูเฟ่ ไปอันเดอร์เลทช์, ปอนตุส ยานส์สัน ไปเบรนท์ฟอร์ด, ไบลี่ย์ พีค็อก-ฟาร์เรลล์ ไปเบิร์นลี่ย์) แถมวินเทอร์ยังเสีย เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ย้ายกลับอาร์เซน่อล (จากที่ยืมมาต้นซีซั่น) แต่มาตรฐานที่เป็นมาจากซีซั่นก่อน ยังไม่หลีกลี้หนีหายไปไหน
 
เริ่มต้นซีซั่นได้แจ่มแจ๋ว ชนะ 4 จาก 5 เกมแรก จากนั้นเป็นช่วง "เข้าเบรค" ชนะติดต่อกันถึง 7 นัดรวดในเดือน พ.ย. - ธ.ค.
 
อันที่จริง ลีดส์ ก็ออกลูกแผ่วปลายซ้ำเดิมรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกัน หลังจากขึ้นปีใหม่ 2020 มาแล้ว
1 ม.ค. เสมอ เวสต์บรอมวิช 1-1
11 ม.ค. แพ้ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 0-2
18 ม.ค. แพ้ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 0-1
28 ม.ค. ชนะ มิลล์วอลล์ 3-2
1 ก.พ. แพ้ วีแกน แอธเลติก 0-1
8 ก.พ. แพ้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-2
11 ก.พ. เสมอ เบรนท์ฟอร์ด 1-1
 
การเตะหลุด 7 นัดชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 4 ในช่วงดังกล่าวนี้ ทำให้เป็นโอกาสของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ในการขยับขึ้นทาบเท่าและแซงหน้าไปในบางสัปดาห์
 
แง่ดีของเรื่องนี้มีเพียงอย่างเดียว - เวสต์บรอมวิชเองก็ออกหนืด ไม่ชนะใครเลยด้วย (เสมอ 4 แพ้ 3) ช่วงรอยต่อขึ้นปีใหม่ จนไม่อาจจะทิ้งระยะเหนือ ลีดส์ ไปได้ไกล
 
ผมเคยเอ่ยถึงอยู่บางครั้งใน "บ่ายนี้ที่วีว่าซอค" ว่าดูทรงดูวี่แวว "16 ปีแห่งความหลัง" อาจจะต้องเพิ่มตัวเลขขึ้นไปอีก และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงตรงไหน
 
ยังดี๊... ยูงทองฮึดทัน กลับมาเข้าฝักเข้าฟอร์มเข้าร่องแข้งอีกหนในช่วงกลางเดือน ก.พ. เป็นต้นมา
15 ก.พ. ชนะ บริสตอล ซิตี้ 1-0
22 ก.พ. ชนะ เร้ดดิ้ง 1-0
26 ก.พ. ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 1-0
29 ก.พ. ชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 4-0
7 มี.ค. ชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 2-0
 
เด็กๆ ของ "เอล โลโค่" คืนฟอร์มได้ถูกที่ถูกเวลา พร้อมๆ กันกับที่ เวสต์บรอมวิช ของ สลาเว่น บิลิช ก็สร้างความต่อเนื่องไม่ได้ยาวนานนัก
 
ตารางของ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ หลังผ่าน 37 นัด (เหลืออีก 9 เกมสุดท้าย) ก่อนเบรคหนีไวรัส จึงเป็น
1. ลีดส์ 71 แต้ม
2. เวสต์บรอมวิช 70
3. ฟูแล่ม 64
4. เบรนท์ฟอร์ด 60
5. น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 60
6. เปรสตัน นอร์ธเอนด์ 56
7. บริสตอล ซิตี้ 55
 
แต่ก็อย่างที่ทราบกัน จนถึงตอนนี้ยังคงไม่มีความแน่ชัดว่า เดอะ แชมเปี้ยนชิพ (และลีกทุกระดับในอังกฤษ) จะกลับมาเมื่อไหร่ตอนไหน และจะกลับมาได้จริงไหม ด้วยการโจมตีของพี่ไวรัสวายร้าย โควิด-19
 
ความเป็นไปได้ยังมีหลายทาง ไม่ว่าจะกลับมาเตะต่อในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า หรือ "ตัดจบ" ทำให้ซีซั่นกลายเป็นโมฆะ 
 
