คอลัมนิสต์ : มิวสิค

วีเออาร์ร้อนๆ มาแล้วจ้า

17 ก.พ. 2563
 
 
ไทยลีก 2020 กลับมาเตะกันได้แค่ 3 วัน ของเล่นใหม่อย่าง "วีเออาร์" ก็ทำงานกันไม่หยุดไม่หย่อน เรียกทั้งเสียงโห่ เสียงเฮไปจากแฟนบอลกันได้มากมาย และมีทั้งทีมที่ได้เปรียบ และเสียเปรียบจากการทำงานของเจ้าเทคโนโลยีตัวนี้อยู่ไม่น้อย
 
แถมตลอดทั้ง 3 วันนี้ เจ้าวีเออาร์ ยังแจกของสมนาคุณกันครบถ้วน ทั้งล้ำหน้า, แฮนด์บอล, จุดโทษ, ใบเหลือง, ใบแดง, ริบสกอร์คืน ทำเอานักเตะหลายคนเม้งแตกกันกลางสนามไปเพียบ แถมแฟนบอลยังระเบิดลงตามหลังไปอีกหนึ่งชุด เรียกได้ว่าตอนนี้สถานการณ์ในวงการฟุตบอลบ้านเราเกี่ยวกับการทำงานของวีเออาร์ แทบจะไม่ต่างอะไรจากฝั่งต่างประเทศเลย ติดแค่ของเรามันอยู่ในช่วงเริ่มต้น ก็เลยยังวิจารณ์กันได้ไม่เต็มที่มากนักเท่านั้น
 
ตลอดทั้ง 3 วัน มีกรณีใดที่เป็นประเด็นบ้าง ไปดูกัน...
 
 
 
1. "ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี พบ "ช้างศึกยุทธหัตถี" สุพรรณบุรี เอฟซี
คู่นี้ประเด็นเรื่องที่ จอห์น บาจโจ้ แข้งตัวความหวังของค้างคาวไฟ มีจังหวะปะทะฝีปากกับ เอเลฟ วิเอร่า แนวรับของทีมเยือน เล็กน้อย ก่อนที่แข้งร่างเล็กของเจ้าถิ่นจะเดินเอาหัวมาโขกใส่อก วิเอร่า ด้วยระดับความแรงที่ก็คงจะไม่มากมายนัก แต่อีกฝ่ายที่เจอแบบนี้ เป็นใครก็พร้อมที่จะทิ้งตัว หวังช่วยให้ทีมของตัวเองได้เปรียบขึ้นมาอีกสักนิด
 
เมื่อมีจังหวะแบบนี้เกิดขึ้น ปกติแล้วผู้ตัดสินคงจะเดินมาควักใบแดงให้แบบไม่ต้องสงสัย เพราะเคสแบบนี้เคยมีกรณีศึกษามาแล้ว แถมยังเป็นเคสดังเสียด้วย ในสมัยฟุตบอลโลก 2006 นัดชิงชนะเลิศ ที่ ซีเนอดีน ซีดาน ตำนานทีมชาติฝรั่งเศส เอาหัวไปโขกใส่ มาร์โก มาเตรัซซี่ ของทีมชาติอิตาลี จนตัวเองโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปในนัดสั่งลา
 
แต่กรณีของ บาจโจ้ เจ้าตัวโดนแค่เตือน พร้อมรับใบเหลืองมาเท่านั้น
 
 
 
 
2. "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี พบ "สวาทแคท" นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี
คู่นี้ประเด็นที่น่าสนใจดูจะมีแค่เรื่องประตูขึ้นนำ 3-0 ของเจ้าถิ่้นเท่านั้น ที่ เควิน ดีรมรัมย์ ไปเล่นฟรีคิกเร็วไปหน่อย แล้วตำแหน่งของ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ก็ยังดูก้ำกึ่งว่าจะล้ำหน้าหรือไม่ล้ำหน้าด้วย
 
จังหวะ 50-50 แบบนี้ ผู้ตัดสินในสนามเลือกที่จะเป่าล้ำหน้าไปก่อน และเช็คกับทางห้องวีเออาร์อีกครั้ง ก่อนที่จะหันมายืนยันว่าให้สิงห์เจ้าท่าได้ประตูไปในที่สุด
 
 
 
 
3. "ราชันมังกร" ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบ "ช้างขาวจ้าวเกาะ" ตราด เอฟซี
คู่นี้ไม่น่ามีประเด็น แต่จะให้ข้ามไปก็คงไม่ได้ เพราะมีการริบประตูคืน ซึ่งตรงกันข้ามกับคู่ การท่าเรือ เอฟซี ที่ให้ประตู
 
จังหวะนี้ เกิดขึ้นตอนที่ ฮาเวียร์ ปาตินโญ่ พยายามที่จะเลี้ยงไลน์กองหลังของตราด เอฟซี เอาไว้ เพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นฝ่ายล้ำหน้า และจะได้ช่วยให้เพื่อนร่วมทีมที่เติมเข้ามาทำประตูได้ด้วย
 
แต่จังหวะยอดฮิตของพรีเมียร์ลีก มันดังมาถึงประเทศไทยด้วย ปาตินโญ่ เลยโดนจับล้ำหน้า เพราะไหล่เหลื่อมผู้เล่นทีมเยือนมาหน่อยเดียว แบบนิดเดียวจริงๆ แต่ก็ยังเห็นภาพค่อนข้างจะชัดว่าล้ำหน้าจริง และไม่ต้องถึงขั้นต้องตีเส้นล้ำหน้าแบบที่อังกฤษ
 
