คอลัมนิสต์ : ซันเดย์

ควรขายไม่ควรเก็บ

27 ธ.ค. 2562
 
 
แฟนผี มีช่วงเวลาที่เลวร้าย จากนั้นก็ดี แล้วก็กลับมาเลวร้าย สลับกันไปมา นี่คือสถานภาพของการเป็นทีมกลางตารางโดยสมบูรณ์แบบ
 
มันไม่ใช่เรื่องของแท็คติกในการเล่นกับทีมเล็กหรือทีมใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่มันมีเรื่องของแนวความคิดและทัศนคติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งในและนอกสนาม
 
ฝีเท้าไม่ดีไม่ว่า ขอให้ทุ่มเท กัดฟันสู้ มีสปิริต นี่คือสิ่งที่เราคุ้นตากันเสมอเวลาดู แมนฯ ยูไนเต็ด เล่น
 
จะว่าไป แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้หานักเตะทำยาได้จริงๆ จังๆ ยากเหลือเกิน บางคนดูเผินๆ ว่าก็ไม่เลว แต่พอย้อนกลับไปเทียบยุคก่อน มันสู้กันไม่ได้จริงๆ
 
จุดเด่นอย่างหนึ่งของปีศาจแดงที่ผ่านมา คือการให้โอกาสดาวรุ่ง
 
เฟอร์กี้ พร้อมให้โอกาสนักเตะอายุน้อยเสมอ บางคนพรสวรรค์มี ฝีเท้ามี ทัศนคติได้ ขึ้นมาปุ๊บเปรี้ยงเลยอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ 
 
บางคนค่อยๆ เกลา ค่อยๆ ปั้น ไปยืมตัวบ้างไรบ้าง สุดท้ายกลับมาผงาดเป็นตัวหลักเช่นพวก เบ็คแฮม, สโคลส์, พี่น้องเนวิลล์
 
เฟอร์กี้ ชอบจะใส่ชื่อนักเตะดาวรุ่งอยู่บนม้านั่งสำรองเสมอ เหมือนมีเซนส์ แล้วป๋ามักกล้าวัด ใช้ความรู้สึกว่าไอ้เด็กคนนี้อาจมีเซอร์ไพรส์มาฝาก
 
อย่างที่เราเห็น เฟเดริโก้ มาเคด้า ลงมาสร้างเรื่องเทพนินายในเกมกับแอสตัน วิลล่า
 
แต่อนิจจา เรื่องราวของ มาเคด้า จบไม่สวยเหมือนเทพนิยาย
 
ผู้เล่นในทีมชุดใหญ่ตอนนี้ หลายคนก็โผล่เปรี้ยงขึ้นมาแล้วดังเลยแบบ มาเคด้า นี่แหละ ยกตัวอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด
 
แรชฟอร์ด นี่บุญพาวาสนาส่ง กองหน้าเจ็บหมดในเกมยูโรป้า ลีก กับมิดทิลลันด์ จริงๆ มาร์กซิยาล ต้องได้เล่นแต่ไอ้หมากดันเจ็บตอนวอร์ม หลุยส์ ฟาน กัล เลยไม่มีทางเลือก ส่งแรชฟอร์ดลงเลย
 
แต่ด้วยความที่เป็นเด็กมีของ กล้าเล่น นัดนั้นยิงคนเดียว 2 ประตูแจ้งเกิดกระฉูดไปเลย
 
หนำซ้ำถัดมาในเกมลีกเจออาร์เซน่อล มันก็ได้ลงเล่นตัวจริงอีก แล้วยิง 1 โหม่ง 1 ใส่ ปีเตอร์ เช็ก ช่วยทีมคว้าชัยเหนือปืนใหญ่เหลือเชื่อ
 
