คอลัมนิสต์ : ธี อุทิศ

สายเลือดสก็อต

11 มี.ค. 2563
 
 
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน คือเผ่าพันธุ์สก็อตที่หลงเหลือหนึ่งเดียวในแอนฟิลด์
 
 
ทศวรรษ 70 รากฐานความสำเร็จของลิเวอร์พูล อุดมด้วยนักเตะชาวอังกฤษ
 
ฤดูกาล 1976/77 แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ครั้งแรกของสโมสร นัดชิงชนะเลิศปีนั้น บ๊อบ เพสลี่ย์ ส่งนักเตะอังกฤษลงสนามพร้อมกันถึง 9 คน (บวกไอร์แลนด์กับเวลส์ชาติละหนึ่งคน) ตัวสำรองเป็นอังกฤษทั้งหมด
 
ความสำเร็จของลิเวอร์พูลทำให้ รอน กรีนวู้ด ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษขณะนั้น ใช้แข้งหงส์แดงเป็นตัวจริงพร้อมกันถึง 6 คน
 
เรย์ คลีเมนซ์, ฟิล นีล, เอ็มลีน ฮิวจ์ส, เรย์ เคนเนดี้, เทอร์รี่ แม็คเดอร์ม็อตต์ และ เอียน คัลลาแฮน เล่นนัดอุ่นเครื่องเสมอสวิตเซอร์แลนด์ 0-0 ที่เวมบลีย์ เมื่อ 7 กันยายน 1977
 
ไม่มีสูตรตายตัวสโมสรดีแล้วทีมชาติจะดีตามไปด้วย ช่วงนั้นลิเวอร์พูลรุ่ง แต่อังกฤษร่วง
 
ฤดูกาล 197/78 ลิเวอร์พูลป้องกันแชมป์ยุโรปเอาไว้ได้ เพสลี่ย์ ใช้นักเตะอังกฤษเป็นตัวจริงถึง 8 คน ส่วนอีก 3 คนมาจากสกอตแลนด์
 
อลัน แฮนเซ่น, แกรม ซูเนสส์ และ เคนนี่ ดัลกลิช กลายเป็นคีย์แมน แดนหลัง-กลาง-หน้า
 
นัดชิงชนะเลิศกับคลับ บรูช เป็น ซูเนสส์ แอสซิสต์ให้ ดัลกลิช ทำประตูชัย
 
'3 ประสานสก็อต' มีส่วนสำคัญเขียนประวัติศาสตร์ลิเวอร์พูลอีกหลายปีต่อมาทั้งในฐานะนักเตะ และผู้จัดการทีม
 
หลังจาก เพสลี่ย์ วางมือ หงส์แดงยุค โจ เฟแกน มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ นักเตะอังกฤษถูกลดบทบาท
 
แชมป์ยุโรป ฤดูกาล 1983/84 นัดชิงชนะเลิศกับโรม่ามีนักเตะอังกฤษเหลืออยู่ในทีมแค่ 4 คน ฤดูกาลต่อมานัดชิงชนะเลิศกับยูเวนตุส ปรากฏว่า เฟแกน เหลือที่ว่างให้นักเตะอังกฤษแค่ ฟิล นีล กับ พอล วอลซ์ ที่ได้ลงสนาม
 
 
หงส์แดงไม่มีความทรงจำกับนักเตะไอร์แลนด์เหนือ นักเตะคนสุดท้ายคือ แซมมี่ สมิธ ระหว่างปี 1952-54
 
หงส์แดงไอร์แลนด์: สตีฟ ไฮเวย์, รอนนี่ วีแลน, มาร์ค ลอว์เรนสัน, จอห์น อัลดริดจ์, เรย์ เฮาจ์ตัน ฯลฯ
 
หงส์แดงเวลส์: จอห์น โตแช็ค, โจอี้ โจนส์, เอียน รัช
 
หงส์แดงสกอตแลนด์: มากมายเกินจะใส่ชื่อครบทุกคน ต้องย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น
 
หลังแยกตัวออกมาจากเอฟเวอร์ตันเมื่อปี 1892 จอห์น แม็คเคนน่า ผู้จัดการทีมร่วมของลิเวอร์พูลต้องขึ้นไปสกอตแลนด์หานักเตะมาร่วมทีม
 
ตอนนั้นสกอตแลนด์ยังไม่มีลีกอาชีพ ทำให้นักเตะฝีเท้าดีหลายคนถูก แม็คเคนน่า เซ็นสัญญามาเล่นให้ลิเวอร์พูลพร้อมกัน 9 คน
 
'Team of Macs' คือฉายาลิเวอร์พูลชุดก่อตั้งสโมสรที่ใช้นักเตะสก็อตเป็นหลัก
 
แอนดรูว์ แฮนนาห์ กัปตันหงส์คนแรก (1892-1895) เป็นชาวสก็อต
 
ลิเวอร์พูลยิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้เพราะ บิลล์ แชงคลี่ย์ ผู้จัดการทีมชาวสก็อต
 
