คอลัมนิสต์ : ธี อุทิศ

ฤดูกาลแห่งความหวัง

18 ต.ค. 2562
 
ฤดูหนาวที่ไทยยังร้อนเหมือนเดิม ฤดูหนาวที่อังกฤษยังมาไม่ถึง แต่ที่ลิเวอร์พูลหนาวแล้ว
 
เมื่อหงส์แดงบินติดลมบนจะพบความจริง ยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งโดดเด่นยิ่งโดดเดี่ยว
 
จากอันดับ + ความคาดหวัง + กองเชียร์และกองแช่ง ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทุกจับตามองทุกฝีก้าว และที่สำคัญห้ามพลาด ไม่งั้นเละ
 
ตอนก่อนเปิดฤดูกาล อัตราต่อรองคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูลอยู่ที่ 3/1 หลังจากผ่านไป 8 นัด ชนะรวดหนีแชมป์เก่า 8 แต้ม ในสายตาร้านรับพนันถูกกฎหมายของอังกฤษปรับให้ลิเวอร์พูลขึ้นเป็นเต็ง 1 อ้างอิงจาก วิลเลี่ยม ฮิลล์ โอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของแข้งหงส์แดงอยู่ที่ 4/6
 
เรตแบบนี้ตีความได้สองอย่าง
 
ลิเวอร์พูลเข้าป้ายชัวร์ เพราะราคาจ่ายน้อยกว่าที่ลงทุน
 
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หล่นไปเป็นเต็ง 2 ที่ 11/8 กลับกันถ้าหากทีมเรือใบสีฟ้านำหงส์แดง 8 แต้ม ป่านนี้ ราคาแชมป์ของซิตี้อาจอยู่ที่ 1/5 ส่วนลิเวอร์พูล 5/1
 
หรือเพราะประสบการณ์ของร้านพูลที่เก็บข้อมูลสถิติละเอียดยิบ กังขาลูกทีมของคล็อปป์หลายเรื่อง
 
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วงนี้เจอปัญหาตัวเจ็บรุมทึ้ง เกมต้องชนะวูล์ฟแฮมป์ตันแน่ๆ กลายเป็นแพ้ซะงั้น เป็นเพราะการหายไปของ อายเมริค ลาป๊อร์กต์ และ จอห์น สโตนส์ ฤดูกาลที่แล้วยังมี แว็งซ็องต์ ก็องปานี ทดแทนทั้งเกมรับและรุก ลูกยิงไกลสุดสวยเอาชนะเลสเตอร์พาป้องซิตี้ป้องกันแชมป์ มาจากอดีตกัปตันผู้นี้
 
ปัจจุบันสภาพของ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ไม่มีสภาพกลายเป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งโจมตี แฟร์นันดินโญ่ กองหลังชั่วคราวแก้ขัดชั่วครู่
 
ตัวเลือกเกมรุกไม่หลากหลายเหมือนเดิม เลรอย ซาเน่ เจ็บ แล้วไม่รู้สมาธิ แบร์นาโด้ ซิลวา กระเจิงหรือเปล่า โดนเอฟเอตั้งข้อหาเหยียดผิว ถ้าผิดจริงสูงสุดอาจแบนยาว 6 นัด
 
จอมแอสซิสต์ปลิดวิญญาณ เควิน เดอ บรอยน์ ไม่มีใครสงสัยเรื่องฝีเท้า ปัจจุบันเขาคือตัวเปิดป้อนติดท็อปทรีของโลก แต่อาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ คอยรบกวนตลอด อย่างเกมกับวูล์ฟส์พลาดลงสนาม
 
กระนั้นท่ามกลางมรสุมปัญหา มาตรฐานหลุดโลกที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำแต้มคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 ฤดูกาลหลังสุดอยู่ที่ 100 กับ 98 แต้ม เฉลี่ยฤดูกาลละ 99 แต้ม
 
ฤดูกาลก่อน หลังแพ้ให้นิวคาสเซิ่ล พวกเขาเก็บชัยได้ทั้งหมดจาก 14 นัดสุดท้าย
 
แชมเปี้ยนส์ ลีก คือถ้วยที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามหา เป๊ป เคยได้มาแล้วกับบาร์ซ่า 2 ครั้ง ถ้าได้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เสียหาย เมื่อดูจากรูปแบบการเล่นฟุตบอลของทีมเรือใบสีฟ้าที่ เป๊ป สร้าง มีแต่คำชม นี่คือทีมที่ดีที่สุดของโลกอย่างที่ คล็อปป์ บอกนั่นแหละ
 
