คอลัมนิสต์ : ม้าโฉด

จะแข่งต่อได้ รออะไรบ้าง?

22 เม.ย. 2563
 
ไม่ว่าฟุตบอลลีกต่างๆ จะอยากให้ฤดูกาลนี้กลับมาแข่งกันต่อให้จบขนาดไหน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ คนที่มีอำนาจอนุญาตให้เกมลูกหนังลงเตะกันได้อีกครั้ง ก็คือรัฐบาลของแต่ละประเทศ ไม่ใช่พวกสมาคมฟุตบอล หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดใดๆ ทั้งสิ้น
 
สโมสรในบุนเดสลีกา กำลังลงซ้อมกันอยู่ในช่วงนี้แบบเงียบๆ โดยปฏิบัติตามมาตรการทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งลีกสูงสุดเยอรมนี ตั้งเป้าว่าจะกลับมาแข่งกันใหม่ได้อีกครั้งในวันที่ 9 พฤษภาคม โดยไม่มีแฟนบอลเข้าไปชมเกมในสนามแม้แต่นัดเดียว
 
เยอรมนี คือประเทศที่มีการตรวจกวาดล้างเชื้อโคโรน่าไวรัสมากที่สุดในโลก ซึ่งแม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมจะสูงเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจาก สหรัฐอเมริกา, สเปน และ อิตาลี แต่ไม่มีชาติไหนอีกแล้วในปฐพีนี้ ที่มีสถิติการรักษาคนให้หายจากเชื้อโควิด-19 มากไปกว่าดินแดนไส้กรอก
 
จากผู้ติดเชื้อ 148,704 คน (ข้อมูลล่าสุดช่วง 6 โมงเย็นของวันพุธ) สามารถรักษาหายแล้วถึง 87,055 คน และทางผู้เกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอล ก็เตรียมที่จะตรวจหาเชื้อนักเตะ, สต๊าฟฟ์โค้ช และเจ้าหน้าที่ต่างๆ ในสนามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับประกันความปลอดภัยให้มากที่สุด
 
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฟุตบอลลีกเยอรมนี (เดเอฟแอล) ก็ต้องรอให้ทาง อังเกล่า แมร์เคิ่ล นายกรัฐมนตรีหญิงของเมืองเบียร์ และรัฐมนตรีของรัฐต่างๆ อนุมัติให้ฟุตบอลลงแข่งกันได้จริงๆ ในเดือนหน้าอยู่ดี โดยวันที่ 30 เมษายนนี้ จะมีการประชุมใหญ่
 
 
ทางด้าน กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เพิ่งมีผลโหวตเป็นเอกฉันท์จาก 20 สโมสร ที่เห็นตรงกันว่าจะต้องทำให้ฤดูกาล 2019-20 จบลงอย่างสมบูรณ์ให้ได้
 
เซเรีย อา มีแพลนว่าจะให้พวกนักเตะกลับมาลงฝึกซ้อมกันได้อีกครั้งในวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันแรกของการปลดล็อคดาวน์ของอิตาลี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาลงแข่งกันต่อภายในช่วงต้นเดือนมิถุนายน
 
แต่ใช่ว่าพวกเขาจะอนุญาตให้แต่ละทีมเรียกนักเตะมาฝึกซ้อมได้โดยพลการ เพราะความเป็นจริงก็คือ อิตาลี ยังคงเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากโคโรน่าไวรัสมากที่สุดในยุโรป (24,648 คน)
 
ก่อนอื่นเลย ทางสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี (เอฟไอจีซี) จะต้องหารือกับ วินเชนโซ่ สปาดาโฟร่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาในวันที่ 22 เมษายน เพื่อชี้แจงแนวทาง ว่าจะมีมาตรการอย่างไรถึงจะการันตีความปลอดภัยในการแข่งขันฟุตบอลในช่วงนี้จริงๆ และมันทำได้จริงหรือไม่
 