เคยมีคำกล่าว "ลิเวอร์พูลไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้โดยไม่มีนักเตะสก็อต"
 
แชมป์ลีก 18 สมัย มีอยู่ครั้งเดียวที่นักเตะสก็อตไม่มีส่วนร่วม
 
เกิดขึ้นในฤดูกาล 1976/77 ปีเตอร์ คอร์แม็ค ไม่ได้ลงสนามในลีกแม้แต่นาทีเดียวก่อนย้ายทีมไป บริสตอล ซิตี้
 
แชมป์บอลถ้วยมีอยู่ 3 ครั้งที่ไม่มีแข้งสก็อต
 
แชมเปี้ยนส์ ลีก 2005, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2005 และ เอฟเอ คัพ 2006 (ในยูโรเปี้ยน คัพ 1976/77 ตอนต้นฤดูกาล บ็อบ เพสลี่ย์ ใส่ชื่อ ปีเตอร์ คอร์แม็ค อยู่ในทีมตอนแรก ก่อนปล่อยตัว)
 
 
ยุคนักเตะสก็อตสร้างความยิ่งใหญ่ให้ลิเวอร์พูล เริ่มนับหนึ่งจาก เคนนี่ ดัลกลิช
 
ฤดูกาล 1977/78 หลัง เควิน คีแกน ย้ายไปฮัมบูร์ก ลิเวอร์พูลดึง แฮนเซ่น, ดัลกลิช และต้นปี 1978 ได้ แกรม ซูเนสส์ มาแทน เอียน คัลลาแฮน
 
ฤดูกาล 1983/84 เฟแกน รับไม้ต่อจาก เพสลี่ย์ นักเตะคนแรกที่เซ็นสัญญาคือ แกรี่ จิลเลสพี กองหลังดาวรุ่งชาวสก็อต ตามด้วยอีกสองสก็อต จอห์น วอร์ค และ เควิน แม็คโดนัลด์
 
นัดชิงยูโรเปี้ยน คัพ ฤดูกาล 198/84 ที่เอาชนะโรม่าในกรุงโรม มี 4 นักเตะสก็อตลงสนาม
 
ดัลกลิช, ซูเนสส์, แฮนเซ่น และ สตีฟ นิโคล ถูกเปลี่ยนลงมาแทน เคร็ก จอห์นสตัน ยังมี จิลเลสพี อีกหนึ่งตัวสำรองที่ไม่ได้ลงเล่น แต่ได้รับเหรียญแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ในฐานะตัวสำรอง (ยุคนั้นแจกให้ตัวสำรองแค่ 5 คน)
 
ฤดูกาล 1985/86 ดัลกลิช กับบทบาทผู้เล่นผู้จัดการทีม รวมตัวเขาเข้าไปด้วย มี 6 แข้งสก็อตอยู่ในทีมชุดดับเบิ้ลแชมป์ครั้งแรกของสโมสร
 
แล้วก็เป็น ดัลกลิช ค่อยๆ ลดบทบาทนักเตะสก็อตในแอนฟิลด์
 
ช่วงแรกที่คุมทีม 5 ปีครึ่ง 'คิง เคนนี่' เซ็นสัญญากับนักเตะสก็อตแค่ ดอน ฮัทชิสัน กับ เดวิด สปีดี้
 
เป็นการซื้อที่ไม่หวังผล ฮัทชิสัน ไม่ได้เล่นในยุค ดัลกลิช ส่วน สปีดี้ ซื้อมาแก้ขัดระยะสั้นเพียงหนึ่งเดือนก่อนที่ ดัลกลิช ช็อคโลกลูกหนังประกาศลาออกเมื่อก.พ.1991
 
แต่ผู้จัดการทีมที่กวาดล้างนักเตะสก็อตออกไปจากแอนฟิลด์กลายเป็น ซูเนสส์ ที่คุมทีมต่อจาก ดัลกลิช
 
หนึ่งเดือนให้หลัง ดัลกลิช สละเก้าอี้ แฮนเซ่น เจ็บเรื้อรัง ประกาศแขวนสตั๊ด
 
ตอนจบฤดูกาล 1990/91 ซูเนสส์ เตะโด่ง จิลเลสพี ไปเซลติก เดวิด สปีดี้ ไปแบล็คเบิร์น
 
1992/93 โดมินิก มัตเตโอ ดันขึ้นมาจากชุดเยาวชน ได้เล่น 10 นัด ในฤดูกาล 193/94 หลัง ซูอี้ โดนไล่ออก มัตเตโอ ได้เล่นอีกแค่นัดเดัยว
 
ซูเนสส์ เป็นตัวละครสำคัญมากทำให้สถานะนักเตะสก็อตถูกลดบทบาททั้งตอนคุมลิเวอร์พูล และก่อนหน้านั้น ช่วงคุมกลาสโกว์ เรนเจอร์ส
 
