คอลัมนิสต์ : ธี อุทิศ

ทางแยกของสเปอร์ส

4 ต.ค. 2562
 
ยุค 80 สเปอร์ส เป็นทีมที่มีเสน่ห์ หลายคนสมัครใจเป็นแฟนไก่ เพราะประทับใจชุดแข่งของ Hummel หลงรักฝีเท้า เกล็น ฮ็อดเดิ้ล และ ออสซี่ อาร์ดิเลส
 
พกเขาถูกยกย่องให้เป็น 'เจ้าพ่อบอลถ้วย' คว้าสองแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 81 และ 82 หนึ่งแชมป์ยูฟ่า คัพ ปี 84
 
หลังจากนั้นแม้ทีมไม่ประสบความสำเร็จต่อเนื่อง แต่สเปอร์สมีความพิเศษ ไม่เคยว่างเว้นจากนักเตะพรสวรรค์สูง คริส ว้อดเดิ้ล กับ พอล แกสคอยน์
 
สเปอร์สเป็นทีมที่เล่นเกมรุกสนุกบุกแหลก เคยมีดาวยิงระดับเวิลด์คลาส แกรี่ ลินิเกอร์ กับ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์
 
ทีมใหญ่ แฟนบอลเยอะ สนามใหม่ แฟนไก่เข้าเชียร์นัดละ 60,000 คน ตอนเช่าเวมบลีย์ลงเตะแชมเปี้ยนส์ ลีก แฟนๆ ตีตั๋วเข้าชมทะลุหลัก 80,000 คน
 
ทีมที่เพียบพร้อม มีประวัติศาสตร์ แต่ไม่น่าเชื่อว่าแชมป์ใหญ่สุดท้ายที่สเปอร์สคว้าได้คือ เอฟเอ คัพ 1991
 
ลีก คัพ 2008 ที่เอาชนะเชลซี ตอนนั้นบอลถ้วยรายการนี้แทบหมดความหมาย
 
การผ่านเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้ว เหมือนปลุกสเปอร์สจากหลับใหล พวกเขามีทีมที่ดีมากๆ อีกก้าวเดียว เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ จะพาทีมก้าวไปไกลที่สุด ไปอยู่ในจุดที่ไม่มีผู้จัดการทีมสเปอร์สคนไหนเคยทำได้มาก่อน
 
คำว่า 'ก้าวเดียว' ในโลกของฟุตบอล ถูกกำหนดด้วยผลการแข่งขัน
 
ผลลัพธ์ต่างกันมหาศาล อาจหมายถึง 'หนึ่งก้าวยาวๆ ไปข้างหน้า' หรือ 'ถอยหลังลงคลองไปหลายก้าว'
 
เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าวหลังจากรับรางวัลโค้ชแห่งปีของฟีฟ่า
 
เหตุผลที่ทำให้เขาได้รางวัลนี้ "เพราะเอาชนะ เมาริซิโอ ในเกมนั้น (ชิงชปล.) ฟุตบอลมันก็เท่านี้แหละ"
 
กลับกันถ้าเป็นสเปอร์สคว้าแชมป์ชปล. บางที โปเช็ตติโน่ อาจกล่าวในทำนองเดียวกัน "เพราะเอาชนะ คล็อปป์ ในเกมนั้น (ชิงชปล.) ฟุตบอลมันก็เท่านี้แหละ"
 
เหมือน พอช รู้ล่วงหน้าระเบิดเวลาที่สเปอร์สจะกดปุ่มทำงานเมื่อเริ่มฤดูกาล 2019/20
 
ปัญหาที่หมักหมม ทั้งเรื่องสัญญาใหม่ของนักเตะ และ 'จังหวะของฟุตบอล' ที่ให้ย้อนกลับไปเล่นอีก 10 เกม บางทีอาจเกิดขึ้นได้แค่เกมเดียว เหมือนที่พวกเขาเขี่ย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตกรอบ
 
