คอลัมนิสต์ : ธี อุทิศ

นี่แหละ ’’เครื่องจักรสีแดง’’

6 ธ.ค. 2562
 
 
เดอะ ค็อป รุ่นใหม่ที่เคยสงสัยว่าลิเวอร์พูลต้องเล่นให้ได้ดีขนาดไหนถึงสมฉายา 'เครื่องจักรสีแดง'
 
หงส์แดงยุค 80 เป็นอย่างไรก็ให้ดูตอนนี้
 
การเคลื่อนที่ การผ่านบอล จิตวิญญาณของนักสู้ และคาแร็คเตอร์ของผู้ชนะ
 
เรื่องเล่ายิ่งใหญ่ในอดีต มีอยู่ครบถ้วยในทีมชุดปัจจุบันของ เจอร์เก้น คล็อปป์
 
WWWWWDWWWWWWWWWWWWWWWWWDWDWDDWWW
 
หลัง เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ เด็กๆ ของ คล็อปป์ สร้างสถิติไร้พ่ายเกมลีก 32 นัด ลบสถิติเดิมที่ทีมของ เคนนี่ ดัลกลิช เคยทำเอาไว้เมื่อ 32 ปีก่อน
 
ฤดูกาล 2008/09 ชาบี อลอนโซ่ กองกลางฝีเท้าเวิลด์คลาสคุมทัพแดนกลาง การต่อบอลลื่นไหลเพลินตา 'Pass & Move' ที่เคยหายไปจากหงส์แดงตั้งแต่หมดยุคการคุมทีมครั้งแรกของ 'คิง เคนนี่' กลับมาอีกครั้ง น่าเสียดายทีมไปหลุดฟอร์มในเดือนธันวาคม ทำให้หมดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรก
 
กลางยุค 90 ทีมของ รอย อีแวนส์ รื้อฟื้นเล่นสไตล์นี้ ทว่าคุณภาพเฉลี่ยของนักเตะทั้งทีมไม่ถึง ต่อบอลได้แต่ไม่มีประสิทธิภาพ
 
หัวใจของเครื่องจักรสีแดงคือ 'ทีมเวิร์ค'
 
ปรัชญาฟุตบอลบอกกับเราทุกครั้ง 'การเล่นง่ายๆ ยากที่สุด' พื้นฐานมาจากการซ้อมหนักหลายปีกว่าจะเล่นแบบนี้ได้
 
คล็อปป์ ใช้เวลา 4 ปีคืนความเป็นเครื่องจักรสีแดงให้ลิเวอร์พูล
 
สองประตูแรกเกมชนะเอฟเวอร์ตัน ซาดิโอ มาเน่ จ่ายบอลฉีกแนวรับให้ ดิว็อค โอริกี้ และ เซอร์ดาน ชากิรี่ ทำประตู
 
เมื่อเพื่อนคนหนึ่งได้บอล เพื่อนอีกคนรู้โดยอัตโนมัติว่าจังหวะต่อไปจะเล่นแบบไหน
 
ไม่ใช่แค่ทำได้กับทีมเพื่อนบ้านที่กำลังแย่ หลายเกมกับคู่ต่อสู้หลากหลาย แข้งหงส์แดงก็ทำแบบนี้ได้
 
ทักษะของ รอนนี่ วีแลน กับ สตีฟ แม็คมาน คู่กองกลางหงส์แดงยุค 80 ไม่ได้เลอเลิศ แต่ทั้งคู่จ่ายบอลคมๆ ได้เสมอ เพราะคิดเร็วกว่าคู่แข่งหนึ่งก้าว เมื่อเท้าแตะบอลก็รู้ต้องทำอะไรต่อ
 
ลิเวอร์พูลไม่ใช่ทีมเดียวที่เล่นสไตล์นี้ การผ่านบอล การเล่นด้วยทีมเวิร์ค แชมป์ทุกทีมต้องมี
 
