คอลัมนิสต์ : ซัมเมอร์ฮิลล์

บรรยากาศมาคุ

4 มี.ค. 2563
 
 
ลิเวอร์พูล พบกับความพ่ายแพ้ 3 ใน 4 นัดรอบ 14 วัน เกมรับโดนทะลวงไป 8 ลูก มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน...
 
แอตเลติโก มาดริด, วัตฟอร์ด จนกระทั่งมาถึง เชลซี เป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของทีมหงส์แดง นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลเป็นต้นมา
 
เจอร์เก้น คล็อปป์ ตั้งธงมาตรฐานผลงานของทีมเอาไว้สูงมาก พรีเมียร์ลีก นี่แทบจะแบเบอร์ นำห่างที่สอง 22 คะแนนในขณะที่เหลืออีก 10 เกม
 
รายการใหญ่ยุโรป รอบ 16 ทีมยกแรก พลาดท่าเสียประตูเร็วให้ทีมตราหมี จากนั้นก็ไม่สามารถเอาคืนได้ทำให้เกมนัดสองที่แอนฟิลด์ ตึงเครียดหนัก
 
เอฟเอ คัพ ที่เดินทางมาถึงรอบ 16 ทีม คล็อปป์ สามารถจัดทีมชุดที่แข็งแกร่งลงเล่นได้ แต่ยังคงเปิดโอกาสให้สำรองและดาวรุ่งได้โชว์ผลงาน และก็พ่าย เชลซี 0-2 
 
เดอะ ค็อป อาจจะเสียดายที่หมดลุ้นโทรฟี่ไปหนึ่งรายการ ทั้งที่ถ้าให้ความสำคัญเต็มที่ก็ได้ลุ้น เพราะในลีกสามารถผ่อนคลายได้ หันไปเน้นบอลถ้วยสองรายการสบายๆ
 
22 แต้มที่ทิ้งห่าง หงส์แดงสามารถแพ้ได้ถึง 5 เกม แม้ว่า แมนฯ ซิตี้ จะชนะรวดก็ยังไล่ไม่ทัน...
 
อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ มีเหตุผลกับการตัดสินใจในครั้งนี้พร้อมตอบคำถามเรื่องเกมรับที่เสียประตูเป็นน้ำบ่าในช่วงหลัง
 
"เราเล่นเกมรับได้ดีเยี่ยมมายาวนาน ซึ่งปกติทีมคู่ต่อสู้จะไม่ได้โอกาสอะไรมากมายจากทีมเรา"
 
"แต่ต้องยอมรับว่า 4 เกมที่ผ่านมา เราผิดพลาดในสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป"
 
"เรามีโอกาสที่จะกลับมาเล่นดีอีก ผมไม่ได้กังวลเกี่ยวกับแนวโน้มฟอร์มการเล่นในเวลานี้...มันก็คือฟุตบอล"
 
"เกมกับ วัตฟอร์ด เราแย่จริง แต่กับเกมนี้ไม่ได้เลวร้าย"
 
"เรากรำศึกหนักต่อเนื่อง ทำให้ผมต้องเปลี่ยนผู้เล่นถึง 7 คน เกมของเราเล่นด้วยความเร็ว มันต้องใช้ความสด เราจำเป็นต้องโรเตชั่น"
 
"ส่วนเรื่องของฟอร์มการเล่นในสนาม ผมไม่ได้วิตกกังวลแต่อย่างใด"
 
แม้ว่า คล็อปป์ จะเปลี่ยนผู้เล่นถึง 7 ตำแหน่ง แต่ในทีม 11 ตัวแรกที่ เดอะ บริดจ์ ก็ยังมีผู้เล่นแกนหลักจากทีมชุดใหญ่ลงเล่นด้วยอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, โจ โกเมซ, ฟาบินโญ่ และ ซาดิโอ มาเน่
 
นอกจากนี้กุนซือเยอรมันยังใส่ชื่อ โม ซาลาห์, บ๊อบบี้ ฟีร์มิโน่ และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เอาไว้ที่ข้างสนามอีกด้วย นั่นหมายความว่าเขาก็ยังให้ความสำคัญ เพียงแต่ว่าลูกทีมไม่สามารถรีดฟอร์มเก่งออกมาได้
 
การเสียประตูเร็วเพียงแค่ 13 นาทีแรก ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพราะมันเป็น เชลซี ที่ฮึกเหิม ในขณะที่ ลิเวอร์พูล แบกรับความกดดันหนัก เห็นได้ชัดว่ายิ่งรีบยิ่งเร่งก็ยิ่งผิดพลาด
 
