คอลัมนิสต์ : ม้าโฉด

คู่กันแล้ว ย่อมไม่แคล้วกัน

31 ม.ค. 2563
 
ถึงแม้กว่าที่ บรูโน่ แฟร์นันเดส จะเซ็นสัญญาเปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ผีแดงอย่างเป็นทางการ ต้องรอนานจนถึงคืนก่อนสุดท้ายของตลาดนักเตะเดือนมกราคม 
 
แต่หากวิเคราะห์จากปัจจัยทุกอย่าง การที่สตาร์ทีมชาติโปรตุเกสจะกลายเป็นนักเตะใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มัน “ขึ้นอยู่กับเวลา” เท่านั้น
 
ต่อให้ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตัวนักเตะเพิ่งจรดปากกาต่อสัญญากับต้นสังกัดเก่าถึงปี 2023 แต่อันที่จริงมันไม่น่าใช่การอยากฝากอนาคตระยะยาว แต่คือการทำเพื่อ “อัพค่าตัว” มากกว่า
 
และถ้าหากมองสถานการณ์เรื่อง “อุปสงค์-อุปทาน” เรานึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีทีมไหนที่เหมาะสมกับ บรูโน่ มากไปกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อีก
 
สปอร์ติ้ง ลิสบอน ต้องการเงินจำนวนสูงถึงราวๆ 65 ล้านยูโร ไปชำระหนี้ธนาคารก่อนถึงกำหนดเส้นตายภายในเดือนมิถุนายน 
 
นั่นหมายความว่าถ้าหากไม่ขายกัปตันทีมคนเก่งออกไปในตลาดนักเตะรอบนี้ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย ที่พวกเขาจะหาเงินขนาดนั้นได้ทันเวลา
 
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ สปอร์ติ้ง พยายามขูดรีดเงินให้สูงถึง 80 ล้านยูโร จากการปล่อยนักเตะที่มีมูลค่ามากที่สุดของสโมสรออกไป เพราะพวกเขาอยากจะหลงเหลือทุนไว้หาตัวแทนของ แฟร์นันเดส ได้บ้าง ไม่ใช่แค่เอาไปใช้หนี้อย่างเดียว
 
แต่ประเด็นก็คือนอกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีทีมไหนที่มีปัญหาในแดนกลาง และพร้อมทุ่มเงินมากขนาดนั้นได้อีกล่ะ?
 
 
ลิเวอร์พูล ที่เคยให้ความสนใจในช่วงซัมเมอร์ ไม่จำเป็นต้องรีบใช้เงินมหาศาลในเวลานี้ ที่ขุมกำลังลงตัวทุกตำแหน่ง จนกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกแห่งยุค 2020
 
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่ยื่นซื้อจริงจังไปตอนซัมเมอร์ แต่ถูกตอกหน้าหงายกลับมาเพราะ “ข้อเสนอถูกเกินไป” ก็เพิ่งใช้เงินที่ได้จากการขาย คริสเตียน เอริคเซ่น ให้ อินเตอร์ มิลาน 
 
ไก่เดือยทองใช้ออปชั่นซื้อขาด โจวานี่ โล เซลโซ่ แถมหันไปดีลกับ สตีเว่น เบิร์กไวจ์น จาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ที่มีค่าตัวถูกกว่าหลายเท่าเรียบร้อยแล้ว
 
เรอัล มาดริด ที่มีข่าวลือ ยังมีตัวเลือกแดนกลางแทบเดินชนกันตาย 
 
เช่นเดียวกับ บาร์เซโลน่า ที่แม้จะมีข่าวลือว่าให้ความสนใจในช่วงโค้งสุดท้ายตลาดรอบนี้ ก็แทบไม่มีความจำเป็นอะไรต้องทุ่ม เพราะแผงมิดฟิลด์ของพวกเขาเต็มไปด้วยผู้เล่นชั้นยอดทั้งนั้น 
 
โอเคว่า เป้าหมายที่แท้จริงของบาร์ซ่า อาจเป็นการซื้อเพื่อปล่อยให้ บาเลนเซีย ยืมตัว จะได้เปิดทางให้ โรดริโก้ โมเรโน่ สลับฝั่งไปเป็นตัวแทนแดนหน้าของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่เจ็บพักยาว
 
แต่ถามจริงๆ เถอะ ว่ามันซับซ้อนและไร้สาระเกินไปหรือเปล่า ที่โคตรทีมแห่ง ลา ลีกา จะต้องทำขนาดนั้น?
 
