คอลัมนิสต์ : ธี อุทิศ

ซูเปอร์ คัพ 1986 สโมสรยุโรปตะวันออก...ก่อนล่มสลาย

13 ส.ค. 2562
 
1985/86 คือฤดูกาลที่ฟุตบอลสโมสรยุโรปเกิดสุญญากาศ
 
ยุคทองสโมสรอังกฤษครองยุโรป นับตั้งแต่ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ ปี 1976 มาจนถึง เอฟเวอร์ตัน เป็นแชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ 1985
 
ความยิ่งใหญ่ของอังกฤษมาสะดุดที่เรื่อง เฮย์เซล สเตเดี้ยม เมื่อไม่มีอังกฤษเป็นก้างขวางคอ เป็นทีมจากอิตาลี, สเปน หรือเยอรมนีรับช่วงต่อ
 
ตอนนั้นไม่มีใครคิดหรอกแชมป์สองถ้วยใหญ่จะมาจากยุโรปตะวันออก ซ้ำร้ายก่อนหน้านัดชิงชนะคัพ วินเนอร์ส คัพ สัปดาห์เดียว เกิดภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดที่เชอร์โนบิล 
 
ดินาโม เคียฟ (เมืองห่างจากเชอร์โนบิล 145 กิโลเมตร) สอนบอล แอตเลติโก มาดริด 3-0 คว้าถ้วยคัพ วินเนอร์ส คัพ 
 
การพลิกล็อคครั้งมโหฬารสุดในถ้วยยูโรเปี้ยน คัพ บาร์เซโลน่า เล่นในแผ่นดินสเปนแพ้จุดโทษ ทำให้ สเตอัว บูคาเรสต์ กลายเป็นทีมแรกจากยุโรปตะวันออกที่ได้แชมป์รายการนี้
 
ทำให้ 'ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1986' เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่สโมสรชาติยุโรปตะวันออกพบกันเอง
 
รายการซูเปอร์ คัพ เอาแชมป์ชนแชมป์ ระหว่างปี 1973-1999 แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ พบ แชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ หลังจากนั้นถึงปัจจุบัน แชมป์ชปล. พบ แชมป์ยูฟ่า คัพ/ยูโรป้า ลีก 
 
การแข่งขันระหว่างปี 1973-1997 ใช้เหย้า-เยือน จากนั้นเปลี่ยนมาเตะนัดเดียว
 
บางปี ซูเปอร์ คัพ เตะนัดเดียว และบางปีไม่มีการแข่งขัน
 
1974 เรื่องการเมืองล้วนๆ แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนีตะวันตก) และแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ มักเดบวร์ก (เยอรมนีตะวันออก)
 
1981 ลิเวอร์พูล คิวแน่นหาเวลาว่างไปเตะกับ ดินาโม ทบิลิซี่ ไม่ได้
 
ข้ออ้างลิเวอร์พูลฟังขึ้น บอลอังกฤษทศวรรษ 1980 เตะแบบลืมตาย ไม่มีโรเตชั่น ไม่มียิงจุดโทษ ถ้วยเอฟเอ คัพ ถ้าเสมอต้องเล่นรีเพลย์ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีทีมชนะ ส่วนมิลค์ คัพ (ชื่อสปอนเซอร์ถ้วยลีก คัพ ตอนนั้น) ทีมจากดิวิชั่น 1 (เดิม) เริ่มแข่งรอบ 2 ต้องเล่นเหย้า-เยือน รอบ 3, 4 และ 5 เล่นนัดเดียว แต่หากเสมอกันต้องเตะรีเพลย์ไปจนกว่ารู้ผล รอบรองชนะเลิศเหย้า-เยือน ช่วงนั้นที่ลิเวอร์พูลเป็นเจ้าพ่อมิลค์ คัพ อย่างต่ำสุดต้องเล่นถ้วยนี้ 8 นัด
 
นอกจากนี้ฝันร้ายในการเดินทางจากลิเวอร์พูลไปเมืองหลวงจอร์เจีย 4,600 กิโลเมตร ที่โหดสัสรัสเซียคือประสบการณ์ไปเตะยูโรเปี้ยน คัพ รอบแรก ฤดูกาล 1979/80 ลิเวอร์พูลต้องแวะตรวจคนเข้าเมืองที่มอสโกก่อนเดินทางไปทบิลิซี่ จะจงใจตัดกำลังให้เหนื่อยล้าหรือเป็นกฎระเบียบของหลังม่านเหล็ก นั่นก็ส่งผลให้ลิเวอร์พูลแพ้ยับ 0-3 เป็นความปราชัยหมดรูป สกอร์ขาดลอยที่สุดในการคุมทีมลงเตะเกมยุโรปทุกถ้วยของ บ็อบ เพสลี่ย์
 
