คอลัมนิสต์ : บิ๊กแชมป์

4 เหตุผลไม่ควรพลาดเชียร์ช้างศึก

4 ก.ย. 2562
 
วันที่ 5 กันยายนนี้ ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ของทีมชาติไทย นัดแรกของกลุ่ม จี จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ด้วยการพบกับทีมชาติเวียดนาม
 
โดยนับตั้งแต่ที่ทีมช้างศึกเริ่มเก็บตัวฝึกซ้อมจนถึงวันนี้ กระแสฟีเวอร์ฟุตบอลไทยได้กลับมาเป็นทางการอีกครั้ง
 
ยืนยันได้จาก KBU SPORT POLL โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ซึ่งสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ช้างศึกกับความหวังในบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย”
 
โดยฟุตบอลไทย ได้รับความสนใจจากแฟนบอลที่จะมีต่อการติดตามการแข่งขัน ส่วนใหญ่ ถึงร้อยละ 87.30 เลยทีเดียว
 
เรียกว่า ผลการแข่งขันในครั้งนี้ ของทีมชาติไทย อาจเดิมพันถึงความสุขของคนไทยทั้งประเทศเลยก็ว่าได้
 
และนี่คือ 4 เหตุผล ไม่ควรพลาดเชียร์ช้างศึก 5 ก.ย.นี้
 
 
1. ช้างศึกฟูลทีม
KBU SPORT POLL ได้ทำสำรวจความคิดเห็นหัวข้อปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสและความสำเร็จของทีมชาติไทย โดยได้รับคำตอบจาก ประชาส่วนใหญ่ร้อยละ 25.09 ว่ามาจากความสามารถของนักเตะ
 
นั่นหมายความว่า กองเชียร์ทีมชาติไทย ยังศรัทธาต่อฝีเท้าของนักเตะไทยชุดนี้เป็นอย่างมาก
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันครั้งนี้ถือว่ามีความพิเศษมาก เพราะ 23 ขุนพลทีมชาติไทย ฟูลทีม ไล่เรียงตั้งแต่ 3 นักเตะจาก เจ-ลีก อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ ธีราทร บุญมาทัน
 
รวมด้วยนักเตะฟอร์มแรงในไทยลีก 2019 อย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา,พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล,บดินทร์ ผาลา และอีกหลายคน
 
เรียกได้ว่า ช้างศึกชุดนี้ดูจะมีความพร้อมมากที่สุดครั้งหนึ่งเลยทีเดียว
 
 
2. อากิระ นิชิโนะ 
ต่อเนื่องจาก สำรวจความคิดเห็นหัวข้อปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสและความสำเร็จของทีมชาติไทย รองลงมาร้อยละ 23.85 ปรากฎว่า ประชาชนให้ไปที่ความสามารถของหัวหน้าผู้ฝึกสอน นั้นคือ อากิระ นิชิโนะ ยอดกุนซือชาวญี่ปุ่น
 
นับตั้งแต่ที่ นิชิโนะ ประกาศตัดสินใจรับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา
 
แฟนบอลไทย ก็ได้รู้จัก กิตติศักดิ์ ของกุนซือจากแดนซามูไร ไม่มากก็น้อย
 
ทั้งแง่ความสำเร็จในฐานะโค้ชฟุตบอล และ ความสามารถด้านงานบริหาร ในฐานะ ประธานเทคนิคฟุตบอลประเทศญี่ปุ่น
 
ในอีกด้าน อากิระ นิชิโนะ ยังถูกยกให้เป็น คนเจ้าระเบียบ ไม่ยอมผ่านเรื่องไหนไปง่ายๆ, เฉียบแหลมในด้านการจัดการ และเป็น ผู้นำที่อ่อนน้อมถ่อม
 
จนทำให้ กองเชียร์ไทยมีความคาดหวังว่า วงการฟุตบอลไทย จะสามารถยกระดับมาตราฐานไปได้อีกขั้น
 
