คอลัมนิสต์ : มิวสิค

ไทยลีกกับเส้นทางไสยศาสตร์

16 มี.ค. 2563
ช่วงลีกปิดแบบนี้มันช่างเงียบเหงากันดีเหลือเกิน ระหว่างรอลีกกลับมาเปิด ก็นั่งดูไฮไลท์ย้อนหลังวนไปวนมามันจนครบทุกเกม จำได้จะครบทุกจังหวะแล้ว มันก็ยังไม่ครบ 45 วันกันเสียที
 
หันไปหันมา ตอนนี้หลายทีมก็ค่อยๆ เตรียมตัวกันไปเรื่อยๆ ระหว่างรอลีกเปิด บางทีมก็ปล่อยนักเตะพักผ่อนบ้าง ปรับตารางซ้อมใหม่บ้าง วางโปรแกรมอุ่นเครื่องกันบ้าง ตามความเหมาะสม
 
ส่วนแฟนบอลอย่างเราๆ นอกจากเปิดเพจนู้นเข้าเพจนี้ไปวันๆ ก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว (นอกจากทำงานหาเงินรอซื้อตั๋วไปดูบอล) หันซ้ายหันขาว ก็เจอแต่ข่าวโควิด-19 กับข่าวทำบุญสโมสร....
 
นั่งดูไป มันก็นึกขึ้นมาได้ ว่าบ้านเรามันก็มีเรื่องแปลกๆ หลังการทำบุญสโมสร หรือพยายามเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างในทีม บางสโมสรถึงขั้นวูบตกชั้นมาแล้วก็มี
 
วันนี้เราเลยรวบรวมเหตุการณ์ขำๆ หลังบรรดาสโมสรในไทยลีก พยายามเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในทีม แต่จากที่จะดีกลายเป็นชวนวูบ หรือเหตุผลประกอบช่างฟังดูแล้วน่ารักมาฝากกัน
 
 
1.บีจี กับ ซินแสผู้หยั่งรู้
เรื่องนี้น่าจะเป็นตำนานที่แฟนๆ ไทยลีกจำไม่ลืมเลย กับการเปลี่ยนแปลงของสโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เมื่อปี 2018
 
ตอนนั้นเดอะ แรบบิท ยังใช้เชื่อเดิมว่าสโมสรบางกอกกล๊าส อยู่ แต่ไปยังไงมายังไงไม่รู้ ปีนั้นทีมได้ตัดสินใจทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และมันก็กลายเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเล่ากันจนถึงวันนี้
 
ปี 2018 สโมสรบางกอกกล๊าส ประกาศเปลี่ยนโลโห้ของสโมสรใหม่ จากเดิมที่เป็นรูปกระต่ายที่หันข้าง มาเป็นเจ้ากระต่ายหน้าตรงแบบพร้อมบวกทุกคนแทน รวมถึงปิดตำนานสนามหญ้าเทียมของสโมสรลงด้วยในปีเดียวกัน
 
พอโลโก้เปลี่ยน หญ้าเปลี่ยน ฟอร์มมันก็เปลี่ยนตามไปด้วย จากที่ปี 2017 พวกเขาเป็นทีมที่อยู่ในกลุ่มท็อป 5 ของลีก กลายเป็นว่าปี 2018 เจ้ากระต่ายแก้วลงไปอยู่กับกลุ่มหนีตกชั้นแทน และเป็น 1 ใน 5 ทีมที่ตกชั้นลงไปเล่นในไทยลีก 2 จริงๆ ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล
 
แถมปลายปีนั้น คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสร ยังประกาศเปลี่ยนชื่อใหม่จาก บางกอกกล๊าส มาเป็น บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ชื่อทีมในปัจจุบันอีก ทีนี้โดนชาวเน็ตล้อกระจาย จนเกิดเป็นวลี "เปลี่ยนโลโก้ เปลี่ยนหญ้า เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนลีก" เลยทีเดียว
 
 
2.เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ การตั้งศาลใหม่
ใครจำกันได้บ้าง ว่าเดิมทีสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปไหว้ศาลกันที่ไหน ก่อนที่จะมีการตั้งศาลใหม่ตรงหน้าทางเข้าฝั่งธันเดอร์โดม......
 