 
เพราะฉะนั้น “ความเป็นไปได้” อย่างจริงๆ จังๆ จึงมีแค่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงทีมเดียว
 
อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงเจตนารมณ์ชัดเจน ว่าหัวเด็ดตีนขาด ยังไงก็ไม่มีทางยอมจ่ายค่าตัว 80 ล้านยูโรให้ทันทีแน่ๆ 
 
พวกเขายืนกรานว่า ค่าตัวเบื้องต้นที่พร้อมจ่ายก่อน จะไม่ยอมให้เกิน 55 ล้านยูโร ส่วนที่เหลือถ้าอยากได้ ต้องรอให้นักเตะแสดงให้เห็นก่อนว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆ
 
ใช่สิ การใช้เงินระดับ 80 ล้านยูโร มันต้องเป็นการซื้อนักเตะของทีมยักษ์ใหญ่ที่ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือไม่ก็เป็นพรากกำลังสำคัญของคู่แข่งโดยตรงในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น
 
แต่นี่ สปอร์ติ้ง ลิสบอน คือทีมที่เล็กกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยไม่ได้เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก มา 2 ฤดูกาลซ้อนๆ
 
นอกจากนั้นแล้ว ถ้าหากไม่มีปาฏิหาริย์ เชื่อว่า สปอร์ติ้ง คงจะพลาดไปเล่นถ้วยหูโตเป็นซีซั่นที่ 3 ติดต่อกันเป็นแน่ ในเมื่อตอนนี้รั้งแค่อันดับ 3 ของตารางคะแนนลีกโปรตุเกส ตามหลังรองจ่าฝูงอย่าง เอฟซี ปอร์โต้ ถึง 12 แต้ม (ลีกฝอยทองให้โควตาไปเล่น ชปล. แค่ 2 ทีม)
 
การเจรจาในช่วงก่อนถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราล้มเหลว เมื่อรายงานข่าวระบุว่าออปชั่นเสริมในข้อเสนอของ แมนฯ ยูไนเต็ด เต็มไปด้วยเงื่อนไขที่ “แทบเป็นไปไม่ได้” ที่จะทำให้ สปอร์ติ้ง ได้เงินเพิ่ม 
 
ตัวอย่างเช่นการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือนักเตะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ซึ่งเงื่อนไขแบบนี้ ในสภาพทีมที่เป็นแบบนี้ มันเหมือนจะบอกอ้อมๆ ว่า "กูไม่จ่าย" ชัดๆ
 
แต่แน่นอนว่าประตูยังไม่ถูกปิดตาย ในเมื่อใครๆ ก็รู้ว่า สปอร์ติ้ง ลิสบอน ต้องการเงินก้อนใหญ่ และหนทางที่จะได้สิ่งนั้น มีเพียงการขายกัปตันทีมคนเก่งออกไปเพียงอย่างเดียว 
 
ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ชัดเจนว่าขาดกองกลางชั้นยอด ทั้งโลกเขาเห็นๆ กันอยู่ว่า เจสซี่ ลินการ์ด กับ อันเดรียส เปเรยร่า ฝากความหวังไม่ได้ขนาดไหน 
 
แล้ว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไร สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ ปอล ป๊อกบา จะหายเจ็บกลับมาลงเล่นพร้อมกันได้อีกครั้งเสียที
 
 
ในช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยพยายามเจรจาต่อรอง ด้วยการส่งนักเตะ 4 คนไปให้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เลือกว่าจะเอาใครเป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอเพิ่มเติม โดยพร้อมปล่อยให้คนใดคนหนึ่งย้ายไปเล่นแบบยืมตัวฟรีๆ อีกด้วย
 