 
4. "เดอะ แรบบิท" บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
ปิดท้ายด้วยเกมคู่ที่ใช้งานวีเออาร์เยอะที่สุด หนักที่สุด แจกของสมนาคุณกันเกือบครบทุกรายการ เหมือนกรรมการรอใช้เจ้าระบบนี้มาแบบอัดอั้นเต็มแก่ อย่างคู่ บีจี - เมืองทอง ที่ลีโอ สเตเดี้ยม
 
หลายคนคงจะได้ยินเสียงเล่าลือกันมาแล้วว่าคู่นี้ หยุดเกมบ่อย แถมวีเออาร์ยังตั้งใจทำงานกันสุดๆ แจกทั้งจุดโทษ และใบแดงกันว่อนไปหมด
 
 
• การทำงานครั้งแรกของวีเออาร์ในเกมนี้ คือจังหวะแฮนด์บอลของ สุวรรณภัทร กิ่งแก้ว ซึ่งจริงๆ แล้วจังหวะนี้มันค่อนข้างชัดเจน แต่ผู้ตัดสินก็ยังให้โอกาสเช็คความชัวร์กันอีกสักรอบ ว่าสมควรเป็นจุดโทษไหม และเมื่อเห็นเจตนาชัดเจน ก็จัดจุดโทษแรกของเกมนี้ไป
 
 
• ต่อมา เจ้าวีเออาร์ได้เหยื่อที่จะมอบใบแดงให้เป็นรายแรกของเกม โดยผู้โชคดีคือ แนวรับดาวรุ่งชาวสิงคโปร์ของเจ้าถิ่นอย่าง อิรฟาน ฟานดี้ รายนี้โดนจับใบแดงมาตั้งแต่แรก เพราะไปย่ำเข้าเต็มหลัง สหรัฐ กันยะโรจน์ เลยทีเดียว แต่ผู้ตัดสินก็ยังให้โอกาส ทั้งฟังคำตัดสินจากห้องวีเออาร์ และเดินไปเช็คด้วยตัวเองที่จอข้างสนาม ถึงได้กลับมาแจกใบแดงแรก
 
 
• วีเออาร์ครั้งที่ 3 คราวนี้เป็นทางฝั่ง กิเลนผยอง ที่ได้รับของสมนาคุณบ้าง โดยผู้โชคดีของรอบนี้คือ สารัช อยู่เย็น กัปตันเมืองทองปีนี้ ซึ่งรอบนี้สถานการณ์คล้ายๆ กับรอบแรก คือโดนจับแฮนด์บอล แล้วแจกจุดโทษ แต่มีเพิ่มเติมคือ พระเอกเอ็มวี 400 ล้านวิว รับใบแดงเป็นของขวัญกลับบ้านไปด้วย
 
 
• วีเออาร์ครั้งที่ 4 รอบนี้เป็นเรื่องการริบสกอร์ของ บาร์รอส ทาเดลี่ คืน เนื่องจากวีเออาร์เห็นนะจ๊ะว่ามีฟาวล์กันก่อนจะยิง และเหมือนหนังม้วนเดิมกลับมาอีกครั้ง ผู้ตัดสินเช็คความแน่ใจกันอยู่นาน ก่อนจะหันมายกเลิกประตูนี้ไป
 
ทั้งหมดนี้ คือประเด็นหลักๆ ที่ยกเป็นตัวอย่างการทำงานอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกของ "ระบบวีเออาร์" ในสังเวียนไทยลีกเท่านั้น ยังไม่ได้นับเอาประเด็นยิบย่อยอื่น เช่นการลักไก่ยิงประตูทั้งที่ยังไม่เขี่ยบอลเริ่มเล่นของคู่ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พบ พีที ประจวบ เอฟซี หรือจังหวะเล่นฟรีคิกเร็วของคู่ การท่าเรือ เอฟซี พบ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี รวมถึงจังหวะล้ำหน้าของคู่ โปลิศ เทโร พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้าไปด้วย
 
7 ประเด็น จาก 4 สนาม ก็คงจะพอบอกได้แล้ว ว่าการทำงานของวีเออาร์ มันส่งผลดีต่อวงการฟุตบอลบ้านเรามากแค่ไหน เนื่องจากนักเตะจะไม่สามารถเล่นลูกตุกติกอะไร ที่จะพาตัวเองออกไปเสียเปรียบทีมอื่นในวงการฟุตบอลระดับนานาชาติเหมือนครั้งที่แข่งขันรายการชิงแชมป์เอเชีย ยู-23 เมื่อต้นปีที่ผ่านมาอีก เพราะอีกไม่นานเราก็คงจะเริ่มคุ้นเคยกับการทำงานของระบบนี้กันแล้ว
 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะให้พัฒนากันแต่นักเตะ และทีมงานก็คงจะไม่ได้ เพราะคนที่ถืออำนาจการตัดสินสูงสุดของแต่ละเกม คือกรรมการที่อยู่กลางสนาม ซึ่งเชิ้ตดำที่รับหน้าที่ตัดสินในแต่ละเกม ก็ต้องศึกษากฎกติกาให้แม่นยำ รวมถึงหาเคสต่างๆ มาดูเป็นกรณีศึกษา เพื่อนำมาปรับใช้กับการทำงานของตัวเอง ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย
 
เพราะถึงระบบวีเออาร์ จะเข้ามาช่วยให้การตัดสินง่ายขึ้น แต่การเรียนรู้จากเคสต่างๆ ก็ยังถือเป็นสิ่งจำเป็น ที่ผู้ตัดสินทุกคน ควรจะศึกษาเอาไว้ เพื่อพัฒนาการทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป และยังเป็นการลบภาพจำเรื่องการทำงานของเชิ้ตดำ ในสายตาของแฟนบอลด้วย
 
 
มิวสิค 47