คอลัมนิสต์ : มิวสิค

การเปลี่ยนนักเตะต่างชาติของทีมใหญ่

11 พ.ค. 2563
เริ่มเข้าใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับการเปิดฤดูกาลรอบที่ 2 ของไทยลีก หลังจากที่ต้องหยุดทุกกิจกรรมไปตั้งแต่เดือน มี.ค. เพราะไวรัสโจมตีประเทศไทยกันอยู่เรื่อยๆ จนสมาคมฯ ขนลูกน้อง, นักเตะหนีไปซ่อนตัวกันหมด
 
ระหว่างที่ไทยลีกกำลังซ่อนตัวจากไวรัสอยู่นั้นเอง หลายสโมสรที่มองเห็นปัญหาของตัวเองมาตลอดช่วง 4 เกมที่ผ่านมา มันก็ต้องมีการขยับขยายทีมกันบ้าง ทั้งการดูแลตัวเองตอนอยู่ที่บ้าน รวมถึงโปรแกรมการฝึกซ้อมเพื่อรักษาสภาพร่างกายก่อนที่ลีกจะกลับมาเปิดกันอีกครั้ง
 
แต่หยุดไปได้ไม่กี่สัปดาห์ สมาคมฯ ก็มอบการ์ดนางฟ้าใบแรกที่ได้รับมาจากฟีฟ่าให้กับสโมสรในไทยลีก มันคือ "การปรับเงื่อนไขในสัญญา" ของนักเตะ แต่การจะทำแบบนั้นได้ มันก็ต้องมีการตกลงพูดคุยกันก่อน แน่นอนว่า ช่วงนี้มีนักเตะโดนยกเลิกสัญญาไปด้วย
 
จากนั้นไม่นาน การ์ดนางฟ้าใบที่ 2 ก็มาถึง มันคือ "การเปิดตลาดนักเตะรอบใหม่" ที่เพิ่มขึ้นมาจากเดิมอีก 1 รอบ ซึ่งมันหมายความว่า บ้านเราจะมีตลาดนักเตะเปิดทำการทั้งหมด 3 รอบ จากเดิมที่จะมีแค่ 2 รอบเท่านั้น
 
แน่นอนว่าหลังจากที่เรื่องนี้ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ทั้งนักเตะและทีมก็เริ่มทยอยแยกทางกันเรื่อยๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 
แล้วแต่ละทีม มีการเคลื่อนไหวใดไปแล้วบ้าง มาดูกัน
 
ตราด เอฟซี
ช้างขาวจ้าวเกาะ คือทีมแรก ที่เริ่มต้นเรื่องการยกเลิกสัญญากับนักเตะมาตั้งแต่รอบอนุมัติปรับสัญญา เนื่องจากพวกเขามีขนาดทีมที่ค่อนข้างเล็ก และงบประมาณมีไม่สูงนัก การจะเก็บนักเตะเอาไว้ทุกคนในสภาวะที่ทีมต้องขาดรายได้มันจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก
 
"อาฟิค ยูนอส" เซนเตอร์แบ็กชาวสิงคโปร์ คือนักเตะคนที่ตราด เอฟซี เลือกปล่อยออกจากทีม การจากกันครั้งนั้น ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงใจกันได้ด้วยดี เพราะเดิมทีสัญญาระหว่างทั้งสองฝ่าย ก็ระบุเอาไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าสโมสรสามารถขอยกเลิกสัญญาได้ หากนักเตะเล่นไม่เข้ากับระบบของทีม
 
นอกจากนี้ ก็ยังมีข่าวออกมาอีกว่า ตราด เอฟซี อาจจะกำลังอยู่ในช่วงพิจารณาการยกเลิกสัญญานักเตะต่างชาติเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มแข้งต่างชาติอย่าง  ริคาโด้ ซานโตส, เวลลิงตัน และอเดโฟราลิน ดูโรซิมมี่ เนื่องจากเวลานี้สโมสรมีข่าวเกี่ยวพันกับการขอยืมตัว เนลสัน โบนีญ่า จากทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด มาร่วมทีมอยู่ด้วย
 