ช่วง แมนฯ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จ เดวิด เบ็คแฮม เปิดบอลแม่น ส่วนหนึ่งเพราะเพื่อนร่วมทีมรู้ต้องไปยืนตรงไหนให้ เบ็คแฮม เปิดบอลได้ง่ายที่สุดและทีมได้ประโยชน์สูงสุด
 
เดนนิส เบิร์กแคมป์ แทงบอลทะลุช่องให้ เฟรดริค ลุงเบิร์ก เข้าไปยิง ทำได้ในระดับเดียวกับตอนที่ ดัลกลิช จ่ายบอลไปที่ว่าง ตรงนั้นจะมี เอียน รัช คอยรับบอลวิ่งเข้าไปยิงประตูแทบทุกครั้ง
 
คล็อปป์ นำข้อดีบางเรื่องในอดีตช่วงที่ลิเวอร์พูลยิ่งใหญ่กลับมาใช้
 
ดาวรุ่งกับนักเตะใหม่ ไม่ได้รับโอกาสทันที ต้องเรียนรู้ระบบก่อน ฟาบินโญ่, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, โจแอล มาติป กระทั่ง มาเน่ ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ มีที่เป็นข้อยกเว้นอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซื้อมาแล้วเล่นดีทันที
 
เครื่องจักรสีแดงกลับมาแล้ว ผลิตผลการแข่งขันตามที่ใจต้องการ เหลือแค่ผลิตแชมป์พรีเมียร์ลีก
 
ก่อนเปิดฤดูกาล คล็อปป์ ประกาศไม่ซื้อนักเตะเพิ่ม อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน หายเจ็บกลับมาเหมือนได้นักเตะใหม่ เพิ่มออปชั่นให้ อดัม ลัลลาน่า ลองเล่นในบทบาทเบอร์ 6 ทั้งอาการบาดเจ็บและฟอร์มยังไม่เข้าที่ นาบี เกอิต้า ถูกคาดหวังว่าจะมีของดีมาอวด โอริกี้ ได้คำมั่นโอกาสลงสนามมากกว่าเดิม หลังต่อสัญญายาว
 
เป็นความมั่นใจของ คล็อปป์ แชมป์ยุโรปเพียงแค่จุดเริ่มต้น
 
เด็กชุดนี้ยังปล่อยของไม่หมด เทียบกับฤดูกาลก่อน ฟาบินโญ่ เล่นได้ดีกว่าเดิม มาเน่ ผู้หิวกระหาย โอริกี้ สร้างความแตกต่างเมื่อถูกส่งลงสนาม แม้หลายครั้งถูกจับไปเล่นด้านซ้าย ลองสังเกตหลายเกมที่ทีมกำลังต้องการประตู เมื่อมี โอริกี้ อยู่ในสนาม บอลจะเล่นในกรอบเขตโทษคู่แข่งมากกว่าเดิม
 
ฤดูกาลก่อน ขนาดทีมและคุณภาพตัวจริงกับสำรอง ลิเวอร์พูล เป็นรอง แมนฯ ซิตี้
 
ตอนนี้ช่องว่าง 11 แต้มระหว่างสองทีมมันฟ้อง ลิเวอร์พูล ยกระดับตัวเองขึ้นมาอีกขั้น ส่วน แมนฯ ซิตี้ ถอยหลัง
 
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่ซื้อกองหลังเพิ่ม ตัวจริงเจ็บผลกระทบมหาศาล นักเตะหลายคนอิ่มตัว เซร์คิโอ อเกวโร่ ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดี หวังการทำประตูจากกองหน้าคนอื่นยังได้อยู่ แต่ใช้โอกาสเปลือง
 