มาตรฐานสูงลิบลิ่วในพรีเมียร์ลีกที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ทำไว้ฤดูกาลก่อน แฟนบอลทั่วไปพอเดาออก การแย่งแชมป์ลีกฤดูกาลนี้ มีม้าแค่ 2 ตัวที่จะแข่งกันตั้งนัดแรกไปจนจบฤดูกาล
 
พอช จึงออกตัวก่อน หากสเปอร์สคว้าแชมป์ยุโรป งานของเขาคงจบเท่านี้ ขอย้ายไปหาความท้าทายที่อื่น เพราะถ้าอยู่ต่อทีมที่เขาสร้างมากับมือ 5 ปี มีแต่ 'ทรุด' กับ 'เสื่อม' โอกาสประสบความสำเร็จยากแบบทวีคูณ
 
ผู้จัดการทีมที่สเปอร์ส เป็นตำแหน่งที่เล่นกับไฟ ต้องแบกความคาดหวังของแฟนบอลสูงลิบลิ่ว
 
สามทศวรรษที่ผ่านมาพวกเขาตกเป็นลูกไก่ในกำมือของ อาร์เซน่อล พอปืนใหญ่เสื่อม ใครก็ไม่รู้ส่ง โรมัน อบราโมวิช มาสร้างเชลซียิ่งใหญ่ สเปอร์สแทบจะไม่เหลือที่ยืน
 
งานของ พอช เล่นไปตามเกมของผู้ริหาร เป็นสถานการณ์ที่ต้องเข้าใจโปรเจ็กต์สนามใหม่กับปรับปรุงพื้นที่รอบๆ หมดเงินไปหนึ่งพันล้านปอนด์
 
ทีมอย่างสเปอร์สกับอาร์เซน่อล มีข้อเสียเปรียบเมื่อเทียบกับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากพื้นที่จำกัด ไม่สามารถปรับปรุง ต้องสร้างใหม่อย่างเดียว แถมราคาที่ดินในลอนดอนติดเรตแพงสุดของโลก
 
สโมสรซื้อใจให้ พอช เต็มที่ ปัจจุบันรับค่าเหนื่อยสูงเป็นอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก ปีละ 8.5 ล้านปอนด์ ค่าเหนื่อยแพงแลกมาด้วยแผนการรัดเข็มขัด สโมสรทุ่มให้เขา เพื่อให้เขาไปหาทางออกสร้างทีมให้ได้ในงบจำกัด โดยไม่อนุญาตให้ซื้อนักเตะเพิ่มถึง 2 รอบตลาดเมื่อฤดูกาล 2018/19
 
ผมรู้สึกได้ว่าสเปอร์สชุดนี้มาสุดทาง พอช ทำให้ดีกว่าเก่าคงยาก ต้องเวลาใช้อีก 2-3 ปีเพื่อปรับทีมขึ้นมาสู้ใหม่
 
ฤดูกาลที่แล้ว ตามหลังสองทีมนำในพรีเมียร์ลีกถึง 27 กับ 26 คะแนน เท่ากับ 9 นัด
 
ปาฎิหาริย์อย่างในชปล.ที่เคยทำได้ คงไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ ไม่อย่างงั้นเราคงไม่ใช้คำว่าปาฎิหาริย์
 
เกมโดน บาเยิร์น มิวนิค บุกมาถล่ม 7-2 เปิดทุกแผลสเปอร์ส
 
สเปอร์สชุดนี้หยุดพัฒนาการไปแล้ว มีแต่ถดถอย เล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก มาหลายฤดูกาล แต่ไม่เก๋าเกม
 
เกมใหญ่เล่นไม่ละเอียด จะเห็นความผิดพลาดส่วนบุคคลของนักเตะเกิดขึ้นประจำ
 
เกมรับนักเตะอายุเยอะ ยาน แฟร์ตองเก้น กับ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ เกิน 30 ปี
 