แต่การดึงตัว โบนีญ่า มาร่วมทีมมันก็ไม่ใช่งานง่ายสำหรับตราด เอฟซี เช่นกัน ด้วยค่าตอบแทนที่ตัวนักเตะได้รับจากต้นสังกัดปัจจุบัน ถือว่าสูงเกินเพดานค่าเหนื่อยของทีมไปมาก ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องมารอดูกันว่าการเจรจาจะออกมาหน้าไหน แล้วจะมีผู้โชคร้ายต้องเก็บข้าวของออกจากทีมไปหรือไม่
 
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
สโมสรต่อมาที่มีข่าวยกเลิกสัญญานักเตะตามหลังกันมาเกือบจะติดๆ คือทาง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ประกาศแยกทางนักเตะไปแล้ว 2 ราย คือ อันเดรส ตูเญส และจอง แจยง ในช่วงเวลาที่ห่างกันแค่ไม่กี่วันเท่านั้น
 
ในส่วนของ แจยง และตูเญส นั้นถือว่าเป็นการจากกันด้วยดี ตามคำให้การของ "ซ้อต่าย" กรุณา ชิดชอบ นายหญิงแห่งปราสาทสายฟ้า ที่ระบุชัดเจนว่านักเตะทั้งสองราย เลือกจะเดินเข้ามาขอยกเลิกสัญญาด้วยตัวเอง
 
ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ปราสาทสายฟ้า ต้องสูญเสียนักเตะไปไล่ๆ กันถึง 2 ราย มันก็เป็นเพราะว่าทั้งสอง ค่อนข้างจะกังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสทั้งที่ประเทศไทย และบ้านเกิดของตัวเองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในรายของ ตูเญส ที่มีลูกเล็กถึง 2 คน
 
อย่างที่เราทราบกันดี ว่าที่สเปน และเกาหลีใต้ เจอปัญหาเรื่องไวรัสค่อนข้างหนัก แล้วบ้านเรายังมาปิดสนาม ให้คนอยู่บ้านกันอีก ชาวต่างชาติแบบ ตูเญส และแจยง ย่อมที่จะกังวลกับเรื่องนี้มากอยู่แล้ว ดังนั้น การยกเลิกสัญญากับต้นสังกัด และเดินทางกลับบ้านเกิดไปนั้น ถือเป็นทางออกที่สบายใจที่สุดสำหรับทั้งคู่
 
ส่วนนักเตะใหม่ที่จะย้ายเข้ามานั้น ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า ทีมจะได้ตัว เรนาโต้ คาลิช ของ ซิบาเลีย ทีมในลีกรองของ โครเอเชีย มาร่วมงาน ทดแทนในตำแหน่งของ ตูเญส ซึ่งนักเตะจะย้ายมาในเดือน มิ.ย. นี้ ตามที่ ปีเตอร์ โทมิช กุนซือของทีมได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้
 
ทางด้านนักเตะโควต้าเอเชีย ที่จะมาทดแทนในส่วนของ แจยง นั้น ยังคงต้องรอดูต่อไป ว่าสุดท้ายแล้ว จะได้นักเตะคนใดเข้ามาทดแทน
 
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
กว่างโซ้งมหาภัย ดูจะเป็นทีมที่มีข่าวออกมาแบบไม่เปรี้ยงปร้างมากนัก เพราะคนที่ต้องเก็บข้าวของย้ายออกจากทีมไปก็คือ มาอิลซอน สมาชิกใหม่ ที่เพิ่งจะย้ายมาเมื่อตอนต้นปีนี่เอง
 
สาเหตุที่ข่าวการยกเลิกสัญญาของ มาอิลซอน ไม่ได้เป็นที่สนใจมากมายนัก อาจจะเป็นเพราะเจ้าตัวเพิ่งย้ายมาไม่นาน และผลงานก็ยังไม่โดดเด่นมากเท่าที่ควร ทั้งในไทยลีก และเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก การจากลาหนนี้เลยไม่ค่อยเป็นกระแสเท่าที่ควร
 