ลิเวอร์พูล ดีขึ้นด้วยตัวเอง สวนทาง แมนฯ ซิตี้ ทำตัวเองให้แย่ลง
 
ประเด็นเกมรับหงส์แดงโดนเจาะตาข่าย 13 นัดหลังสุดจากทุกรายการ
 
ฟุตบอลก็เป็นอย่างนี้ ดีต้องชม แย่ต้องตำหนิ จะแฟนบอลหรือนักวิจารณ์มีอคติ รักทีมนี้ไม่รักทีมนั้นเป็นเรื่องปกติ
 
น่าสนใจกว่าตรงที่เบื้องหลังการชมกับด่า เป็นคำวิจารณ์ที่มีมุมมองชวนให้เราคิดตามหรือไม่ ใช้ข้อมูลเปรียบเทียบถูกไหม หรือแค่จับแพะชนแกะ จับหงส์มาชนห่าน
 
พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มีอยู่ 7 นัดที่ลิเวอร์พูลชนะด้วยสกอร์ 2-1 เกมชนะ เอฟเวอร์ตัน เป็นครั้งแรกในลีกที่เสีย 2 ประตู
 
เรื่องหลังหงส์รั่วถูกขยายใหญ่เกินจริง ตราบใดที่ชนะไม่ใช่ปัญหา
 
เพราะผลการแข่งขันคือหัวใจของกรอบการอธิบาย วิเคราะห์วิจารณ์ เรื่องฟุตบอลทั้งหมด
 
แบ็กลิเวอร์พูลเติมเกมรุกเหมือนปีกช่วยให้ทีมได้ประตูเป็นกอบเป็นกำ แน่นอนย่อมเปิดพื้นที่ว่างด้านหลัง บอลเพรสซิ่งกันทั้งแผง คู่แข่งก็รู้เล่นกับลิเวอร์พูลต้องอดทนรอจังหวะพลาด ตัดบอลได้สวนกลับเร็วจะมีพื้นที่เล่นเยอะ
 
หลังจาก ฟาบินโญ่ ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันตอนแบ็กขึ้นสูง บาดเจ็บ บางทีตลอดเดือน ธ.ค. ลิเวอร์พูลมีสิทธิ์เสียประตูทุกนัด
 
เป็นอย่างที่ ชอน ไดซ์ ผู้จัดการทีมเบิร์นลี่ย์และอาจพูดในฐานะที่ตัวเองเป็นเด็กหงส์ "ลิเวอร์พูลสามารถเอาชนะได้ แม้ไม่ใช่วันของพวกเขา"
 
ตราบใดที่ยิงได้มากเสียไม่ใช่ปัญหา การเอาชนะเกมยากๆ เปลี่ยนผลการแข่งขันจากที่กำลังจะเสมอให้เป็นชนะ ตรงนี้สำคัญที่สุด
 
การแข่งขันระบบลีก ต้องชนะให้ได้มากที่สุด จากวิธีการที่หลากหลาย จะเป็นจุดโทษ ลูกตั้งเตะ หรือยิงทดเจ็บ ได้ทั้งหมด
 
อีก 23 นัด จากจุดนี้ยังหาเหตุผลไม่ได้ว่า ลิเวอร์พูล จะพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้อย่างไร
 
ไม่คิดเรื่องแชมป์ไร้พ่าย ได้ก็ดี แต่ทำได้ยาก
 
ความเป็นจริง เดอะ ค็อป บางคนเริ่มมองมากกว่าหนึ่งแชมป์ ถ้าสถานการณ์พรีเมียร์ลีกไม่เปลี่ยนแปลงนำขาดระดับ 10 แต้ม แบ่งทีมกับสมาธิไปลุ้นถ้วยเอฟเอ คัพ กับ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เต็มที่
 
กรณีพลาด กลางสัปดาห์หน้าแชมป์เก่า ชปล. ตกรอบ ยังมี ยูโรป้า ลีก รอให้ลิเวอร์พูลเก็บเกี่ยวในฤดูกาลอันแสนมหัศจรรย์ของพวกเขา
 
 
ธี อุทิศ