คอลัมนิสต์ : ทีมงาน Vivasoc

เปิดปากแรมซี่ย์กับชีวิตใหม่ที่ตูริน

6 ต.ค. 2562
 
หลังฝากตัวรับใช้ อาร์เซน่อล มานานถึง 11 ปี พร้อมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้ 3 สมัย อารอน แรมซี่ย์ มิดฟิลด์ทีมชาติเวลส์ เลือกหาความท้าทายครั้งใหม่ด้วยการเดินหน้าออกล่าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดนักเตะแห่งยุคที่ ยูเวนตุส
 
กองกลางวัย 28 ออกเดินทางจากลอนดอนเหนือไปอยู่ตูรินในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพื่อรับค่าจ้างมหาศาลที่สัปดาห์ละ 4 แสนปอนด์ 
 
เรื่องราวที่อาร์เซน่อลสิ้นสุดลง มันไม่มีการคาดหวังว่าจะมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม พาสโมสรกลับไปสู่ยุคทองเหมือนในอดีต ภายใต้การทำงานกับ อูไน เอเมรี่ แต่เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเวลส์ เลือกที่จะเดินออกมาด้วยตัวเอง
 
การลงเดบิวต์เกมแรกให้กับ ยูเวนตุส ของ แรมซี่ย์ ล่าช้าออกไปหลังจากได้รับบาดเจ็บบริเวณเอ็นร้อยหวาย แต่เขาก็เร่งฟื้นฟูร่างกายเพื่อกลับมาลงสนามได้อย่างรวดเร็ว
 
แรมซี่ย์ ทำประตูได้ตั้งแต่เกมแรกที่ลงเล่นพบ เวโรน่า เมื่อวันที่ 21 ก.ย. จากนั้นก็ลงเป็นตัวจริงติดต่อกันในเซเรีย อา 3 เกมติด และมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมล่าสุดที่ถล่ม เลเวอร์คูเซ่น 3-0 ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
 
ในเกม "ดาร์บี้ดิตาเลีย" คืนนี้ คาดว่าแข้งวัย 28 จะถูกส่งลงเป็นตัวจริงที่ จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า พบกับ อินเตอร์ มิลาน ที่นำเป็นจ่าฝูงเซเรีย อา จากการเก็บชัยชนะ 100% มีแต้มนำหน้าเบียงโคเนรี่ 2 คะแนน
 
และนี่คือบทสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขา นับตั้งแต่พาภรรยาสุดเลิฟกับลูกๆ อีก 3 คนมายังตูริน
 
เขาเล่าถึงความท้าทายในการย้ายมาอยู่ ยูเวนตุส, ความสำคัญที่ต้องเรียนรู้ภาษาอิตาลี และทำไม โรนัลโด้ ถึงเป็นเพียงแค่คนธรรมดา
 
 
ในปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าคุณกำลังจะเซ็นสัญญาใหม่กับ อาร์เซน่อล แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น คุณอธิบายได้ไหมว่าทำไม?
"ใช่ มันไม่เกิดขึ้น มีความสับสนเกิดขึ้นมากมาย และหลายสิ่งหลายอย่างมันไม่สามารถจับต้องได้ จึงทำให้ต้องตัดสินใจ และสถานการณ์ตอนนั้นทำให้ผมต้องดูตัวเลือกอื่น"
 
"อาร์เซน่อลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านในตอนนี้ พวกเขาได้นักเตะที่ยอดเยี่ยมมากมายเข้ามา พวกเขากำลังเดินไปในทางที่ถูกต้อง"
 
"ตอนนี้ผมอยู่กับยูเวนตุส ผมได้โอกาสที่น่าเหลือเชื่อกับสโมสรที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ผมเพียงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในทีม หวังว่าผมจะช่วยเพื่อนร่วมทีมและสโมสรให้บรรลุสิ่งที่ยอดเยี่ยมบางอย่างบนเวทียิ่งใหญ่ได้"
 