ไอเดียของสหพันธ์ลูกหนังเมืองมะกะโรนี คือตรวจหาเชื้อทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอคล้ายๆ กับวิธีของเยอรมนี แต่จากการที่มีนักเตะหลายคนที่เล่นในลีกนี้เคยติดเชื้อมาก่อน เชื่อว่าโอกาสที่สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติในเร็วๆ นี้ คงไม่ใช่เรื่องง่าย
 
 
ทางด้าน ลา ลีกา ต้องการให้โปรแกรมกลับมาแข่งกันต่อได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคมเป็นต้นไป โดยสภากีฬาแห่งชาติสเปน พร้อมเปิดไฟเขียวให้แต่ละสโมสรเรียกนักเตะกลับมาฝึกซ้อมได้ในช่วงสิ้นเดือนนี้ ถ้าหากปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
 
สเปน คือประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดแล้วของยุโรป (208,389 คน) ซึ่งแม้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตแล้วสูงกว่า 20,000 ราย แต่สถิติการรักษาผู้ติดเชื้อหายถือว่าดีขึ้นอย่างน่าพอใจ (รักษาหายแล้ว 85,915 คน) นั่นทำให้โอกาสที่แดนกระทิงดุจะปลดล็อคดาวน์ภายใน 2 เดือนข้างหน้า ก็ถือว่าเป็นไปได้
 
ลีก เอิง ฝรั่งเศส ประชุมเคาะกันมาแล้วว่าแพลนที่วางไว้ให้โปรแกรมกลับมารีสตาร์ทคือ 17 มิถุนายน แต่ยังคงต้องรอให้รัฐบาลอนุมัติก่อน ว่าฟุตบอลที่แข่งกันแบบปิดสนาม มันมีความปลอดภัยอย่างแน่นอนจริงๆ
 
ส่วนฝั่งพรีเมียร์ลีก ถ้าจะว่ากันตามตรง ดูจะมีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาแข่งใหม่ได้ช้าที่สุด หากเทียบกับลีกระดับท็อปด้วยกัน
 
เพราะแม้จะยืนยันผ่านแถลงการณ์ทุกครั้งว่ายังไม่มีความคิดที่จะ “โมฆะ” หรือ “ตัดจบ” ซีซั่น แต่สิ่งที่เราเห็นมาตลอดคือการเลื่อนโปรแกรมออกไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีกำหนด โดยยังไม่มีความชัดเจน หรือแนวโน้มความคืบหน้าใดๆ
 
สาเหตุที่เป็นแบบนั้น จนแฟนบอลหลายคนเริ่มหงุดหงิด เพราะความเป็นจริงก็คือ ณ เวลานี้ ที่สหราชอาณาจักรยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อที่รักษาหายแม้แต่รายเดียว
 
เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงยังไม่สามารถบอกได้ ว่าจะให้เกมลูกหนังกลับมาอีกครั้งได้เมื่อไร
 
เนเธอร์แลนด์ เตรียมล็อคดาวน์ประเทศยาวจนถึง 1 กันยายน
 
ในขณะที่ฟุตบอลลีกใหญ่ๆ แทบทั้งหมด มีเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้ฤดูกาลนี้ถูกยกเลิกไปดื้อๆ แต่ทาง เอเรดิวิซี่ ลีก ของฮอลแลนด์ กำลังจะต้องยอมแพ้ต่อวิกฤติครั้งนี้
 
รัฐบาลของเนเธอร์แลนด์สั่งมาแล้วเรียบร้อย ว่าห้ามจัดแข่งกีฬาทุกประเภทไปจนถึงอย่างน้อยวันที่ 1 กันยายน ซึ่งต่อให้ขอเล่นกันแบบไม่มีใครเข้าไปนั่งชม ทางการก็ไม่อนุญาต
 