4 คนที่ว่าประกอบด้วย อันเดรียส เปเรยร่า, มาร์กอส โรโฮ, โจเอล คาสโตร เปเรยร่า (นายประตูสำรอง) และดาวรุ่งอย่าง แองเจิล โกเมส
 
แน่นอนว่าข้อเสนอถูกปฏิเสธ สิ่งที่ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ต้องการคือเงินเท่านั้น
 
นอกจากนั้นแล้ว นักเตะทั้ง 4 รายที่ว่าก็ไม่ใกล้เคียงที่จะเป็นตัวแทนที่ดีพอของเพลย์เมกเกอร์ที่ทำผลงานยิงรวมทุกรายการ 64 ประตู จากการลงสนาม 137 นัดแม้แต่น้อย
 
ขนาด อันเดรียส เปเรยร่า ที่เล่นตำแหน่งเดียวกันกับ แฟร์นันเดส ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ สปอร์ติ้ง ต้องคิดหนักว่าจะเอาไปทำไม เพราะฟอร์มการเล่นก็ไม่น่าประทับใจอะไร ทั้งที่ได้ลงสนามต่อเนื่องกับผีแดง
 
 
ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ตัวนักเตะก็ไม่มีใครต้องการย้ายออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปอยู่กับสโมสรที่ย่ำแย่กว่าด้วย
 
นี่มันคือข้อเสนอที่ สปอร์ติ้ง ปฏิเสธได้ง่ายกว่า รอให้ บรูโน่ แฟร์นันเดส คว้าแชมป์ระดับเมเจอร์กับผีแดงเสียอีก
 
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายคืนวันที่ 29 มกราคม ทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ก็บรรลุข้อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย
 
จากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ระบุว่าทีมปีศาจแดงต้องจ่ายค่าตัวเบื้องต้น 55 ล้านยูโร (ราวๆ 46.5 ล้านปอนด์) ทันที 
 
ส่วนอีก 25 ล้านยูโร คือออปชั่นเสริม ที่มีการปรับปรุงเงื่อนไขในสัญญาใหม่ ที่ดูจะเป็นการ “พบกันครึ่งทาง” มากขึ้น
 
5 ล้านยูโรแรก จะได้ครบเมื่อ บรูโน่ ลงตัวจริงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ครบ 25 นัด 
 
โดยทุกๆ การออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรกให้ผีแดงครบ 5 นัด สปอร์ติ้ง ลิสบอน จะได้รับเงินงวดละ 1 ล้านยูโร
 
5 ล้านยูโรที่สอง สปอร์ติ้ง ลิสบอน จะได้ทันที ถ้าหากทีมปีศาจแดงผ่านเข้าไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 
 
ส่วนอีก 15 ล้านยูโร จะยากหน่อย นั่นคือทุกครั้งที่ บรูโน่ แฟร์นันเดส คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ หรือ ติด หนึ่งใน 3 นักเตะที่ได้คะแนนสูงสุดของ บัลลง ดอร์ สปอร์ติ้งจะได้เงิน 5 ล้านยูโร โดยจะมีการจ่ายสูงสุด 3 งวด
 
นอกจากนั้นแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยินยอมจ่ายเงินพิเศษเองอีก 5.5 ล้านยูโร เป็นค่าบริการส่วนกลางในการดำเนินการโยกย้ายทีม
 
 
นั่นหมายความว่า ถ้าหาก บรูโน่ แฟร์นันเดส จะมีมูลค่าถึง 80 ล้านยูโรด้วยจริงๆ เขาต้องเป็นกำลังสำคัญอันดับหนึ่ง ที่พาต้นสังกัดใหม่คว้าแชมป์รายการใหญ่อย่างพรีเมียร์ลีก หรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้ ภายในอายุสัญญา 5 ปีครึ่งที่เซ็นกันไว้ในวันเปิดตัวเท่านั้น
 
