คอลัมนิสต์ : ซัมเมอร์ฮิลล์

บิ๊กซิกซ์สะเทือน

3 ก.ย. 2562
 
สัปดาห์แรกของพรีเมียร์ลีก มีเรื่องโจ๊กชวนหัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ถูกถามถึงทีมลุ้นแชมป์...
 
"น้ามู" ให้ทรรศนะว่ามี แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส และ แมนฯ ซิตี้ ชุดบี กลายเป็นเรื่องที่คนพูดถึงกันเยอะแต่ อาร์เซน่อล, เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด มองว่าเป็น...ตลกร้าย
 
แต่พอผ่านพ้นไปแค่ 4 สัปดาห์ อันดับตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกมันเอนเอียงไปทางคำพูดของ มูรินโญ่ ซึ่งตารางคะแนนมันไม่เคยโกหก
 
ลิเวอร์พูล นั่งแท่นจ่าฝูงประจำเดือนสิงหาคม ด้วยสถิติสวยหรูชนะรวด 4 นัด ในขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ตามมาไม่ห่าง ฟาดไป 10 แต้ม แต่ทีมที่ตามมาในกลุ่ม "ท็อปซิกซ์" นี่สิ...
 
เลสเตอร์, คริสตัล พาเลซ และ เอฟเวอร์ตัน เบียดแทรกเข้ามาอยู่ในกลุ่มท็อปซิกซ์ เหลือเพียงแค่ อาร์เซน่อล เท่านั้นที่เล็ดรอดออกมา แมนฯ ยูไนเต็ด กับ สเปอร์ส ไปไกลที่อันดับ 9 และ 10 ส่วน เชลซี 11 โน่น
 
มันอาจจะเป็นเพียงแค่ช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลก็จริง แต่ผลงานในสนามมันชวนให้คิดไม่ได้ว่า บิ๊กซิกซ์ อย่าง อาร์เซน่อล, สเปอร์ส, เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะโดนลองของ
 
เราคงไม่ต้องพูดถึง ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ เพราะฉายไปหลายรอบแล้วอีกทั้งสองทีมนี้ยังเล่นได้ทรงประสิทธิภาพเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง...
 
หรือว่าเทรนด์ของพรีเมียร์ลีก จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้งเหลือแค่ "บิ๊กทู" ...?
 
เมื่อก่อนนี้ช่วงปลายทศวรรษ 90 ต่อต้น 2000 เป็น แมนฯ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล ที่เบียดแย่งแชมป์กันโดยมี ลิเวอร์พูล เป็นสีสัน ก่อนจะมี เชลซี ในยุค "เสี่ยหมี" โรมัน อบราโมวิช เข้ามาเพิ่มความเข้มข้น
 
นั่นคือที่มาของ บิ๊กโฟร์ ที่ยืนระยะกินยาวนานเกือบ 10 ปีจากนั้นก็มี สเปอร์ส ที่ยกระดับตัวเองขึ้นมาตามมาด้วย แมนฯ ซิตี้ ด้วยเม็ดเงินทุนจากตะวันออกกลางกลายเป็น บิ๊กซิกซ์
 
ณ ปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่า แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล สร้างมาตรฐานเอาไว้สูงลิบลิ่ว 98 กับ 97 คะแนน มันมากเกินกว่าที่คู่แข่งอีก 4 ทีมจะเอื้อมถึง...
 
สัปดาห์ที่ผ่านมามีเกมบิ๊กแมตช์ อาร์เซน่อล กับ สเปอร์ส เล่นกันโคตรมันชนิดที่เรียกว่าไม่กล้าลุกไปไหนเพราะกลัวพลาดช็อตเด็ดช็อตสำคัญที่มีให้เห็นเกือบทุกนาที
 
สองทีมนี้เจอกันเมื่อไหร่ไม่มีคำว่าผิดหวังทั้งเรื่องของความมันและประตูไหลมาเทมา ไม่ว่าผลจะออกอย่างไรต้องได้เห็นการทำประตู หนสุดท้ายที่จบ 0-0 คือ 10 ปีที่แล้ว
 
ถ้าไม่นับ แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ตอนนี้ อาร์เซน่อล คือทีมที่มีเกมรุกดีกว่าทีมใหญ่ด้วยกัน ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยัง กับ อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ จัดจ้านมาก
 
โอบาเมยัง เกิดมาจากตำแหน่งปีก เจอร์เก้น คล็อปป์ ไปดึงมาจากฝรั่งเศส ก่อนมายิงระเบิดในบุนเดสลีกา ด้วยบทบาทศูนย์หน้าซึ่งหากยากที่จะมีปีกคนไหนทำได้ดีเยี่ยงนี้
 
ผู้เล่นริมเส้นส่วนใหญ่จะมีความเร็วเป็นจุดเด่น แต่การจบสกอร์บางทีเป็นจุดอ่อนด้วยซ้ำ แต่กับหัวหอกกาบองไม่ใช่... โอบาเมยัง ยิงบอลฉลาดใช้สมองมากกว่าแรง ดังนั้นเราจะเห็นลูกยิงเหนือชั้นอยู่บ่อยๆ
 
ไม่ต้องมองตัวอย่างไกลตัว เอาใกล้เลยก็คือ นิโกล่าส์ เปเป้ ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ปืนโต ตัวนี้เร็วจี๊ดพุ่งมาก แต่จังหวะจบสกอร์ไม่เฉียบคม เราเห็นได้จากฟอร์มใน 4 เกมแรก
 
ลากาแซตต์ อาจจะไม่เร็วปรู๊ดปร๊าด แต่จุดเด่นของเขาคือการสัมผัสลูกบอลและการแต่งตัววางเท้ายิงประตูเฉียบคมมาก เรียกว่าไม่ค่อยพลาดลูกง่าย...
 