 
3. ชนาธิป เบอร์ 10
ชนาธิป สรงกระสินธ์ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ของแฟนบอลไทยที่จะได้ยลฝีเท้าของนักฟุตบอลซึ่งถูกยกย่องว่า เก่งที่สุดในห้วงเวลานี้
 
พิสูจน์ได้จากฟอร์มกับต้นสังกัดในศึกเจลีก อย่าง คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่ ชนาธิป กลายเป็นนักเตะกำลังสำคัญของทีมจากเกาะฮอกไกโด
 
ยิ่งสตอรี่ในครั้งนี้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้รับเบอร์ 10 ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายของนักฟุตบอลในตำแหน่งจอมทัพทีมชาติไทย ก็ยิ่งทำให้ความน่าสนใจเพิ่มทวีคูณขึ้นอีก
 
ถึงขนาดที่ ชนาธิป เป็นปลื้มพร้อมกล่าวว่า "การที่ผมได้ใส่หมายเลข 10 มันเป็นความประทับใจของผมอีกหนึ่งเรื่อง เพราะหมายเลขนี้มันคือ ผู้เล่นคนสำคัญของทีม อีกทั้งมันยังเป็นเบอร์ของรุ่นพี่ที่ผมเคารพรักอย่าง พี่มุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา อีกด้วย"
 
"ที่สำคัญเบอร์นี้มันยังเป็นเบอร์ของ ดีเอโก้ มาราโดน่า นักเตะที่ผมชื่นชอบ รองเท้าของผมก็เคยปักรูปมาราโดน่าด้วยครับ"
 
"รวมไปถึงตัวการ์ตูนที่ผมชื่นชอบอย่าง ซากาโมโต้ เทปเป้ จากการ์ตูนเรื่อง Fantasista ก็เคยใส่เบอร์ 18 และเปลี่ยนมาใส่เบอร์ 10 เช่นเดียวกัน"
 
"สุดท้ายนี้ผมจะทำให้ดีที่สุดกับเบอร์ 10 เบอร์นี้เพื่อตอบแทนความเชื่อใจของโค้ชและแฟนฟุตบอลชาวไทยทุกคนครับ"
 
 
4. คู่ปรับตลอดกาล
ผลสำรวจ ทีมคู่แข่งร่วมสายที่น่าเกรงขามสำหรับทีมชาติไทย ส่วนใหญ่ร้อยละ 29.09 ยกให้ "เวียดนาม"
 
แม้สถิติที่ผ่านมา ช้างศึก ดูเหนือกว่า ทุกทาง
 
โดยในรอบ 24 ปีทีมชาติไทย ดวล เวียดนาม 22 นัดในแมตช์ชุดใหญ่อย่างเป็นทางการ ขุนพลช้างศึก คว้าชัยไปถึง 15 เกม เสมอ 4 และแพ้เพียง 3 นัดเท่านั้น
 
แต่ความคาใจเกิดขึ้นในตลอด 2 ปีที่ผ่าน หลังเวียดนาม มีกุนซือชื่อ ปาร์ค ฮัง ซอ โค้ชชาวเกาหลีใต้ ผู้ปลุกกระแสฟุตบอลในเวียดนามให้เป็นที่เกรงขามไปทั้งเอเชีย แถมยังยัดเยียดความปราชัย คาถิ่นให้ฟุตบอลไทยในการแข่งขันคิงส์คัพในครั้งล่าสุด
 
ทั้งหมดเพิ่มดีกรีความน่าสนใจ และ ต่อมวลปริมาณความสุขของคนไทยทั้งประเทศได้เลย
 
คำว่า คู่ปรับตลอดกาล จึงเป็นคำเหมาะสมกับสถานการณ์ของเกมในวันที่ 5 กันยายนนี้ที่สุด
 
สำหรับ ทีมชาติไทย มีโปรแกรมเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติเวียดนาม ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 วันที่ 5 กันยายน เวลา 19.00 น. ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต โดยบัตรเข้าชมขายหมดแล้วทุกที่นั่ง ต่อด้วยบุกเยือน ทีมชาติอินโดนีเซีย วันที่ 10 กันยายน เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32
 
 
บิ๊กแชมป์