อันนี้ทางเราเองก็ไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่ แต่จำได้ลางๆ ว่าเมื่อก่อนนักเตะเดินไปไหว้ศาลหลังธันเดอร์โดมก่อนแข่งขัน ก่อนที่สโมสรจะทำพิธีตั้งศาลที่ทางเข้าหลังโซน W หรือฝั่งที่ติดกับทางด่วน
 
แต่ไม่รู้ไปอะไรยังไงกัน หลังจากตั้งศาลปุ๊บ ฟอร์มก็ร่วงจนน่าตกใจ แถมพอขึ้นฤดูกาลใหม่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น แรกๆ ก็คิดกันว่าเป็นเพราะโค้ชเบ๊ ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก กุนซือของทีมตอนนั้น อาจจะไม่ถนัดคุมทีมที่มาซูเปอร์สตาร์อยู่กันเยอะๆ แบบนี้หรือเปล่า เพราะปกติแกขึ้นชื่อเรื่องพาทีมหนีตกชั้นรอดตายนี่นา
 
พอเปลี่ยนโค้ชใหม่ ผลงานมันก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางเสียที สุดท้ายสโมสรก็หันกลับมาหาที่พึ่งทางใจใหม่อีกครั้ง และตัดสินใจย้ายที่ตั้งศาลใหม่ มาอยู่บริเวณทางเข้าโซน E หรือทางฝั่งธันเดอร์โดมแทน
 
พอย้ายศาลกันใหม่อีกรอบ แฟนๆ ก็ลงความเห็นว่าฟอร์มของทีมต่อจากนี้น่าจะกลับมาเปรี้ยงปร้างกันได้อีกครั้ง แต่กว่าจะทำพิธีย้ายศาลใหม่กันนี่ก็โดนล้อไปเยอะเหมือนกันนะ
 
3.สุโขทัย เอฟซี กับ การสะเดาะเคราะห์
อันนี้เกิดขึ้นกันสดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง สำหรับการจัดพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เพื่อขอความโชคดีและความเป็นสิริมงคลให้กับสโมสรสุโขทัย เอฟซี และทัพนักเตะ ของแฟนบอลสุโขทัย เอฟซี
 
ซึ่งเหตุผลที่แฟนบอลมารวมตัวกันเพื่อทำพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์นั้น ก็เป็นเพราะข่าวการสั่งลงโทษแบนย้อนหลังของ จอห์น บาจโจ้ กัปตันทีมตัวความหวัง จากกรณีที่เอาหัวไปโขกใส่ เอเลฟ วิเอร่า ของสุพรรณบุรี เอฟซี ในเกมนัดเปิดฤดูกาลเข้า
 
ในเกนนั้น บาจโจ้ โดนคาดโทษด้วยใบเหลืองไป และการพิจารณาโทษครั้งแรก ก็มีเพียงแค่การสั่งแบนผู้ตัดสินในเกมไปเท่านั้น
 
แต่พอเข้าช่วงพักลีก คณะกรรมการพิจารณาโทษก็หยิบยกเรื่องนี้มาตัดสินกันใหม่อีกครั้ง โดยหนนี้มีการตัดสินลงโทษแบน บาจโจ้ ทั้งหมด 2 นัด พร้อมกับสั่งปรับเงินอีกจำนวนหนึ่ง
 
เรื่องดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนๆ ค้างคาวไฟเป็นอย่างมาก และมองว่าเป็นการตัดสินที่ไม่ยุติธรรม แต่ก็ไม่สามารถจะทำอะไรไปมากกว่าการยอมรับคำตัดสินที่ออกมา
 
สุดท้ายแฟนๆ กลุ่มหนึ่งก็เลยรวมตัวกันหันหน้าหาที่พึ่งทางใจ พร้อมขอพรให้สโมสรและนักเตะพบเจอแต่เรื่องดีๆ ในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาล
 
 
4.สตูล ยูไนเต็ด กับ ฉายาหมอผี
มาดูทีมระดับไทยลีก 4 กันบ้าง กับสตูล ยูไนเต็ด สโมสรที่โดนตั้งฉายาว่า "หมอผี" กันบ้าง
 