ยังไม่ต้องคิดถึงการโดนตัดจบ แค่การต้องเบรคไม่ได้เตะยาวเป็นเดือนๆ แบบนี้ เรื่องของ "ความต่อเนื่อง" จังหวะจะโคน ก็ไม่ได้แล้ว ถ้าสามารถเตะต่อได้ในอีก 9 เกมสุดท้าย ก็ไม่มีการันตีอะไรทั้งนั้นว่า ลีดส์ จะเข้าป้ายเป็นแชมป์ หรือแม้กระทั่งรองแชมป์
 
ทางหนึ่งที่ง่ายที่สุด (และมีการนำเสนอในช่วงที่ผ่านมา) คือ "พาสชั้น" ยก ลีดส์ กับ เวสต์บรอมวิช ขึ้นไปแบบดื้อๆ เลย แล้วทำให้พรีเมียร์ลีกซีซั่นหน้า 2020/21 มี 22 สโมสร
 
แต่ถ้าจะเลือกทางนี้...ได้ถามความเห็นชอบจากทุกฝ่ายแล้วหรือยัง?
 
 
• ที่นี่อังกฤษ • 
ยัง...ยังไม่ทุเลาลงอีก กับตัวเลขผู้ติดเชื้อบนเกาะอังกฤษ สหราชอาณาจักร ที่ยอดล่าสุด (เย็นวันจันทร์) อยู่ที่ 19,569 Total Cases
 
จำแนกแยกย่อยเป็น ผู้ป่วยปัจจุบัน Active cases 18,201 / หายแล้ว Recovered cases แค่ 140
 
ยังมีตัวเลขจำเพาะประเทศ
อังกฤษ 16,487
สกอตแลนด์ 1,384
เวลส์ 1,241
ไอร์แลนด์เหนือ 410
 
ก็อย่างที่ร่ายไว้ใน คอลัมน์เมื่อวันเสาร์ ว่าผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินคาดการณ์ไว้ว่า เป็นไปได้ที่กว่า โควิด-19 จะสิ้นซากเรียบร้อย อาจกินเวลายาวนานถึง 6 เดือน ช่วง ก.ย. / ต.ค. โน่นเลย
 
เพราะฉะนั้น นาทีนี้จึงไม่สามารถตอบได้ว่า กรอบเวลากลับมาเริ่มเล่นต้นเดือน พ.ค. อย่างเร็ว ที่พรีเมียร์ลีกตั้งไว้ จะเกิดขึ้นจริงได้รึเปล่า 
 
ความคืบหน้าอย่างเร็วที่สุด คือการประชุมศุกร์นี้ 3 เม.ย.
 
ที่พรีเมียร์ลีก ได้เปรยๆ ไว้แล้วว่าอาจต้องจำใจทำการตัดสินใจที่ยากลำบาก "difficult decisions" สักอย่างขึ้น ก็เป็นได้...
 
 
• ที่นี่เบเนเวนโต้ •  
ไม่ใกล้ชิดเบียดไหล่ชนไหล่เหมือนที่ลีดส์เป็นกับเวสต์บรอมวิช ภายใต้การนำของโค้ชปิ๊ปโป้ ฟิลิปโป้ อินซากี้ ทีมตราแม่มดสีเหลืองแดง "มาดีกว่าเพื่อน" ที่แท้ทรู สำหรับ กัลโช่ เซเรีย บี ซีซั่นนี้
 
ในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร เบเนเวนโต้ จัดเป็นไฟลั่ม "ทีมลีกรอง" ของแท้และแน่นอน เพียงแต่ก็เพิ่งไม่นานนี้เท่านั้นที่พวกเขาขึ้นมาสูดอากาศ เซเรีย อา กับเขาได้บ้าง
 
ชนะเพลย์ออฟขึ้นมาลีกสูงสุด 2017/18 และแทรกตัวขึ้นไปอยู่ในหน้าสื่อได้พอสมควรกับการเซ็นสัญญา บาการี่ ซานย่า แบ็กขวาดีกรีแข้งพรีเมียร์ลีก 10 ปี (อาร์เซน่อล, แมนฯ ซิตี้) ในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง
 
ขึ้นไปแวบเดียวแล้วเลี้ยวกลับ เบเนเวนโต้ ตกชั้นด้วยการเป็นบ๊วย ชนะแค่ 6 จาก 38 นัด  
 