1984 ลิเวอร์พูล และ ยูเวนตุส โปรแกรมแน่นทั้งสองทีม ตกลงเตะนัดเดียวที่ตูรินบ้านของยูเว่ เกมเป็นไปอย่างทุลักทุเล หิมะตกหนัก สนามเฉอะแฉะ
 
1985 ไม่มีการแข่งขัน ทีมอังกฤษติดโทษแบน
 
1991 สงครามกลางเมืองยูโกสลาเวีย ทำให้เล่นกันนัดเดียวที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ เร้ดสตาร์ เบลเกรด 1-0 ในโรงละครแห่งฝันเกมนี้มีผู้ชมแค่ 22,110 คน สะท้อนว่าแฟนบอลอังกฤษไม่ตื่นเต้น ไม่ให้ความสำคัญกับรายการนี้
 
ในปี 1986 สเตอัว บูคาเรสต์ ตกลงกับ ดินาโม เคียฟ เตะนัดเดียวที่โมนาโก ด้วยเหตุผลเรื่องการเมือง แต่ไม่ให้รายละเอียด
 
เท่าที่ค้นได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นความเห็นที่ปนมากับข่าวกับบทความ
 
อาจเป็นเพราะระเบิดที่เชอร์โนบิล รวมกับเมื่อ 31 สิงหาคม 1986 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในโรมาเนียสร้างความเสียหายหนักมาก ด้วยสองเรื่องนี้ (หรือไม่ใช่) ทำให้สองทีมไม่พร้อม
 
ตอนที่เชอร์โนบิลระเบิดที่กลัวว่าจะโดนผลกระทบขึ้นเหนือเป็นรัฐอยู่ทางทะเลบอลติก ส่วนเคียฟอยู่ทางใต้
 
ผมกลับไปเช็คฤดูกาล 1986/87 ดินาโม เคียฟ เข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ ลงเตะนัดเหย้าได้ปรกติ
 
หรือทาง ดินาโม เคียฟ พร้อม แต่ สเตอัว บูคาเรสต์ ไม่อยากมาเล่น
 
ด้วยความไม่พร้อมครั้งนี้ กลายเป็นความบังเอิญ ในเว็บไซต์ยูฟ่าที่ลงเรื่อง 'ซูเปอร์ คัพ 1986' เขียนไว้ทำนองได้ไอเดียจากเกมระหว่าง สเตอัว บูคาเรสต์ กับ ดินาโม เคียฟ ทำให้ตั้งแต่ปี 1998-2012 ซูเปอร์ คัพ ย้ายมาเล่นนัดเดียวที่ สต๊าด หลุยส์ II ในโมนาโก
 
ดินาโม เคียฟ ชุดนี้คือทีมชาติสหภาพโซเวียตชุดฟุตบอลโลก 1986 (แข้งเคียฟติดทีมไปรอบสุดท้าย 12 คน-ลงตัวจริง 8 คน) เป็นเพราะ วาเลรี่ โลบานอฟสกี้ เหมาคุมทั้งสองทีม
 
ผมได้ยินคำว่า 'เคาน์เตอร์ แอทแท็ค' ครั้งแรกจากดินาโม เคียฟ 
 
สเตอัว บูคาเรสต์ คุ้นชื่อ มาริอุส ลาคาตุส ได้อ่านเรื่องได้เห็นรูป ในบอลโลก 86 รอบคัดเลือก โรมาเนียอยู่กลุ่มเดียวกับอังกฤษ ส่วน จอร์จี้ ฮาจี้ รู้แค่ว่าเป็นดาวรุ่ง สมัยนั้นได้เห็นฝีเท้าในไฮไลท์แค่สองนาทีก็เป็นบุญตา
 
นโยบาย 'กลาสนอสต์' เปิดประเทศมากขึ้นของสหภาพโซเวียต ส่งผลกระทบกับฟุตบอลจริงๆ หลังจบยูโร 1988 นักเตะย้ายไปเล่นต่างแดนได้
 
กรณีของ ไรนาต ดาซาเยฟ และอาจรวมถึงแข้งรายอื่นในช่วงนั้น รัฐเป็นคนดูแลเรื่องเงิน สโมสรจ่ายให้ทางการโซเวียต แล้วทางการค่อยจ่ายให้นักเตะ ดาซาเยฟ เอาครอบครัวไปอยู่ที่สเปนด้วยไม่ได้ เพราะเงินไม่พอ ทำให้เครียด ติดเหล้า ทำผลงานไม่ดี ต้องรอหลังโซเวียตล่มปี 1991 รุ่น อังเดร แคนเชลสกี้ ที่รับทรัพย์ได้เต็มๆ
 