ส่วน สปอร์ติ้ง ลิสบอน ก็มีเงินไปจ่ายหนี้ได้ไม่ยาก เพราะส่วนต่าง 10 ล้าน จากค่าตัวเบื้องต้น 55 ล้านยูโร กับหนี้ที่มีอยู่ราวๆ 65 ล้านยูโร พวกเขาสามารถหาได้จากทางอื่น ไม่ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด, การขายสินค้า หรือบางทีพวกเขาก็น่าจะพอมีเงินส่วนนี้คงเหลือในคลังอยู่บ้าง
 
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ให้สัมภาษณ์ในวันเปิดตัวลูกทีมคนใหม่ ซึ่งเขาต้องการตัวมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว โดยมั่นใจว่าทีมปีศาจแดงได้ “ของดี” มาเสริมทัพจริงๆ
 
“เราติดตาม บรูโน่ มานานหลายเดือน และทุกคนที่นี่ต่างประทับใจอย่างมากกับคุณสมบัติทั้งหมดของเขา และสิ่งที่เขาจะนำมาสู่ทีมทีมนี้”
 
“สิ่งที่สำคัญที่สุด คือเขาเป็นคนที่มีความเป็นมนุษย์ที่ยอดเยี่ยม ด้วยตัวตนที่ยิ่งใหญ่ และคุณสมบัติความเป็นผู้นำของเขา ซึ่งชัดเจนสำหรับทุกคนที่จะเห็นมัน”
 
“สถิติการทำประตูและแอสซิสต์ของ บรูโน่ บ่งบอกในตัวเองแล้ว เขาจะเป็นการเสริมทัพที่มหัศจรรย์ให้กับทีมของเรา และเขาจะช่วยเรายกระดับได้ในครึ่งหลังของฤดูกาล”
 
“ช่วงเบรกหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึง คือช่วงเวลาที่เพอร์เฟ็กต์สำหรับเราในการประสาน บรูโน่ ให้เข้าทีม และสำหรับตัวเขาเองที่จะได้ทำความรู้จักเพื่อนร่วมทีม”
 
 
ด้วยสถิติการมีส่วนกับประตูในลีกสูงสุดโปรตุเกสถึง 67 ลูกในรอบ 2 ฤดูกาลครึ่งที่ผ่านมา (39 ประตู 28 แอสซิสต์) ชัดเจนมากว่า เขามีคุณสมบัติที่ดีกว่าตัวเลือกเดิมๆ อย่าง เจสซี่ ลินการ์ด, อันเดรียส เปเรยร่า และ ฆวน มาต้า ที่น่าจะหลุดไปนั่งสำรองยาวๆ จากการมาถึงของเขา
 
กำหนดการประเดิมสนามนัดแรกให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ บรูโน่ แฟร์นันเดส คือเกมพรีเมียร์ลีกคู่ดึกสุดคืนวันเสาร์นี้ ที่จะพบกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
 
เชื่อว่าทุกครั้งที่ บรูโน่ ได้สัมผัสบอล สายตาของทุกคนจะต้องจับจ้องแน่ ว่าทรงเจ๋งจริงตามที่เล่าลือกันไหม
 
ส่วนเขาจะคุ้มกับค่าตัวมหาศาลหรือไม่ แน่นอนว่าเราคงตัดสินกันยากในฤดูกาลนี้ ที่เหลือเวลาแค่ไม่กี่เดือน 
 
นอกเสียจากจะเข้ามาสร้างปรากฏการณ์พาทีมไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยทันทีได้จริงๆ
 
แต่ด้วยอายุเพียง 25 ปี ด้วยค่าตัวแพงขนาดนี้ และด้วยสัญญาที่ยาวจนถึงซัมเมอร์ 2025 
 
รับรองว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เลือกแล้วว่านี่จะเป็นการลงทุนที่สำคัญในระยะยาว 
 
ไม่ว่าผู้จัดการทีมที่จะได้ใช้งานเขาต่อจากนี้ จะเป็น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา หรือไม่ก็ตาม
 
 
...ม้าโฉด