ดูเหมือนแมนฯ ยูไนเต็ด จะพบเพชรโดยไม่ได้ตั้งใจ เพชรเม็ดนี้เจียระไนมาแล้วด้วยสิ 18 ปีเอง แต่ความมั่นใจ ความนิ่ง การจบสกอร์ เหมือนนักเตะอายุ 26-27
 
แรชฟอร์ด ครึ่งซีซั่นในทีมชุดใหญ่คือปรากฏการณ์จริงๆ มีทั้งความเร็ว การเลี้ยงบอล การจบสกอร์ที่เฉียบขาด เหนือสิ่งอื่นใด เด็กคนนี้ติดดินมาก ก้มหน้าก้มตาเล่นบอล ใส่สตั๊ดสีดำแบบที่เฟอร์กี้เคยวางกฎเอาไว้สำหรับนักเตะเยาวชนว่า อย่าใส่สตั๊ดสีสันฉูดฉาด ไม่มีรอยสัก ไม่เจาะหู ไม่มีอะไรเลย เป็นเด็กใสๆ เตะบอล ที่เห็นฟุตบอลคือเรื่องสำคัญที่สุด
 
พูดถึงเรื่องดาวรุ่งที่มาจากอะคาเดมี่ จนถึงตอนนี้ เรื่องราวของ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ยังคงเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจที่สุด
 
เฟล็ทช์ โดนดันขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราวในหน้าร้อนปี 2003 หลังการจากไปของ เดวิด เบ็คแฮม โดยระหว่างปรีซีซั่น เฟล็ทช์ ได้เบอร์ 7 ไปสวมด้วย เพราะแรกเริ่มเล่นปีกขวาในทีมเยาวชน
 
อย่างไรก็ตาม ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา เฟอร์กี้ ก็เอา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เข้ามา เบอร์ 7 เลยตกเป็นของโด้ และ เฟล็ทเชอร์ ก็ใส่เบอร์ 24 มาตลอด
 
ป๋าพยายามให้โอกาส เฟล็ทเชอร์ ลงเล่นเป็นระยะๆ พยายามปั้น แต่โดยมากก็ไม่ค่อยได้เรื่องหรอก แค่เห็นไอ้เฟล็ทช์มีชื่อในชุดตัวจริงนี่แฟนบอลก็ร้องยี้แล้ว
 
กว่าที่ เฟล็ทเชอร์ จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้จริงๆ ก็ต้องรอถึงราวปี 2007
 
เพราะเฟล็ทเชอร์ เกิดมาจากตำแหน่งปีกก็จริง แต่หมอนี่เป็นปีกที่รับฉายา เบ็คแฮมคนใหม่ จุดเด่นคือการวางบอล และขยันวิ่งขึ้นลง แต่หมอนี่ไม่มีความเร็ว เลี้ยงบอลก็ไม่ได้คล่องแคล่วอะไรมาก ไม่สามารถแจ้งเกิดในตำแหน่งปีกได้เลยในทีมชุดใหญ่
 
กระทั่ง เฟล็ทเชอร์ มาค้นพบตำแหน่งที่เล่นได้ดีที่สุด นั่นคือมิดฟิลด์ตัวไดนาโมตรงกลาง มันคือคำตอบที่แมนฯ ยูไนเต็ด หามานานนับแต่การจากไปของ รอย คีน โดยลงมายืนเคียงข้าง ไมเคิ่ล คาร์ริค กลางสนาม
 
เฟล็ทช์ ไม่ได้ดุดัน และไม่ได้เข้าบอลแน่นเท่า รอย คีน แต่มันมีความขยัน ความฟิต วิ่งไม่มีหมด ด้วยการที่เคยเล่นแนวรุกมาก่อน เลยสอดเข้าไปมีส่วนร่วมลุ้นประตูในเขตโทษด้วย
 