ฉายานี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยที่ทีมก่อตั้งขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อนนู่นเลย เพราะยุคนั้น อ.อนันต์ สุริยะกานนท์ ผู้ที่ดูแลสโมสรมายาวนาน มักจะมีพิธีกรรมบางอย่างให้ชวนเข้าใจผิด บวกกับฟอร์มทีมในตอนนั้นกำลังแรง ทั้งที่ไม่ใช่สโมสรชื่อดังอะไร และเป็นทีมที่มาจากภาคใต้ด้วย ก็เลยกลายเป็นว่าคนเข้าใจผิดไปว่าทีมนี้เล่นของนั่นเอง
 
แต่เมื่อหลายปีก่อน มีการเปิดเผยว่าแท้จริงแล้ว อ.อนันต์ สุริยะกานนท์ ไม่ได้เล่นของอะไร และไม่ได้เป็นหมอผีอย่างที่ใครเข้าใจด้วย แต่ตอนลงสนาม ก็มีแค่การดูฤกษ์ยาม กับมีท่าทางการแสดงข่มขวัญคู่ต่อสู้กันนิดหน่อยเท่านั้นเอง
 
แต่แหม่ แค่ดูฤกษ์ก็คุณไสยไปแล้วครึ่งทางแล้วนา.....
 
 
5.ลุงเน กับ คาถาก่อนลงสนาม
เรื่องนี้แฟนไทยลีกรู้กันดีแน่นอน เพราะเห็นกันเป็นประจำทุกปี ทุกเกม ทุกสนาม ว่าลุงเน เนวิน ชิดชอบ นายใหญ่แห่งปราสาทสายฟ้า จะต้องมีพิธีกรรมสวดคาถาก่อนนักเตะลงสนามกันอยู่เสมอ
 
ตัวคนเขียนเองก็เคยเห็นตอนลุงเนท่องคาถาใกล้ๆ เหมือนกัน แต่ด้วยความที่ค่อยคุ้นเคยกับทางสายนี้เท่าไหร่ ก็เลยไม่รู้ว่าลุงท่องว่าอะไรบ้าง แต่ที่รู้ๆ ของประกอบพิธี ต้องมีน้ำ 1 ขวด..... (อันนี้เรียกว่ารู้ได้ไหมเนี่ย !!)
 
และด้วยความที่ลุงเนเล่นท่องคาถาทุกสนามนี่ล่ะ มันเลยกลายเป็นเรื่องที่ทีมมักจะโดนแซวอยู่บ่อยๆ เวลาแพ้ ว่าลุงเนท่องคาถาผิดหรือเปล่า ลุงลืมท่องคำไหนไปมั้ย และอื่นๆ มากมาย ที่พอจะขนกันมาไหว
 
 
6.ต่อพิฆาต กับ ปลัดขิกประจำสนาม
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 หรือช่วงที่ต่อพิฆาตเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในไทยลีกเป็นครั้งแรกนู่นเลย
 
ตอนนั้นพีที ประจวบฯ เป็นน้องใหม่ที่ฟอร์มโคตรดุ แข่งไปได้ครึ่งทาง รั้งอยู่ที่้อันดับ 3 ของตารางคะแนน จนปากกาเซียนหลายคนหัก เพราะตอนเลื่อนชั้นขึ้นมา เจ้าต่อพิฆาต อยู่ที่อันดับ 3 ของตารางคะแนน ไม่น่ามาไกลอะไรขนาดนั้นด้วยซ้ำ
 
ทีนี้คนก็ไปสืบเสาะกัน ว่าเพราะอะไร ทำไมทีมถึงได้ฟอร์มดีขนาดนี้ แล้วก็ได้ความมาว่า นักเตะและทีมงานของสโมสรนั้น มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจอยู่กันที่กลางสนาม และสิ่งนั้นก็คือ "ปลัดขิก"
 
มาถึงตรงนี้คงจะงงกันแล้ว ว่ามันแปลกยังไง คนเรามันก็ต้องมีความเชื่อต่างกันทั้งนั้นล่ะ
 
ว่ากันตรงๆ เลยนะ มันก็ไม่ได้แปลกหรอกที่เชื่อความศักดิ์สิทธิ์ของปลัดขิกน่ะ แต่ที่แปลกเพราะระหว่างที่เกมกำลังเตะกันอยู่เนี่ย ทีมงานจะสละโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ไปตั้งอยู่ตรงหน้าที่ตั้งของปลัดขิก พร้อมกับเปิดหนังเอวีแจ๋วๆ ทิ้งไว้สักเรื่องจนกว่าเกมจะจบนั่้นล่ะ
 