แชมป์ยุโรปต้องมีปัจจัยเกื้อหนุนหลายอย่าง ฝีเท้าอย่างเดียวไม่พอ การจับสลาก สภาพทีม + ฟอร์มการเล่นตอนนั้นของทั้งเราและคู่แข่ง
 
การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัยติดถือเป็นความสำเร็จระดับตำนาน ถ้าปีนี้ซิตี้ป้องกันแชมป์ลีกได้จะทำให้ เป๊ป จารึกชื่อตัวเองโลกนี้มีคนเดียวเคยทำทีมคว้าแชมป์ลีก 3 สมัยติดกันได้ในสเปน, เยอรมนี และอังกฤษ
 
ประวัติศาสตร์ฟุตบอลลีกอังกฤษเตะกันมา 132 ปี เพิ่งมี 4 สโมสร (5 ครั้ง) คว้าแชมป์ลีก 3 สมัยติดต่อกัน
 
ฮัดเดอร์สฟิลด์ (1924, 1925, 1926)
อาร์เซน่อล (1933, 1934, 1935)
ลิเวอร์พูล (1982, 1983, 1984)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (1999, 2000, 2001 และ 2007, 2008, 2009)
 
 
ผู้ท้าชิงที่น่าสงสัย
พรีเมียร์ลีกนัดสั่งลาปี 2018 โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ทำแฮตทริกถล่มอาร์เซน่อล 5-1 หลังจบเกมนี้ลิเวอร์พูลมี 54 แต้ม นำหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 10 แต้ม แต่ลงเล่นมากกว่า 1 นัด ผลต่างประตูได้เสีย ลิเวอร์พูลดีกว่า 4 ประตู
 
แต่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เล่นกับความกดดันได้ดีกว่า บุกชนะเซาธ์แฮมป์ตัน บีบช่องว่างเหลือ 7 แต้ม นัดต่อมาพบกันเอง ซิตี้ชนะ 2-1 ความห่างเหลือแค่ 4 แต้ม
 
อาการบาดเจ็บเกิดขึ้นได้ทุกทีม อลิสสัน เบ็คเกอร์ หายหน้าไปตั้งแต่นัดเปิดสนาม
 
บททดสอบที่เดอะ ค็อป ไม่อยากให้เกิด แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงยังจินตนาการไม่ออก หาก เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ โจแอล มาติป เจ็บพร้อมกันคนละเดือนเหมือนที่ซิตี้ต้องเสียคู่ปราการหลังตัวกลาง
 
แม้ ซาดิโอ มาเน่ บอกไม่เหนื่อยพร้อมเล่นทุกสัปดาห์ แต่ในโลกความเป็นจริงมีตัวอย่างให้เห็นเกลื่อนกลาด ต่อให้พร้อมลงสนาม แต่ร่างกายไม่มีทางเป๊ะ 100% ตลอดฤดูกาล ฟอร์มการเล่นไม่มีทางรักษาระดับที่ดีให้ตลอดรอดฝั่ง มันต้องมีช่วงดร็อป
 
ที่ผ่านมาปัญหาไม่ส่งผลกระทบ เมื่อ มาเน่ ฟอร์มตก หวังพึ่ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ได้ หรือถ้าสองคนนี้หลุดฟอร์ม ก็เป็น มาเน่ ที่ประคองทีม เช่นฤดูกาลก่อนยิงประตูเป็นกอบเป็นกำคว้าดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกร่วมกับ ซาลาห์
 
ลิเวอร์พูลจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ จำเป็นที่ "สามประสาน" มาเน่ & ซาลาห์ & ฟีร์มิโน่ ต้องเล่นได้ตามมาตรฐาน เจ็บได้แต่อย่าหนัก และห้ามเจ็บพร้อมกัน
 
กับบาร์เซโลน่าไม่มีทั้ง ซาลาห์ และ ฟีร์มิโน่ ลิเวอร์พูล ยังถล่มได้ 4-0 เกมอย่างนี้คนดูฟุตบอลอย่างพวกเราก็รู้ สิบปีเกิดขึ้นได้ครั้งเดียว
 
ถ้าคนนั้นคนนี้เจ็บทีมจะรักษาผลงานได้ไหม
 
ถ้าลิเวอร์พูลพลาดขึ้นมาสักนัด โดนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไล่จี้ จะออกอาการเกร็งอีกไหม
 