นี่คือข้อดีของอาร์เซน่อล ที่มียอดดาวยิงชั้นดีอยู่ในทีมพร้อมกันถึงสองคน แต่ปัญหาใหญ่คือ แนวรับหละหลวม ตั้งทรงไม่ได้ พร้อมจะเสียประตูทุกเมื่อ
 
ก่อนหน้านี้ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ที่ว่าเก๋าก็ยังยืนได้ไม่แน่น ยิ่ง ชโคดราน มุสตาฟี่ กับ โซคราติส ยิ่งไปกันใหญ่ เข้าสกัดโฉ่งฉ่างฟาวล์บ่อย ใบเหลือง, ใบแดง, จุดโทษเป็นระยะ
 
ดาวิด ลุยซ์ ที่เข้ามาแทนก็ไม่ได้มีจุดเด่นที่ความเนี้ยบอยู่แล้ว เราเห็นได้จากสองเกมล่าสุดที่แพ้ ลิเวอร์พูล 1-3 และเสมอ สเปอร์ส 2-2 ยังมีข้อผิดพลาดอยู่พอสมควร
 
นี่คือปัญหาใหญ่ของ อาร์เซน่อล ซึ่งอันที่จริงกล้าลงทุนกับแนวรุกราคาแพงอย่าง เมซุต โอซิล, โอบาเมยัง และ ลากาแซตต์ แต่ทำไมไม่กระตุกขนหน้าแข้งซื้อปราการหลังชั้นดี
 
สเปอร์ส เองก็ยังคงสไตล์เดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือฟอร์มแกว่งเอาแน่ไม่ได้เป็นทีมที่ตัวผู้เล่นดีระบบทีมดี เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ แท็กติกหลากหลายเกมรุกอันตราย
 
ปัญหาใหญ่คือความคงเส้นคงวาในแต่ละเกมและในระหว่างเกม บ่อยครั้งที่เราเห็น สเปอร์ส ต่อบอลกันสวยสู้กับ แมนฯ ซิตี้, บาร์เซโลน่า หรือ ยูเวนตุส ได้ใกล้เคียง แต่พอมาเจอทีมอ่อนกลับอ่อนตาม
 
หรือในระหว่างเกม บางช่วงกดคู่แข่งได้ยาว 20-30 นาทีแต่สักพักหายไปจากเกม 5-10 นาทีเกิดข้อผิดพลาดแล้วก็เสียประตู นี่คือตัวฉุดทำให้ สเปอร์ส ยังไปไหนได้ไม่ไกล
 
โปเช็ตติโน่ ต้องเคี่ยวลูกทีมให้เหี้ยมเกรียม จังหวะฆ่าต้องตีให้ตายด้วยประตูที่สองและสาม หรือจังหวะจะปิดเกมต้องกระชับให้แน่น ไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งคัมแบ็คกลับมา
 
จากฟอร์มล่าสุดของ อาร์เซน่อล, สเปอร์ส, เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่กระท่อนกระแท่น ทำให้การลุ้นท็อปโฟร์ปีนี้น่าจะเข้มข้นมากยิ่งขึ้น...
 
เชลซี เริ่มต้นชีวิตใหม่กับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด รูปเกมในสนามหลากหลายน่าดูชม แต่เกมรับเสียประตูง่ายเกินไปเพราะปัญหาที่แนวรับไม่แตกต่างกับ อาร์เซน่อล 
 
อันเดรียส คริสเตนเซ่น กับ เคิร์ต ซูม่า ปกติคือตัวสำรอง รายหลังส่งให้ทีมอื่นยืมตัวมาตลอดในช่วงหลัง แถมไม่เคยเล่นคู่กันในเกมแข่งขันจริง ย่อมเป็นจุดอ่อน
 
ฟิคาโย่ โทโมรี่ ดาวรุ่งวัย 21 ปีที่ได้เป็นตัวจริงคู่กับ ซูม่า ในเกมเสมอ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-2 ก็อ่อนประสบการณ์ แลมพาร์ด จะแก้อย่างไร...
 
แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัว แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เข้ามาเสริมแนวรับ ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดการเสียประตูแบบง่ายๆ ลงได้ แต่ที่แย่กว่านั้นคือแนวรุกเล่นกันสะเปะสะปะ
 
ถ้าทั้ง 4 ทีมยังเล่นกันในสภาพนี้ ก็ให้ระวังทีมอย่าง เลสเตอร์ ที่ยกระดับขึ้นมาได้น่าดูชม หรือจะเป็น เอฟเวอร์ตัน กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน...
 
 
ซัมเมอร์ฮิลล์