ส่วนนักเตะรายใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนนั้น ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นใคร แต่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง ที่จะยังคงเป็นนักเตะจากบราซิลของชอบกว่างโซ้งเช่นเดิม
 
พีที ประจวบ เอฟซี
หลังจากที่เจอมรสุมลูกใหญ่พัดถล่ม 3 อ่าว จนนักเตะต้องกักตัวไปค่อนทีมแล้ว กลับมาทำงานกันอีกหน ต่อพิฆาต ก็เริ่มเดินหน้าปรับทีมกันต่อทันที โดยมีนักเตะ 2 รายที่ต้องย้ายออกจากทีมไปคือ ไบฮัคกี้ ไคซาน และบรูโน่ เมเซนก้า
 
เหตุผลในการแยกทางของทั้งคู่ก็คล้ายๆ กับทีมอื่นๆ คือ ไบฮัคกี้ เป็นห่วงครอบครัวที่สิงคโปร์ ส่วนทาง บรูโน่ นั้นเจ้าตัวไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับทีมได้ และทางสโมสรก็ได้จ่ายเงินชดเชยการยกเลิกสัญญาไปแล้ว ซึ่งก็ถือว่าจากกันด้วยดี
 
เรื่องของตัวแทนนั้น ในส่วนของ ไบฮัคกี้ โค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล โค้ชของต่อพิฆาต พูดเอาไว้ชัดเจนว่าคงจะไม่หานักเตะโควต้าอาเซียนเข้ามาเสริม แต่คงจะหากองหน้าใหม่มายืนคู่กับ วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ ทดแทนในส่วนของ บรูโน่
 
ซึ่งพื้นที่ในส่วนนี้นั้น คาดกันว่า น่าจะเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์ที่มีประสบการณ์ค้าแข้งในไทยลีกมาอย่างโชกโชนอย่าง เคลตัน ซิลวา นั่นเอง แต่ก็ต้องติดตามต่อไป ว่าจะใช่คนที่คาดเดากันเอาไว้หรือเปล่า
 
สมุทรปราการ ซิตี้
ทางนี้ดูจะเงียบๆ แต่ออกมาพบปะประชาชนกันอีกทีคือประกาศยกเลิกสัญญา เปโดร จูเนียร์ กองหน้าจากแดนแซมบ้า ไปแล้วเช่นกัน
 
สาเหตุก็แบ่งเป็นสองฝั่ง คือนักเตะหนีกลับบ้านช่วงที่ทีมปล่อยพัก ส่วนทางสโมสรบอกว่า นักเตะเป็นห่วงครอบครัวที่บราซิล เพราะที่นั่นโควิด-19 ก็ระบาดหนักอยู่เหมือนกัน และตอนที่ทีมประกาศเรื่องยกเลิกสัญญานั้น ตัวนักเตะก็บินกลับบราซิลไปแล้ว
 
อันนี้ก็ว่ากันไปตามเรื่อง แต่ก็ถือว่าจบกันไปแบบตกลงกันได้ทั้งสองฝ่าย และทางสโมสรเองก็พยายามจะหากองหน้าคนใหม่เข้ามาทดแทนด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรออกมามากนัก
 
ทางด้าน สุโขทัย เอฟซี ที่ตัดสินใจแยกทางกับ คยอ โคโค นั้น ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นการยกเลิกสัญญาได้ เพราะเดิมทีสัญญาที่ทำเอาไว้แค่เดือน มิ.ย. เท่านั้น และไม่มีการต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไปเพิ่มเติม หลังจากพ้นเดือนหน้าไปแล้ว นักเตะก็สามารถเซ็นสัญญากับทีมใหม่ได้เลย
 
การเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในส่วนของนักเตะต่างชาตินั้น ทีมที่ดูแล้วน่าจะได้ของดีมาร่วมงานมากที่สุด น่าจะเป็นทางพีที ประจวบฯ และตราด เอฟซี หากทั้งสองทีมได้นักเตะตามที่มีข่าวออกมาจริงๆ
 