 
การพบกันระหว่างคุณและ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นอย่างไรบ้าง?
"โรนัลโด้เหมือนกับคนอื่นๆ ที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี แน่นอนว่าเขาเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก แต่เขาก็เป็นเพียงคนธรรมดา"
 
"เขาเป็นกันเองและทำให้รู้สึกเหมือนกำลังพูดคุยกับคนอื่น สโมสรทำให้ผมรู้สึกเหมือนครอบครัว ทุกคนต้องการที่จะประสบความสำเร็จสักอย่าง นั่นหมายถึงการคว้าชัยชนะและคว้าถ้วยแชมป์ ทุกคนมีแรงผลักดันและมีสมาธิกับสิ่งที่ทำ"
 
 
คุณเคยบอกว่าตอนที่คุณย้ายจาก คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ไปอยู่กับ อาร์เซน่อล เมื่อปี 2008 คุณรู้สึกหวั่นใจ? มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับการที่คุณเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวและมีนักเตะที่ยิ่งใหญ่อย่าง โรนัลโด้ และ จานลุยจิ บุฟฟ่อน หรือไม่?
"มันแตกต่างกันเล็กน้อย ตอนนั้นผมอายุ 17 และเพิ่งได้โอกาสสัมผัสฉากที่ไม่เคยเห็น ผมเข้าไปในห้องแต่งตัวของอาร์เซน่อล มันเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัว"
 
"ตอนนี้ผมต้องการพิสูจน์ตัวเองกับเพื่อนร่วมทีม ทีมงาน และแฟนบอลใหม่ แต่ผมเล่นฟุตบอลมานานแล้ว ผมรู้ว่าผมทำอะไรได้ มันเป็นแค่เรื่องของการแสดงมันออกมา"
 
 
อาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายทำให้คุณพลาดการเล่นช่วงท้ายกับอาร์เซน่อล และช่วงปรีซีซั่นกับยูเวนตุส มันคงเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดใช่ไหม?
"แน่นอน ผมอยากจบกับอาร์เซน่อลด้วยการลงเตะยูโรป้าลีกรอบชิงชนะเลิศ แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น"
 
"สิ่งที่น่ากังวลต่อมาคือผมไม่รู้ว่าจะต้องพักอีกนานแค่ไหน และการพลาดลงเล่นช่วงปรีซีซั่นที่ผมควรจะต้องได้รับมัน ผมต้องการที่จะลงไปวิ่งในสนาม"
 
"แต่ทีมแพทย์ที่นี่ยอดเยี่ยมและช่วยเหลือผมตลอด ตอนนี้ผมรู้สึกดี ผมภูมิใจมากที่ทำประตูแรกได้ และเล่นมากถึง 3 เกมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังมีอะไรอีกมากมายที่ต้องแก้ไข แต่หวังว่าผมจะสามารถปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น มีร่างกายที่สมบูรณ์และประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้"
 
 
คุณจะเรียนภาษาอิตาเลี่ยนรึเปล่า?
"เรียนแน่ มันเป็นสิ่งสำคัญ การสื่อสารทั้งหมดของทีมเป็นภาษาอิตาเลี่ยน ผู้เล่นส่วนใหญ่พูดอิตาเลี่ยน แต่มันไม่ใช่แค่เหตุผลทางด้านฟุตบอลหรอก เมื่อคุณไปร้านอาหาร หรือเติมน้ำมันรถ บางคนไม่พูดภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องพูดภาษาของพวกเขา และมุ่งมั่นที่จะทำให้ตัวเองอยู่ในวัฒนธรรมของพวกเขาและเข้าใจมันได้"
 
"มันอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย ผมได้ฟังคำสบถด่าที่สนามซ้อม แต่ผมกำลังเรียนรู้และหวังว่าผมจะสามารถพูดมันได้ในสักวัน"
 