เพราะลิเวอร์พูลร้างแชมป์ลีกมา 29 ปี เรื่องแบบนี้จึงน่าสงสัยเป็นธรรมดา
 
 
Winter Is Coming
นัดเสมอเลสเตอร์ 1-1 เป็นจุดแรกให้ลิเวอร์พูลวืดแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อน
 
วันนั้นที่แอนฟิลด์หิมะตกหนัก ฝนเทซ้ำ เกล็ดน้ำแข็งเกาะทั่วสนาม เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ คล็อปป์ ต้องเจอเรื่องแบบนี้ สร้างความยุ่งยากให้กับลิเวอร์พูลมาก พวกเขาถนัดการเล่นบอลบนพื้นมากกว่าบอลยาวเน้นลูกกลางอากาศ
 
สัก 20 ปีที่แล้ว สนามดังของพรีเมียร์ลีกทั้ง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้องเปลี่ยนหญ้าช่วงหน้าหนาว จากปัญหาหญ้าตาย แถมพื้นดินสนามแข็งราวกับซีเมนต์ บอลกระเด้งกระดอนคุมทิศทางได้ยาก
 
แลไปข้างหน้าช่วงรอยต่อก่อนเปลี่ยนเวลาเข้าฤดูกาลหนาว คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง
 
มีคิวเตะ 7 นัด ใน 22 วัน เฉลี่ยต้องลงสนามทุก 3 วัน
 
20 ต.ค. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก, เยือน)
23 ต.ค. เกงค์ (ชปล., เยือน)
27 ต.ค. สเปอร์ส (พรีเมียร์ลีก, เหย้า)
30 ต.ค. อาร์เซน่อล (คาราบาว คัพ, เหย้า)
2 พ.ย. แอสตัน วิลล่า (พรีเมียร์ลีก, เยือน)
5 พ.ย. เกงค์ (ชปล., เหย้า)
10 พ.ย. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก, เหย้า)
 
โปรแกรมยังปรานีเด็กๆ ของ คล็อปป์ อยู่บ้าง ตรงที่ได้ปักหลักเล่นในแอนฟิลด์ 4 นัด ตัดเรื่องอาการล้าจากการเดินทางไปได้
 
ลิเวอร์พูลนั่งรถไปแมนเชสเตอร์อึดใจเดียว 31 ไมล์ (50 กิโลเมตร), บินไปเบลเยียมเตะกับเกงค์ 397 ไมล์ (638 กิโลเมตร) และเยือนแอสตัน วิลล่า 78 ไมล์ (125 กิโลเมตร)
 
รวมระยะทางเดินทางไป-กลับ เท่ากับ 1,012 ไมล์ (1,626 กิโลเมตร)
 
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ สเปอร์ส สองทีมที่ผลงานย่ำแย่ ไม่มีอะไรดีกว่าการเอาชนะลิเวอร์พูล เพื่อหาจุดเปลี่ยนของฤดูกาล ด้านกลับนี่เป็นโอกาสดีมากๆ ของลิเวอร์พูลที่จะเก็บสามแต้ม
 
หวังว่าฟ้าคงไม่ถล่มลงมาก่อนวันที่ 10 พ.ย. ที่ลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันนั้นทั้งสองทีมน่าจะยังคงอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงและรองจ่าฝูง
 
แน่นอนอยู่แล้ว การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกไม่เคยจบในเดือนตุลาคม หรือพฤศจิกายน
 
ปลายปีลิเวอร์พูลต้องไปเล่น ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2019 ที่กาตาร์ เกมเยือนเวสต์แฮมถูกยกเลิก ถ้าทิ้งไม่ขาดผู้ไล่ตามอาจทำแต้มไล่จี้ แข่งมากกว่าก็จริง แต่โยนความกดดันใส่ลิเวอร์พูลได้
 
มีโอกาสนำขาดต้องทำให้ได้ นำให้คู่แข่งไล่ตามท้อจนหมดแรงฮึดเล่นหลุดฟอร์มกันไปเอง
 
เริ่มต้นนับหลังจบแดงเดือด ลิเวอร์พูลจะมีแต้มอุ่นๆ อยู่ในมือเท่าไร
 
ผลการแข่งขันนัดนี้ จะส่งผลกระทบหลายๆ ด้านต่อพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มากที่สุด
 
 
ธี อุทิศ