ซึ่งตอนนั้นทีมก็ฟอร์มพุ่งแรงจริงๆ จนเราก็อดคิดไม่ได้ ว่าปีนี้สโมสรไปยกเลิกวีไอพีเว็บหนังเข้าหรือเปล่า ฟอร์มถึงยังไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่เลย
 
 
7.สมพร ยศ กับ พระนำโชค
เรื่องนี้ต้องย้อนกันไปที่การแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ยู-23 เมื่อปี 2016 ที่กาตาร์ นู่นเลย สมัยนั้นดังมาก กับข่าวเรื่องการนำพระเครื่องลงไปแขวนไว้ที่ตาข่ายฝั่งหลังประตูของ สมพร ยศ
 
เกมนั้นทีมชาติไทย ต้องสนามพบกับ ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเจ้าต้น สมพร ยศ เป็นคนที่ได้รับมอบหมายให้เฝ้าเสาเป็นตัวจริง
 
ก่อนที่เกมจะเริ่ม เจ้าต้นก็พกพระเสือหลวงพ่ออุทัย วัดเกาะตาพุด จ.ราชบุรี ลงสนามไปด้วย แล้วเอาไปแขวนไว้ที่ตาข่ายด้านหลังประตู และวันนั้นเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดี เซฟอุตลุดทั้งเกม จนทีมสามารถยันเสมอทีมเศรษฐีน้ำมันไป 1-1
 
ส่วนตัวเจ้าต้นเอง ก็คว้ารางวัลแมนออฟ เดอะ แมตช์ ไปครองด้วยเช่นกัน หลังจบเกมนั้น เอเอฟซี สั่งห้ามไม่ให้เอาพระลงไปแขวนในสนามอีก ทีนี้เกมที่เหลือก็เละเทะ แพ้จนตกรอบไปในที่สุด
 
 
8.เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ พระของประธานสโมสร
กลับมาที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กันอีกสักรอบ เพราะนึกขึ้นได้ ว่ายังไม่ได้พูดถึงเรื่องพระของคุณระวิ โหลทอง กันเลย 
 
ถ้าลุงเนมีคาถาของลุง ฝั่งกิเลน ก็มีพระสมเด็จของคุณระวิของเขาเหมือนกัน !!!!
 
ว่ากันตรงๆ อีกสักรอบนะ ว่าดูพระไม่เป็นหรอก (ขนาดเจอแบบใกล้ๆ แล้วนะ) แต่จำได้แม่นเลย ว่าที่คอของคุณระวิ จะต้องมีพระห้อยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม
 
ซึ่งนั่นเหมารวมไปถึงการนั่งดูบรรดานักเตะกิเลนผยองลงแข่งที่ข้างสนามด้วย
 
เวลาที่กล้องจับภาพคุณระวิ เวลาที่ทีมมีแข่งเนี่ย เราก็มักจะเห็นว่าแกห้อยพระมาเต็มคอ บางทีก็มีท่องคาถาอะไรสักอย่างร่วมด้วย มือก็กำพระกันไป
 
ตามที่เคยคนที่รู้เรื่องพระพูดมานั้น เขาว่ากันว่าพระที่คุณระวิห้อย คือพระสมเด็จ ซึ่งบางรุ่นราคาก็แตะๆ หลักล้านก็มี
 
ความศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหนไม่รู้ แต่แค่ราคาก็ทำคนวูบได้แล้ว
 
 
9.มาดามแป้ง กับ การบน
มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ นายหญิงแห่งสิงห์เจ้าท่า ก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการบนบานศาลกล่าวอยู่เช่นกัน ทั้งกับการทำทีมการท่าเรือ เอฟซี รวมถึงการทำงานกับทัพชบาแก้ว ทีมชาติไทยหญิง ด้วย
 
เรื่องนี้เนี่ย ถูกเล่าจากปากของ คุณตี๋ วิทูรณ์ ชมชายผล ทีมงานของมาดามแป้งเลย (และคุณตี๋นี่ล่ะ มือวางแก้บนอันดับหนึ่งของมาดามแป้ง)
 