 
คุณมีความเห็นอย่างไรกับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือคนใหม่ของยูเวนตุส?
"มันยอดเยี่ยมมาก มีความคิดใหม่ๆ และข้อมูลใหม่ที่เราพยายามอย่างหนักเพื่อนำไปปฏิบัติ บางครั้งมันก็ไม่ได้ผลอย่างที่เราตั้งใจ แต่ในส่วนอื่นๆ มันใช้ได้จริง เราค่อยๆ ดีขึ้นในสิ่งที่เขาต้องการ ทำความเข้าใจกับบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของเรามีมากขึ้น"
 
"สโมสรแห่งนี้ดีมากและประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน เรารู้ว่าทีมอื่นๆ ได้พัฒนาขึ้นมา และพยายามทำโค่นล้มเราเพื่อก้าวไปสู่ระดับท็อป แต่ที่นี่ทุกอย่างคือการคว้าชัยชนะ และนั่นคือสิ่งที่พวกเรามุ่งมั่นจะทำมัน"
 
 
ผู้เล่นมีชื่อเสียงหลายรายอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง หรือแม้กระทั่ง โรเมลู ลูกากู เป็นแกนนำรณรงค์เกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติ ส่วนคุณแสดงความกังวลเกี่ยวกับการคุกคามช้างและแรดในแอฟริกา คุณมองว่าการทำอะไรแบบนี้จะช่วยปลี่ยนแปลงได้ในวงกว้างหรือไม่?
"เราเป็นแบบอย่าง และมีคนจำนวนมากที่เราสามารถโน้มน้าวเขาได้ ดังนั้นจึงมีหลายวิธีที่เราสามารถแสดงออกมา ตราบใดที่ยังทำมันออกมาได้ดี และจริงใจ เราสามารถสร้างผลกระทบในแง่บวกต่อเรื่องต่างๆ ได้มากมาย"
 
"ผมมีความรักต่อสัตว์เสมอ ผมเห็นพวกเขาทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมไม่เข้าใจมันเลย ผมพยายามเป็นกระบอกเสียงและทำให้เกิดบางสิ่งบางอย่าง"
 
"แต่มันไม่ใช่แค่นั้น มีสิ่งอื่นที่ผมมีส่วนร่วมเหมือนกัน เช่นเรื่องของสภาพอากาศ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อรักษาโลกใบนี้ให้กับคนรุ่นหลัง มีบางสิ่งที่ผมต้องการมีส่วนร่วม เราอยู่ในตำแหน่งที่เราสามารถมีผลกระทบกับบางอย่างได้ ดังนั้นแม้ผมจะเป็นเพียงตัวคนเดียว แต่ผมก็ต้องการช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้"
 
 
มันอาจเป็นเรื่องยากสำหรับ ยูเวนตุส ในการพบกับ อินเตอร์ มิลาน ยุคใหม่ซีซั่นนี้ คุณอยากพูดอะไรก่อนเกมนี้บ้าง?
"อินเตอร์พัฒนาขึ้นมากในฤดูกาลนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ ทำให้พวกเขามีระเบียบและพวกเขายังไม่เสียแต้มเลย มันเป็นเกมที่ยาก พวกเขามีนักเตะที่ยอดเยี่ยม รวมถึงคนที่ผมรู้จักดีตอนอยู่อาร์เซน่อล (อเล็กซิส ซานเชซ ซึ่งนัดนี้ติดโทษแบน) เราต้องตระหนักถึงเขา และนักเตะรายอื่นๆ ที่พวกเขามี และต้องทำให้ดีที่สุดในเกมเพื่อจะให้ได้ผลที่ต้องการ"
 
"แชมเปี้ยนส์ ลีก คือสิ่งสำคัญสำหรับเรา แต่มันเป็นลีกที่คุณต้องวัดในสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ยูเวนตุส เป็นแชมป์ลีกมาหลายปีแล้ว หวังว่าในระยะยาวสิ่งต่างๆ จะเป็นใจ และเราจะประสบความสำเร็จได้"