แฟร้งค์ แลมพาร์ด ชอบเกมเพรสซิ่งเข้าใส่อยู่แล้ว ซึ่งเกมนี้ก็ทำเหมือนทุกครั้ง เพียงแต่ว่าจังหวะพลาดของผู้เล่นหงส์แดงเกิดจากการรับ-ส่งบอลกันไม่ดีเอง รวมไปถึง อาเดรียน ที่ซองแตก
 
นายทวารกระทิงดุอาจจะดูแจ่มชัดมากหน่อย เพราะลูกยิงของ วิลเลี่ยน ที่พุ่งมาแรง แต่ก็ไม่ได้ห่างตัวมากนัก อาเดรียน ตัดสินใจสุดท้ายไม่ดี พยายามที่จะรับมากกว่าทุบทิ้งออกไป
 
ฟาบินโญ่ ก็เป็นอีกคนที่เข้าตากับการเสียบอลหน้าเขตโทษ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันกับประตูสำคัญลูกนี้...
 
มันไม่ใช่แค่เพียงผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับการเสียประตูเท่านั้นแทบจะพูดว่า ลิเวอร์พูล ทั้งทีมต่างก็เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ฟาน ไดค์ ที่เคยเป็นเสาหลัก ก็ไม่สามารถบัญชาการทัพหลังได้
 
จุดหนึ่งที่น่าสังเกตอย่างยิ่งคือทั้งสามเกมที่ปราชัย ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเสียประตูก่อน และสองจากสามเกมโดนตั้งแต่ต้นเกม เล่นไปไม่ถึง 15 นาทีแรกแล้วเอาคืนไม่ได้
 
ทางฝั่ง เชลซี ก็ขาดแกนหลักของทีมอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่บาดเจ็บ จอร์จินโญ่ ก็อยู่ข้างสนาม มันกลายเป็นไอ้หนู บิลลี่ กิลมอร์ วัย 18 ปีที่ลงมาเซอร์ไพรส์ แถมระเบิดฟอร์มแจ่มอีกต่างหาก
 
เด็กสกอตต์รายนี้ไม่ธรรมดามีข่าวว่า เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า แอบเหล่อยู่เหมือนกัน เพิ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมาทีมชุดใหญ่เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง
 
กิลมอร์ สวมบทมิดฟิลด์ตัวกลาง เล่นได้เยี่ยมมาก อลัน เชียเรอร์ อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษที่นั่งคอมเมนท์เกมอยู่ ยกให้เป็น แมนออฟเดอะแมตช์  
 
"ดาวจรัสแสงของเกมนี้คือไอ้หนู บิลลี่ กิลมอร์ อย่างไม่ต้องสงสัย"
 
"เขาทำหน้าที่หมดจด...เก็บบอล...ครองบอล...แจกจ่ายบอลไปรอบๆ...จ่ายบอลไปข้างหน้า...ป้องกันเกมรับหน้าแผงหลังเยี่ยมมาก"
 
"ผมดู เชลซี หลายครั้งในซีซั่นนี้ พวกเขาครองบอลได้ดีกับแนวทางในการจ่ายบอลของ จอร์จินโญ่"
 
"แต่เขาไม่ได้ทำอย่างที่เด็กหนุ่มคนนี้ทำ คือการการพาบอลขึ้นหน้าและจ่ายบอลทำเกมรุก นั่นคือวิธีคิดอย่างแรกของเขา"
 
"ไม่เพียงแค่นั้นเขายังเล่นเกมรับได้ดีด้วย จังหวะการเข้าสกัด...ความมั่นใจ...ทั้งที่เพิ่งจะ 18 ปีเท่านั้น เขาแสดงให้เห็นว่ามีความมั่นใจในความสามารถของตัวเอง"
 
เป็นอีกเกมที่ เชลซี เล่นได้ดีและชนะ ซึ่งตัดสลับไปมากับเกมที่เล่นแย่แล้วแพ้ ซึ่งเราเห็นบ่อยในซีซั่นนี้ เป็นปัญหาของ แลมพาร์ด ที่ต้องพยายามรักษามาตรฐานการเล่นให้ได้
 
ส่วน คล็อปป์ ก็ต้องรีบแก้ปัญหาเกมรับและดึงมาตรฐานฟอร์มการเล่นที่ดีของทีมกลับมาให้เร็ว กับเกมที่สำคัญที่สุดของฤดูกาลที่แอนฟิลด์ กลางสัปดาห์หน้า...
 
 
ซัมเมอร์ฮิลล์