ปี 2008/09 คือปีที่ เฟล็ทช์ พีคสุดขีด มีส่วนสำคัญในการผ่านเข้าไปป้องกันแชมป์ ชปล. ที่กรุงโรม แต่โชคไม่ดี ในเกมรอบตัดเชือกเลก 2 กับ อาร์เซน่อล ดันไปโดนใบแดง แดงแบบแฟนบอลรู้สึกว่ารุนแรงเกินไป เพราะทำให้ชวดลงสนามในนัดชิงชนะเลิศ ที่สุดท้ายปีศาจแดงพ่ายบาร์ซ่าไป 0-2
 
อย่างไรก็ดี เฟล็ทช์ มีปัญหาสภาพร่างกายรบกวนอยู่เรื่อย โดยเฉพาะ 3-4 ปีหลังกับทีมที่ลำไส้โดนแบคทีเรียเล่นงาน กลายเป็นแทบไม่ได้ลงสนามเลย จนสุดท้ายต้องอำลาทีมไป
 
ในทีมชุดปัจจุบัน โอเล่ โซลชา เคยออกมาบอกว่า สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ คือ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ของเขา
 
โอเล่ เคยเล่นร่วมกับ เฟล็ทเชอร์ มาแล้ว เขารู้ดีว่าอดีตเพื่อนร่วมทีมคนนั้นมีดีตรงไหน
 
แม้ไม่ใช่นักเตะพรสวรรค์สูงเลอเลิศ แต่พร้อมวิ่งยันตายเพื่อสโมสร มีความเป็นมืออาชีพ ก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่บ้าไปกับสตั๊ด ทรงผม แฟชั่น รถ หรือโซเชียลมีเดีย 
 
นี่ต่างหากคือ ดีเอ็นเอ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องในสนาม และเห็นคุณค่าของเสื้อที่สวมอยู่
 
โอเล่ บอกว่าดูเหมือนปีนี้แผนการพัฒนาทีมของเขาจะไม่เสร็จตามกำหนด เรียกว่าก่อสร้างทีมไม่ได้ตามที่วางแผนไว้
 
แน่นอนส่วนหนึ่งมาจากการที่บอร์ดบริหารใจไม่ถึง หน้าร้อนบอกจะมีงบ 200 ล้าน ไปๆ มาๆ ได้มาแค่ 100 กว่าล้านแถมขาย ลูกากู ไปอีก 74 ล้านก็ไม่เอามาลงทุนเพิ่ม ปัญหาแนวรุกถึงยังฝืดอยู่แบบนี้ไง เพราะมีมิติเดียว
 
อีกส่วนก็ต้องบอกว่าแผนการดันผู้เล่นเยาวชนมันไม่ได้ผลอย่างที่คิด นักเตะอย่าง ทาฮิธ ชอง, แอนเจล โกเมส ไม่ไหว
 
มีสอบผ่านก็แค่ เมสัน กรีนวู้ด ที่ตั้งท่ารอมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว
 
แมนฯ ยูไนเต็ด ภูมิใจกับการที่ส่งนักเตะจากระบบเยาวชนลงติดต่อกันกว่า 4,000 นัด เพียงแต่เรื่องแบบนี้มันไม่ได้มีการมอบถ้วย มอบอะไรให้
 
นักเตะเยาวชนบางคนอยู่มาจนกลายเป็นผู้เล่นซีเนียร์แล้วก็ไม่มีพัฒนาการ คงไม่ต้องบอกกระมังว่าใคร ล่าสุดมีข่าวจะต่อสัญญาให้อีก
 
ถูก การให้โอกาสนักเตะเยาวชนเป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าการบริหารฟุตบอลสมัยใหม่ต้องมองแผนระยะยาว และชัดเจนด้วย
 
หากนักเตะเยาวชนมันไม่ได้ ก็จำเป็นต้องซื้อ
 
และถ้าหากนักเตะเยาวชนคนไหนมันไม่เวิร์ค ก็...ขายๆ ไปบ้างเถอะ อย่าเก็บไว้ให้เปลืองค่าเหนือยเลย นี่พูดจริง
 
 
ซันเดย์