คอลัมนิสต์ : บิ๊กแชมป์

ในวันที่ ’’’’ช้างศึก’’’’ ต้องการกำลังใจ

14 ส.ค. 2562
 
ในที่สุดสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ก็ประกาศแต่งตั้ง ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ที่มี อากิระ นิชิโนะ เป็นเฮดโค้ช 
 
ล็อตแรก ได้แก่ "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย และ "โค้ชจุ่น" อนุรักษ์ ศรีเกิด เพื่อภารกิจแรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก นัดแรก พบ เวียดนาม 5 ก.ย. และ อินโดนีเซีย 10 ก.ย.
 
กระนั้นภารกิจยังไม่จบ เนื่องจาก สมาคมฯ และ นิชิโนะ กำลังพิจารณาโค้ชในตำแหน่งผู้ช่วยผู้ฝึกสอน อีก 2 รายเพื่อรองรับการเตรียมทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี
 
และนี่คือ 3 ข้อยืนยันว่า ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยต้องการกำลังใจเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมาย
 
 
1. ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์
พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เผยหลังเสร็จสิ้นการประชุมทีมงานทีมชาติไทยชุดใหญ่และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ว่า "โค้ชโต่ย เป็นเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ อยู่เเล้ว ส่วน โค้ชจุ่น ถ้าเขาได้รับการยอมรับจาก นิชิโนะ ก่อนที่จะเข้าแคมป์เก็บตัว ก็จะต้องมีการเรียกเข้ามาเซ็นสัญญาให้เรียบร้อย รวมถึงเรื่องค่าตอบแทนให้ชัดเจน"
 
"แต่ไม่ได้หมายความว่าทีมชาติไทยชุดใหญ่ และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี มีเพียง โค้ชโต่ย และ โค้ชจุ่น เท่านั้น ยังมีหลายท่านที่เข้าคิวรอให้พิจารณา เราเปิดกว้างสำหรับโค้ชทุกคน"
 
นั้นหมายความว่า ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยในปัจจุบันต้องการโค้ชไทยที่อยากเรียนรู้และอยากพัฒนาตัวเอง เข้ามาร่วมสร้างทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ในยุคเจแปนสไตล์
 
กระนั้นไม่ใช่แค่มาทำงานไปวันๆ โค้ชไทยที่จะเข้าต้องมีผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ ความสามารถด้วย 
 
ทั้งหมดถือเป็นมาตรฐานใหม่ ที่ยกระดับโค้ชไทย ไม่เหมือนที่ผ่านมา พอได้นั่งผู้ช่วยโค้ชแล้วอยู่ยาว แต่คราวนี้เราจะเห็นการแข่งขันในตำแหน่ง ผู้ช่วยโค้ชที่สูงมากขึ้นอย่างแน่นอน 
 
 
2. เป้าหมายคือ เจ้าอาเซียน 
มร.อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลชาติไทย ชุดใหญ่ และ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เคยกล่าวถึงเป้าหมาย ว่า 
 
“ผมมาทำงานที่นี่ส่วนหนึ่งเพราะเห็นความตั้งใจจริง ของท่านนายกสมาคมฯ ที่ต้องการพัฒนาฟุตบอลไทยให้ก้าวไปข้างหน้า เป้าหมายแรกของผมคือพาทีมชาติไทยกลับไปเป็นทีมอันดับ 1 ของอาเซียน 
 
"ผมคิดว่าทีมชาติไทยสามารถก้าวไปถึงระดับโลกได้ในอนาคต ซึ่งผมจะพยายามผลักดันให้ทีมชาติไทยก้าวไปถึงจุดนั้นให้ได้”
 
ฉะนั้น กับเงื่อนไขสัญญา 1 ปี ของเขา และ ระยะเตรียมทีมสั้นๆ ก่อนโปรแกรมฟุตบอลโลกของทีมชาติไทยนัดแรกจะเริ่มขึ้น 
 
การค้นหาผู้ที่มีความเหมาะสมจึงถูกโฟกัสให้แก่ผู้ที่พร้อมจะทำงานมากที่สุด ซึ่งหวยมาออกที่ "โค้ชโต่ย"  ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ และคือโค้ชคนล่าสุดที่ทำงานร่วมกับทีมชาติไทยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง แต่คือคนที่ถือข้อมูลนักเตะไทยชุดสุดท้ายไว้กับมือ 
 
ส่วน "โค้ชจุ่น" อนุรักษ์ ศรีเกิด  ถือเป็นสเป็กที่สมาคมฯ ต้องการตัว เพราะมีข้อมูลของทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี กอปร กำลังอยู่ช่วงต้องการความท้าทายใหม่ จึงลงล็อกพอดี 
 
ซึ่งเมื่อมองจากเป้าหมายและขนาดทีมฝ่ายเทคนิคทีมชาติไทย ตอนนี้ ก็ดูจะเพียงพอกับภารกิจ กลับไปเป็นเจ้าอาเซียน ตามที่ อากิระ นิชิโนะ ได้ประกาศไว้
 
 
3. ช้างศึก ต้องการกำลังใจ
วิเคราะห์มาถึงจุดนี้ คงไม่มีสิ่งไหน ต้องพูดถึงมากไปกว่า ความไว้เนื้อเชื่อใจจากแฟนบอลไทย ต่อการตัดสินใจ ของ อากิระ นิชิโนะ ที่ต้องการทำงานร่วมกับ "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย และ "โค้ชจุ่น" อนุรักษ์ ศรีเกิด
 
เพื่อภารกิจแรก ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก นัดแรก พบ เวียดนาม 5 ก.ย. และ อินโดนีเซีย 10 ก.ย
 
ซึ่งคำตอบ น่าจะออกมาในรูปแบบผลงานหลัง 2 เกมว่า การตัดสินใจครั้งนี้ของ ยอดกุนซือแดนอาทิตย์อุทัย มาถูกทางหรือไม่?
 
หรือถ้าไม่ประสบความสำเร็จ กองเชียร์ไทยจะมีปฎิกิริยาอย่างไร ทั้งหมดถือเป็นเรื่องราวในอนาคต 
 
 แต่โดยส่วนตัวผม คิดว่า ไม่ว่าจะทำงานไหน ย่อมมีทั้งความสำเร็จและล้มเหลวปะปนกันไป 
 
กระนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมกลับมองว่า "กำลังใจ" คือสิ่งที่ช้างศึกต้องการเพื่อไปสู่เป้าหมาย 
 
แม้ว่าหนทางอาจจะลำบาก แต่ผลตอบแทนนั้นคุ้มค่า เรากองเชียร์ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยตลอดชีพ ก็มาลองดูกันสักตั้ง จะเป็นอะไรไป 
 
 
บิ๊กแชมป์