ในปี 1986 โซเวียตยังไม่อนุญาตให้นักเตะไปค้าแข้งต่างแดน 11 ตัวจริง 'ซูเปอร์ คัพ 1986' ของ ดินาโม เคียฟ เป็นชาวยูเครนทั้งหมด
 
ยูเครนกับรัสเซียเหมือนน้ำกับน้ำมัน เข้ากันได้ซะที่ไหน ปัจจุบันทางการยูเครนเรียกไครเมียที่ถูกรัสเซียยึดว่า "ดินแดนไครเมียที่ถูกยึดครองชั่วคราว"
 
โอเล็ก โรมันเชฟท์ โค้ชทีมชาติรัสเซียเคยให้สัมภาษณ์หลังทำทีมตกรอบยูโร 2000 รอบคัดเลือก โดน อังเดร เชฟเชนโก้ ตีเสมอก่อนจบเกมสองนาทีช่วยให้ยูเครนผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ
 
"ไม่มีใครในพวกเราต้องการมีชีวิตอยู่หลังเกมกับยูเครน พวกเรารู้สึกอยากยิงตัวเองตายหรือไม่ก็หันหลังให้กับฟุตบอลตลอดชีวิต"
 
มีคำกล่าวว่ารัสเซียไม่ใช่ประเทศของฟุตบอล ตอนที่ใช้ชื่อสหภาพโซเวียตมีแค่ ดินาโม เคียฟ ของยูเครน กับ ดินาโม ทบิลิซี่ ของจอร์เจีย ที่เคยคว้าแชมป์สโมสรยุโรป ซึ่งทั้งสองประเทศโดนรัสเซียรุกรานหลังโซเวียตล่มสลาย
 
สเตอัว บูคาเรสต์ เป็นทีมของกองทัพขึ้นตรงกับกระทรวงกลาโหม (ไม่กี่ปีก่อนเป็นข่าวเจ้าของสโมสรคนใหม่ถูกฟ้องร้องเอาชื่อมาใช้ จนต้องเปลี่ยนชื่อกับโลโก้สโมสร)
 
11 ตัวจริง 'ซูเปอร์ คัพ 1986' ของ สเตอัว บูคาเรสต์ เป็นโรมาเนียทั้งหมด
 
ปี 1986 โรมาเนียอยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการ นิโคไล เชาเชสกู 
 
วาเลนติน เชาเชสกู ลูกชายคนโตของท่านผู้นำ ดูแลสโมสร แม้ไม่มีตำแหน่งเป็นทางการ แต่เข้าใจโดยทั่วไปคือประธานสโมสร หมดคำถามว่าทำไม สเตอัว บูคาเรสต์ สร้างสถิติไร้พ่ายในประเทศ 104 นัดติดต่อกัน (1986-1989)
 
ด้วยอิทธิพลเหลือล้นทำให้ จอร์จี้ ฮาจี้ ถูกยืมตัว 1 นัดมาเล่น ซูเปอร์ คัพ พบ ดินาโม เคียฟ
 
ก่อนจบครึ่งแรกนาทีเดียว โอเล็ก บล็อคกิ้น สตาร์รุ่นใหญ่ของเคียฟทำฟาวล์หน้ากรอบเขตโทษ ฮาจี้ ยิงฟรีคิกเข้าไปเป็นประตูชัยให้ สเตอัว บูคาเรสต์ คว้าแชมป์ซูเปอร์ คัพ ครั้งเดียวที่พวกเขาเคยทำได้
 
หลังจากระบอบคอมมิวนิสต์ล่มสลายไปพร้อมๆ กันในยุโรป ในโรมาเนียสิ้นสุดวันที่ 25 ธันวาคม 1989 นิโคไล เชาเชสกู และภรรยา ถูกตั้งข้อหามีส่วนร่วมฆาตกรรมประชาชนกว่า 60,000 คน โดนโทษประหารชีวิต สิ้นคำพิพากษาจับทั้งสองไปประหารทันทีด้วยการใช้วิธี 'ระดมยิง' กระสุนกว่า 120 นัด
 
วาเลนติน เชาเชสกู ติดคุกแค่ 9 เดือนก็จริง ทว่าทำให้เขาหมดอำนาจในวงการฟุตบอลโรมาเนีย ฮาจี้ ย้ายไป เรอัล มาดริด หลังบอลโลก 90
 
จุดสูงสุดของสโมสรจากยุโรปตะวันออกเกิดขึ้นใน 'ซูเปอร์ คัพ 1986'
 