ซีซั่นที่แล้ว เบเนเวนโต้ ทำได้ดีเลยกับการเข้าป้ายอันดับ 3 แต่ดันไปพลาดแพ้รอบตัดเชือกเพลย์ออฟ อดกลับเลื่อนชั้นในเพียงปีเดียว
 
แต่มาซีซั่นนี้ เบเนเวนโต้ ได้ยาดียาแรงอย่าง "โค้ชปิ๊ปโป้" เข้าไป ก็แล่นฉิวปลิวลมในทันที
 
อันที่จริง ขุมกำลังนักเตะก็ใช่ว่าจะมีใครเด่นดังนัก คุ้นชื่อหน่อยมีอย่างกัปตันทีม คริสเตียน มาจโจ้ (อดีตนาโปลี), โรแบร์โต้ อินซินเย่ (นาโปลี), เปอร์ปาริม เฮเตมาย (คิเอโว่), มาร์โก เซา (กายารี่) แต่สิ่งที่ อินซากี้ สร้างให้คือทีมที่ "แกร่งทั่วแผ่น" ยิงแต่ละเกมไม่เยอะ แต่แพ้ยากแพ้เย็นเสียเหลือเกิน 
 
ตลอดซีซั่นนี้ เบเนเวนโต้ มีหลุดหนักๆ แค่ "นัดเดียวถ้วน" ที่ออกไปแพ้ เปสคาร่า 0-4 
 
จากวันนั้นจนวันนี้ คือ
• ระยะไร้พ่าย 19 นัดติดต่อกัน
• ปลายปี 2019 ชนะ 7 นัดรวด
• ต้นปี 2020 ชนะ 6 เกมซ้อน
 
หลังจากผ่านไป 28 นัดก่อนโดนเบรค นี่คือตารางโซนบนเซเรีย บี 
1. เบเนเวนโต้ 69 แต้ม
2. โครโตเน่ 49
3. โฟรซิโนเน่ 47
4. ปอร์เดโนเน่ 45
5. สเปเซีย 44
 
20 แต้มที่ทิ้งห่าง เท่ากับเหลือแค่ "รอเวลา" ให้การเลื่อนชั้นเกิดขึ้นเป็นทางการ
 
เซเรีย บี จะเล่นกันทั้งหมด 38 นัด นาทีนี้ เบเนเวนโต้ ขอชนะเกมตัวเองอีกแค่ครึ่งเดียวจาก 10 แมตช์สุดท้าย เป็นอันจบเกม ไม่ต้องแคร์ผลของทีมผู้ตามเลยด้วย
 
ถัดจาก ลิเวอร์พูล ที่จ่อแชมป์พรีเมียร์ลีกแค่เอื้อม ก็มี เบเนเวนโต้ นี่แหละ ใสกิ๊งที่สุดกว่าใคร ในบรรดาลีกรองของชาติหัวแถว
 
 
• ที่นี่อิตาลี •
หนักหน่วงกว่าอังกฤษหลายเท่า นับวันจะยิ่งทิ้งห่าง จีน ออกไปมากขึ้นทุกขณะ
 
ยอดผู้ติดเชื้อล่าสุดของประเทศอิตาลี อยู่ที่ 97,689 Total Cases ซึ่งด้วยทรงที่เป็น ทำให้มองออกง่ายๆ ว่าจะ "ทะลุแสน" ในอีกไม่ช้า
 
เก้าหมื่นปลายๆ นั่น จำแนกแยกย่อยเป็น ผู้ป่วยปัจจุบัน Active cases 73,880 / หายแล้ว Recovered cases 13,030 และ เสียชีวิต 10,779 สูงที่สุดในโลก (สเปน ตามมาห่างๆ ที่เจ็ดพัน)
 
อิตาลี นานวันเข้าก็ยิ่งน่าเป็นห่วงขึ้น 
 
และมองไม่เห็นเลยว่า "วิถีชีวิตอันเป็นปกติธรรมดา" จะกลับคืนมาสู่สังคมเลี่ยนได้เมื่อไหร่ 
 
อังกฤษ ที่ตัวเลขสะสมสองหมื่น คาดการณ์ว่าอาจกินเวลา 6 เดือนเพื่อฟื้นตัว
 
แล้ว อิตาลี ที่กำลังจะทะลุแสนล่ะ...กี่เดือนกี่ปี?
 