เพราะทั้งเคลตัน และโบนีญ่า เรียกได้ว่าเป็นนักเตะที่มีศักยภาพสูงมาก โดยเฉพาะในรายหลัง ที่มีดีกรีเป็นถึงนักเตะทีมชาติเอลซัลวาดอร์ และมีประสบการณ์ไปเล่นรายการระดับสูงในนามทีมชาติมาแล้วด้วย
 
ทาง เคลตัน แม้ดีกรีอาจจะมีไม่เท่าทางฝั่ง โบนีญ่า แต่ประสบการณ์ในไทยลีกถือว่าโชกโชนมากๆ อย่างที่บอกไปข้างต้น แถมเจ้าตัวยังทิ้งสถิติเอาไว้บนแผ่นดินสยามอีกมากมาย กับการลงเล่นให้ 5 สโมสร
 
อีกทีมที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยก็คือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่กำลังจะได้นักเตะดีกรีทีมชาติโครเอเชีย ชุดเยาวชนอย่าง เคลิช เจ้าของส่วนสูง 192 เซนติเมตร มาครอบครอง แม้ปัจจุบันเจ้าตัวจะลงไปเล่นอยู่ในลีกรองของประเทศบ้านเกิด แต่ความสามารถระดับที่เคยเล่นทีมชาติชุดเยาวชนมาแล้ว ฝีเท้าก็ไม่น่าจะธรรมดาอย่างแน่นอน แค่ว่าจะปรับตัวให้เข้ากับลีกบ้านเราได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง
 
ทางฝั่ง สุพรรณบุรี เอฟซี, เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี, การท่าเรือ เอฟซี, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, ระยอง เอฟซี และโปลิศ เทโร ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดออกมา ซึ่งมันก็ยังไม่แน่นอนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นอีกในระหว่างนี้
 
ส่วน ชลบุรี เอฟซี และราชบุรี มิตรผล เอฟซี ยืนยันชัดเจนแล้ว ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรด้วยกันทั้งคู่ โดยทางฉลามชลนั้น จะยังคงใช้นักเตะชุดเดิมลุยศึกไทยลีกต่อไป ส่วนทางราชันมังกร ตอนนี้ก็เดินหน้าต่อสัญญาแข้งต่างชาติยกชุดไปแล้ว เพราะทั้งหมดฟอร์มกำลังดีสุดๆ และเป็นกำลังสำคัญของทีมอยู่ในขณะนี้ด้วย
 
นอกจากทีมที่เอ่ยถึงไปทั้งหมดแล้ว ก็ยังมีข่าวการกลับมาโลดแล่นในไทยลีก ของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต กองหน้าจอมถล่มประตู อดีตนักเตะในสังกัดบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อยู่ด้วย แต่ด้วยค่าตอบแทนที่ว่ากันว่าสูงถึง 3-4 ล้านบาทต่อเดือน ก็เลยยังไม่สามารถบอกได้ ว่าทีมในไทยลีกทีมใด จะได้ลายเซ็นของเขาไปครอบครอง
 
เรื่องของการย้ายออกของนักเตะนั้น ว่ากันจริงๆ ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรกับทีมมากนัก และหากจะให้พูดกันตรงๆ คือคนที่ไปก็ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับทีมมากนัก บางคนเล่นไม่เข้าระบบของทีมด้วยซ้ำ
 
ที่หนักหนาจริงๆ มันก็คงจะมีแค่การจากไป ตูเญส เท่านั้น ที่สร้างความเสียหายทิ้งเอาไว้มากที่สุด ทั้งกับความรู้สึกของแฟนบอล และอาจจะรวมไปถึงผลงานของทีมด้วย แต่ถ้าคนใหม่เข้ามาแล้วทำงานทดแทนกันได้ทุกอย่างก็จบ
 
และหากทีมใดทีมหนึ่ง ได้ตัว ดิโอโก้ มาจริงๆ นักเตะในโควต้าต่างชาติรายใด ที่จะต้องหลุดออกจากทีมไป แล้วไปที่ไหน อะไร อย่างไร ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานั้น ก็ต้องรอติดตามสถานการณ์กันต่อไป จนกว่าจะถึงวันตลาดนักเตะรอบพิเศษของเราจะปิดตัวลงล่ะนะ