คือถ้าโปรแกรมที่เหลือกว่าจะรีสตาร์ทต้องรอให้ถึงเดือนกันยาจริงๆ ก็ต้องบอกเลยว่ามันล่าช้าเกินไป แล้วความวุ่นวายทั้งในเรื่องสัญญาต่างๆ ในแต่ละสโมสร, ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด, สถานะทางการเงินในช่วงที่ฟุตบอลห้ามเตะ ไปจนถึงการจัดโปรแกรมให้สอดคล้องกับปฏิทินของยูฟ่า มันจะตามมาอย่างมหาศาล จนไม่สามารถตามแก้ไขได้หมด
 
สมาคมฟุตบอลดัตช์ (เคเอ็นวีบี) ออกแถลงการณ์มาแล้วเรียบร้อยว่าคงต้องยอมให้ซีซั่น 2019-20 จบลงไปแบบนี้ เหลือแค่หาข้อสรุปกันเท่านั้น ว่าจะให้มันจบแบบโมฆะไปเลย หรือยึดตารางคะแนนล่าสุด ที่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม นำจ่าฝูงด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า อาแซด อัลค์มาร์
 
ก่อนหน้านี้ ลีกประเทศเพื่อนบ้านของเนเธอร์แลนด์อย่าง จูปิแลร์ ลีก ของเบลเยียม เพิ่งประกาศตัดจบฤดูกาลนี้ไปแล้ว โดยยกแชมป์ให้ทีมจ่าฝูงอย่าง คลับ บรูช แต่ทางด้าน ยูฟ่า ยังคัดค้าน เพราะต้องการให้ลีกทุกประเทศของ 55 ชาติสมาชิก แข่งกันจบโดยสมบูรณ์
 
ซึ่งมีรายงานข่าวออกมาด้วยว่า ยูฟ่า ขู่ตัดสิทธิ์ประเทศที่แข่งซีซั่นนี้กันไม่ครบโปรแกรม ห้ามส่งตัวแทนไปแข่งรายการอย่าง แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูโรป้า ลีก ด้วย
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โฆษกของยูฟ่าได้ออกแถลงการณ์ในท่าทีที่เข้าใจสถานการณ์ของบางประเทศ ที่รัฐบาลไม่ยินยอมให้จัดแข่งกีฬากันในช่วงนี้ แม้เสียงส่วนใหญ่ของชาติสมาชิก จะเป็นไปในทางต้องการกลับมาแข่งกันต่อให้จบก็ตาม
 
“มีการเสนอแนะอย่างเข้มแข็งในการทำให้ฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วยในประเทศแข่งกันให้จบสมบูรณ์ แต่บางกรณีพิเศษที่เราจะได้รับฟัง นำไปสู่ความกังวลเรื่องการมีส่วนร่วมกับการแข่งขันรายการยุโรป อย่างเช่นในกรณีของการยกเลิกลีก ซึ่งมันมีความเป็นไปได้มากขึ้น”
 
ในวันพฤหัสบดีนี้ คณะกรรมการบริหารของยูฟ่าจะประชุมร่วมกันอีกครั้ง ในการหาวิธีแก้ปัญหาให้กับ 55 ชาติสมาชิก การพิจารณาจัดโปรแกรม แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูโรป้า ลีก ที่เหลืออยู่ รวมไปถึงประเด็นของการคิดวิธีคัดตัวแทนไปเล่นรายการยุโรปฤดูกาลหน้า สำหรับลีกของบางชาติที่ต้องโดนตัดจบกลางคัน
 
....
 
สิ่งที่แน่นอนก็คือถ้าฟุตบอลกลับมาอีกครั้ง มันจะไม่มีแฟนบอลเข้าไปนั่งชมในสนาม และบางทีมันอาจอยู่ในสภาพนั้นไปจนถึงสิ้นปีหน้าเลยทีเดียว
 
ส่วนเรื่องของประเด็นที่ว่าฟุตบอลควรรีบกลับมาแข่งตอนไหน และจบฤดูกาลภายในวันที่เท่าไร ก็อย่างที่บอกไป ว่าคนที่ตัดสินใจไม่ใช่คนในวงการลูกหนัง แต่เป็นคนที่มีอำนาจสั่งการสูงสุดของแต่ละประเทศ
 
 
...ม้าโฉด