กลางทศวรรษ 1980 ถึง 1991 ระบอบคอมมิวนิสต์กำลังร่อแร่ กลับกันเป็นช่วงเวลาที่วงการฟุตบอลของพวกเขารุ่งโรจน์
 
สเตอัว บูคาเรสต์ กลายเป็นทีมแรกจากกลุ่ม 'Eastern Bloc' ผ่านเข้าชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ ในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่ ปาร์ติซาน เบลเกรด แพ้เรอัล มาดริด เมื่อปี 1966
 
พวกเขาสานต่อความสำเร็จเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูโรเปี้ยน 1987/88 และฤดูกาล 1988/89 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศอีกครั้ง คราวนี้โดน เอซี มิลาน ถล่ม 4-0
 
เร้ดสตาร์ เบลเกรด ชนะจุดโทษ โอลิมปิก มาร์กเซย คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ 1991
 
ชั่วอึดใจเดียวก็แพ้ราบคาบ ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ ไม่ใช่แค่สโมสรยุโรปตะวันออกที่แพ้ให้ทุนนิยม แต่วงการฟุตบอลโดยรวมโดนทุนนิยมกินรวบ
 
เข้าสู่ฤดูกาล 1992/93 เมื่อเกิด พรีเมียร์ลีก กับ แชมเปี้ยนส์ ลีก ฟุตบอลเป็นเรื่องธุรกิจคือทุนนิยมทุกกระเบียดนิ้ว
 
สโมสรยุโรปตะวันออกถึงกาลอวสาน นักเตะดีๆ ถูกดูด เล่นลีกล่างฝั่งตะวันตกรายได้ดีกว่าเล่นลีกสูงสุดในบ้านเกิดหลายเท่า
 
ระบบรอบแบ่งกลุ่มชปล.มีไว้เพื่อฆ่าทีมเล็กทั้งยุโรปตะวันตกและตะวันออก เพิ่มโอกาสให้ทีมใหญ่เงินหนา ลดความเสี่ยงพลิกล็อค ไม่ต้องมาวัดดวงจับสลากรอบต่อรอบ ไม่มีทีมวางเหมือนเมื่อก่อน
 
เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ แค่สงสัยในใจเรื่อยมา ถ้าปี 1985 ไม่มีเรื่องที่เฮย์เซล ลิเวอร์พูล และสโมสรอังกฤษไม่ติดโทษแบน ประวัติศาสตร์ฟุตบอลสโมสรยุโรปจะออกมาแบบไหน
 
ลิเวอร์พูลสร้างยุคสมัยต่อได้ไหม หรือจะเป็นทีของ เอฟเวอร์ตัน ตอนนั้นทีมของ โฮเวิร์ด เคนดัลล์ ไม่เป็นรองคู่แข่งร่วมเมอร์ซี่ย์ไซด์ 
 
คิดได้หลายแบบ
 
ลิเวอร์พูลอาจยิ่งใหญ่ต่อ เพราะว่า 3 ปีแรกที่ไม่มีหงส์แดงและสโมสรอังกฤษ กลายเป็นว่าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ คือ 3 ทีมหน้าใหม่หักปากกาเซียนทั้ง สเตอัว บูคาเรสต์, ปอร์โต้ และ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาตรฐานแบบนี้ แข้งหงส์แดงตบเด็กแน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับการจับสลากด้วย
 
คิดอีกทีไม่มั่นใจ เพราะตัวหลักหงส์แดงหลายคนเลยช่วงพีก อายุเยอะ
 
พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น คว้าแชมป์ปี 1988 คือการคัมแบ็กของฟุตบอลฮอลแลนด์ หลังจากนั้น เอซี มิลาน ปฎิวัติฟุตบอลสโมสรยุโรป เป็นทีมแห่งตำนาน ต่อให้ลิเวอร์พูลเอาชุดท็อปฟอร์มสุดๆ มาแข่ง ไม่น่าต้านไหว
 
หรือบางทีปี 1986 เปลี่ยนจากบาร์เซโลน่า ลิเวอร์พูลนั่นแหละกลายเป็นเหยื่อของ สเตอัว บูคาเรสต์
 
ตอนที่หงส์แดงตะแคงฟ้าครองยุโรประหว่างปี 1977-1984 คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ 4 สมัย และตกรอบ 4 ครั้ง
 
ทีมที่หักปีกหงส์คือ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, ดินาโม ทบิลิซี่, ซีเอสเคเอ โซเฟีย และ วิดเซฟ ล็อดซ์
 
3 ใน 4 คือสโมสรจากยุโรปตะวันออก
 
 
ธี อุทิศ