ตั้งแต่ผมดูฟุตบอลอังกฤษ คู่ปราการหลังตัวกลางคือปัญหาเรื้อรังของไก่เดือยทอง ไม่เคยมีนักเตะเล่นได้คงเส้นคงวาเหนียวแน่นเสียประตูยากเหมือนช่วงที่หงส์แดง, ผีแดง, ปืนใหญ่ และสิงโตน้ำเงิน ประสบความสำเร็จ
 
เกมรุกไม่มีความพอดี ถ้าเจอคู่แข่งวางแผนมาอุดประตู แข้งไก่หมดมุก กอปรกับแนวรุกเล่นมากจังหวะ ตอนควรส่งก็เลี้ยงวนไปวนมาไม่ได้กินแดนกับกินตัวคู่แข่ง มีแต่ดีเลย์เกมรุกตัวเอง
 
พอช ต้องชัดเจน ใครจะอยู่ ใครต้องไป ใครหงอ และใครพร้อมถลกแขนเสื้อลุยไปด้วยกัน
 
ต้องหา 11 ตัวจริงให้ได้ ไม่ใช่สลับกันเล่นจนมั่วไปหมด คิดเผื่อหน้าเผื่อหลังเผื่อข้างๆ ส่งคนนู้นไปแทนคนนั้น หาตัวแทนล่วงหน้า กรณีมีใครย้ายทีม
 
พวกยึกยักไม่ต่อสัญญาอย่าง คริสเตียน เอริคเซ่น, แฟร์ตองเก้น และ อัลเดอร์ไวเรลด์ เคลียร์ให้ชัด
 
นักเตะพวกนี้น่าสงสัยว่าพร้อมทุ่มเทให้ทีมเต็มที่เหมือนเดิมหรือเปล่า หรือเล่นแค่ประคองตัวเลี่ยงอาการบาดเจ็บเพื่อรอย้ายทีมช่วงต้นปี จะอยู่หรือไป อย่าปล่อยให้ค้างคา พาบรรยากาศทีมเสียไปด้วย
 
มีหลายคำถาม ที่รอคำตอบ
 
ฟุตบอลเป็นเกมที่เปลี่ยนแปลงเร็ว สเปอร์สอาจฟื้นตัวถ้าชนะสวยๆ สัก 3-4 นัด หรืออาจฟุบยาวกู่ไม่กลับ ลงเอยตามวิถีฟุตบอลสมัยใหม่ พอช นั่นแหละจะโดนเชือดคนแรก
 
ถ้ามีข้อเสนอร้อนๆ จาก เรอัล มาดริด หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้ามาให้พิจารณา พอช อาจได้งานใหม่ แต่แฟนราชันกับแฟนผีอาจตั้งป้อมไม่เอา เพราะโปรไฟล์ไม่ดี ความสำเร็จไม่มี
 
คำถามใหญ่ที่สุดตอนนี้ พอช ยังเหลือไฟในการสร้างสเปอร์สขึ้นมาใหม่หรือไม่
 
บางทีการเลือกเดินจากสเปอร์ส อาจเป็นผลดีต่อตัวเขาเองและสโมสร เพื่อความท้าทายครั้งใหม่ของทั้งสองฝ่าย
 
และเปิดทางให้ผู้จัดการทีมคนใหม่ อาจเป็นใครสักคนที่แฟนไก่รับได้
 
เริ่มมีการพาดพิงถึง เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ผู้จุดประกายให้เยอรมนีกลับมาผงาด
 
ฝีเท้านักเตะสเปอร์สไม่ใช่ปัญหา สภาพจิตใจต่างหาก ตอนนี้พวกเขาต้องการแรงบันดาลใจใหม่ๆ ต้องการใครสักคนหล่อหลอมทีมขึ้นมาใหม่
 
กรณีที่ พอช เลือกเดินจากไปจริงๆ คลิ้นซี่ เหมาะสมทุกมุมมอง
 
 
ธี อุทิศ