การบนของมาดามแป้ง ทางเราเองก็ไม่แน่ชัดว่าเริ่มต้นมาจากตอนไหน แต่คุณตี๋เล่าว่า ถ้าอยากให้เรื่องที่ต้องการประสบผลสำเร็จ คนบนจะต้องเป็นมาดามแป้ง และคุณตี๋จะต้องเป็นคนแก้
 
และการบนของมาดามแป้งแต่ละอย่างก็พีคๆ ทั้งนั้น ตั้งแต่สมัยที่พาทัพชบาแก้วไปแข่งขันฟุตบอลโลกหญิง 2015 ที่แคนาดา ตอนนั้นนายหญิงแห่งการท่าเรือ บนว่าถ้าทีมคว้า 3 แต้มประวัติศาสตร์ได้ คุณตี๋จะต้องโกนหัว !!!
 
ตอนนั้น ทัพชบาแก้ว เอาชนะ ไอวอรี่ โคสต์ ได้ในเกมนัดที่ 2 ด้วยสกอร์ 3-2 นั่นก็เป็นชัยชนะครั้งแรก และครั้งเดียวของทีม ก่อนจะตกรอบกลับบ้าน
 
ต่อมา ถ้าทีมฟุตบอลหญิง ได้ตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก 2019 ที่ฝรั่งเศส คุณตี๋จะกลับไปบวชที่บ้านเกิดจังหวัดสกลนคร
 
รอบนี้คุณตี๋ก็ได้บวชกันจริงๆ และมาดามแป้งกับสามี รวมถึงนักเตะจากทีมฟุตบอลหญิง ก็ได้ไปร่วมงานกันด้วย
 
การบนรอบล่าสุด (น่าจะนะ) ของมาดามแป้ง คือขอให้ การท่าเรือ เอฟซี คว้าแชมป์ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 ถ้าได้ คุณตี๋ต้องวิ่งจากลีโอ สเตเดี้ยม กลับแพท สเตเดี้ยม !!!!
 
ระยะทางจากทั้งสองสนามก็ไม่เท่าไหร่ 40 กว่ากิโลเมตรเอง (เองบ้าน.....)
 
งานนี้ วิ่งจริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน ระหว่างแก้บนนั้น มาดามแป้งก็ส่งทีมงานมาดูแลระหว่างทางด้วย ซึ่งแฟนบอลที่เดินทางกลับในเส้นทางเดียวกัน หรือทีมนักข่าวที่ขับรถผ่าน ก็แวะทักทายกันระหว่างทางไปด้วย
 
ว่าแต่ ปีนี้ มาดามแป้งบนอะไรไว้หรือยังนะ.......
 
 
10.ทีมชาติไทย กับ พิธีกรรมก่อนเข้าสนามราชมังคลากีฬาสถาน
ไม่ได้มีแค่ทีมระดับสโมสรเท่านั้น ที่มีพิธีกรรมเป็นของตัวเอง ทีมชาติไทยเองก็มีพิธีเป็นของตัวเองเช่นกัน ก่อนที่จะเดินทางเข้าสนามราชมังคลากีฬาสถาน
 
พิธีกรรมนี้ ก็คือการไหว้ศาลพระพรหมก่อนเข้าสนาม
 
จริงอยู่ที่นักเตะ และทีมงานไม่มีใครนับถือฮินดูเลย แต่ประเทศไทยของเรา มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมค่อนข้างมาก ดังนั้นเราจึงได้เห็นนักเตะ, ทีมงาน ไหว้ศาลกันอยู่บ่อยๆ นั่นเอง
 
เรื่องที่เราหยิบยกกันมานี้ ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล (แบบมากๆ) ดังนั้น อ่านเอาแก้เหงาช่วงที่บอลไม่เตะแล้วกันเนอะ อย่าซีเรียสกันไป ความเชื่อใครความเชื่อมันเนอะ
 
ครั้งหน้า เราจะพาไปดูเรื่องอะไรกันอีก ก็รอติดตามกันได้ทุกวันจันทร์นะจ๊ะ ตอนนี้ต้องขอลากันแล้ว ไว้เจอกันใหม่