 
• ใครเจ็บกว่า? • 
ในแง่ของความใกล้ชิดฟุตบอลอังกฤษของชาวเรา คงพูดได้ว่าอยากเห็น ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับคืนสู่พรีเมียร์ลีก มากกว่าจะอยากเห็น เบเนเวนโต้ ขึ้นเซเรีย อา 
 
ยูงทอง คงจัดอยู่ในหมวด "ทีมที่คิดถึง" ด้วยหลากหลายปัจจัย อันรวมถึงการเป็นอริกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
 
แต่ก็อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น การต้องพักเบรคนานๆ ทำให้ความสะดุดเข้ามาแทนที่ความต่อเนื่อง และไม่อาจมั่นใจได้ว่า ลีดส์ จะขึ้นชั้นแน่ๆ ถ้า ชปช. กลับมาเตะต่อ
 
ในแง่ของความใกล้เคียงต่อการเลื่อนชั้น ชัดเจนว่า เบเนเวนโต้ กินขาด
 
กระนั้น ก็อย่างที่เห็นกันในตัวเลขสถานการณ์ ถ้า อังกฤษ ต้องถกเถียงกันไม่รู้จบในเรื่องว่าจะเตะต่อหรือตัดจบ
 
อิตาลี...  
 
วินเชนโซ่ สปาดาโฟร่า รัฐมนตรีกระทรวงกีฬา : "มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะกลับมาเตะต่อในวันที่ 3 พฤษภาคม เร็วๆ นี้จะมีคำสั่งให้ขยายระยะหยุดพักของกีฬาทุกประเภทและทุกระดับไปตลอดเดือนเมษายน"
 
"สำหรับ เซเรีย อา ผมคาดหวังว่าพวกเขาจะพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ"
 
"สโมสรใหญ่ๆ กำลังใช้ชีวิตในฟองสบู่ มันไปไกลกว่าความเป็นจริง เริ่มตั้งแต่เรื่องเงินค่าจ้างของนักเตะ พวกเขาต้องเข้าใจว่าหลังจากวิกฤตการณ์นี้ จะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป"
 
คำกล่าวของ รมต. ท่านนี้ หมายความเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการตัดจบ กัลโช่ เซเรีย อา กำลังมีความเป็นไปได้มากขึ้นทีละน้อย เมื่อมองไม่เห็นเอาเลยจริงๆ ว่าประเทศจะพร้อมให้ฟุตบอลสามารถรันได้ต่อ เมื่อไหร่แน่
 
ด้าน ดาเมียโน่ ตอมมาซี่ อดีตกองกลางโรม่า ในฐานะประธานสมาคมนักเตะอาชีพของอิตาลี ก็เผยเช่นกันว่าเขาจะไม่ติดค้างอะไร หากการประชุมของทุกฝ่าย ได้บทสรุปถึงการโมฆะลีก
 
เพราะฉะนั้นถ้าออกรูปนี้จริง--และไม่มีการพาสชั้น เลื่อน เบเนเวนโต้ ขึ้นอัตโนมัติ ก็เท่ากับ อินซากี้ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสโมสร จะต้องอกหักครั้งใหญ่ ทิ้งขาด 20 แต้ม แต่อดเลื่อนชั้น
 
...เอาเข้าจริง ระหว่าง เบเนเวนโต้ กับ ลีดส์ ก็อาจไม่มีคำตอบที่ถูกต้องจริงๆ หรอกว่าใครเจ็บกว่ากัน -- เบเนเวนโต้ กับระยะห่าง 20 แต้มที่อาจไร้ความหมาย กับ ลีดส์ ที่รอคอยมา 16 ปี อาจต้องก้มหน้าก้มตารอต่อไป
 
กับโอกาสที่มีอยู่ตรงหน้า ถ้ามันต้องสูญสลายไป ไม่ว่าใครก็เจ็บปวดด้วยกันทั้งนั้น เสียหายด้วยกันทั้งหมด
 
ก็อีกนั่นแหละ มันจริงเสียยิ่งกว่าจริง ว่าเรื่องบางเรื่องก็เกินการควบคุมไปมาก
 
ที่สุดแล้วคงต้องปล่อยให้มันเป็นไป และปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อย ความเสียหายในเชิงฟุตบอล มันก็แค่ฟุตบอล โอกาสหน้าฟ้าใหม่ยังมี
 
แค่เอาตัวให้รอดปลอดภัยในวิกฤตโควิด-19 ได้ ก็ดีเท่าไหร่แล้ว...
 
 
ไกด์เถื่อน