เขาพาเรนเจอร์สคว้าแชมป์ลีก 3 สมัย ฤดูกาล 1986/87, 1988/89 1989/90
 
นักเตะสก็อตโดนเขี่ยทิ้ง ยกทีมให้นักเตะอังกฤษ คริส วู้ดส์, เทอร์รี่ บุทเชอร์, แกรี่ สตีเว่นส์, เทรเวอร์ สตีเว่นส์, มาร์ค วอลเตอร์ส, ไนเจล สแป็คแมน และ เรย์ วิลกิ้นส์
 
เวลานั้นนักเตะอังกฤษสนใจย้ายขึ้นเหนือมาเล่นที่ไอบร็อกซ์ พาร์ค เพราะสโมสรอังกฤษติดโทษแบนบอลยุโรป
 
ฤดูกาล 1994/95 รอย อีแวนส์ ปล่อย มัตเตโอ ให้ซันเดอร์แลนด์ยืมตัว ฮัทชิสัน กับ สตีฟ นิโคล เลหลังออกจากทีม และไม่ซื้อนักเตะสก็อตเพิ่ม
 
หนึ่งในผลงานยอดเยี่ยมของ เชราร์ อุลลิเย่ร์ ตอนคุมลิเวอร์พูล คือการเซ็นสัญญา แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ มาจากโคเวนทรี ซิตี้ ด้วยกฎบอสแมนในปี 2000
 
ราฟาเอล เบนิเตซ ไม่ใช้บริการนักเตะสก็อต
 
รอย ฮ็อดจ์สัน ดึง แดนนี่ วิลสัน กองหลังของกลาสโกว์ เรนเจอร์ส แต่ได้เล่นให้หงส์แดงแค่ 8 นัด
 
ดัลกลิช คุมทีมรอบ 2 ซื้อ ชาร์ลี อดัม เมื่อปี 2011 เหมือนเดิม นักเตะสก็อตรุ่นหลังไม่มีที่ยืนในลิเวอร์พูล
 
ต้องรออีก 6 ปีให้หลัง ลิเวอร์พูลเซ็นสัญญากับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน
 
 
ร็อบโบ้ กลายเป็นนักเตะสก็อตลำดับ 158 ที่เคยเล่นให้หงส์แดง
 
ครึ่งปีแรก ตกเป็นตัวสำรอง ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลังเกมชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-3 เมื่อ 14 ม.ค. 2018
 
แบ็กซ้ายจอมบุกประกาศอิสรภาพ หลังจบเกมนี้ยึดตำแหน่งตัวจริงถาวร
 
นอกจากฝีเท้า จังหวะของฟุตบอลเกื้อหนุน
 
ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ทำหน้าที่ขึ้นเกมทางด้านซ้าย ถนัดเล่นร่วมกับ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ธรรมชาติการเล่นของ คูตี้ เก็บบอลไว้กับตัว ถ้ายังอยู่ ร็อบโบ้ ตีตั๋วเปล่าวิ่งขึ้นมาเติม แต่ไม่ได้บอล
 
การได้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ มาบัญชาการเกมรับ กองหลังดัตช์ยืนอยู่ทางซ้าย เวลา ร็อบโบ้ เติมขึ้นไปสุดแล้วลงมาไม่ทันมี ฟาน ไดค์ แก้ให้ตลอด
 
ลิเวอร์พูลมีปัญหาตรงแบ็กซ้ายตั้งแต่ช่วงปลายยุค 1980 เป็นปัญหาเรื้อรังแก้ไม่ตก ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ เล่นพอใช้ แต่ยังไปไม่ถึงมาตรฐานแบ็กซ้ายของหงส์แดงยุครุ่งเรือง
 
บางช่วงเวลา ฟอร์มของ ร็อบโบ้ ไต่ไปถึงระดับเวิลด์คลาส มีเขาอยู่ในทีมก็เหมือนที่ เพสลี่ย์ กับ เฟแกน เคยมี อลัน เคนเนดี้
 
ตำแหน่งแบ็กซ้ายไม่ใช่ปัญหาของลิเวอร์พูลอีกต่อไปแล้ว
 
เป็นจริงดังคำกล่าว ลิเวอร์พูลจะประสบความสำเร็จได้ต้องมีนักเตะสก็อตอยู่ในทีม
 
อดีตเคยมี เอียน เซนต์ จอห์น, รอน ยีตส์, เคนนี่ ดัลกลิช, แกรม ซูเนสส์, อลัน แฮนเซ่น, สตีฟ นิโคล, แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ ฯลฯ
 
ปัจจุบันมี แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แข้งสก็อตหนึ่งเดียวในแอนฟิลด์
 
เล่นยังไม่นานแต่กลายเป็นตำนานไปแล้ว
 
 
ธี อุทิศ