คอลัมนิสต์ : Viva Speed

MAZDA CX-8 SUV หรู กับราคาเบาๆ

16 พ.ย. 2562

 

 

MAZDA CX-8 SUV 3แถวเพื่อการใช้งานสุดพรีเมี่ยม
เบนซิน – ดีเซลเลือกได้ตามความชอบราคาเริ่ม 1.599ล้าน

 

     หลังการรอคอยมาตั้งแต่ต้นปีที่มีข่าวชัดว่า มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด จะนำรถ CX-8 รถ SUV รุ่นใหญ่เข้ามาให้คนไทยได้ใช้ในช่วงปลายปี ในที่สุดเวลาแห่งการปรากฏตัวก็มาถึง 

 

     ด้วยคุณสมบัติของรถที่ เป็น SUV ขนาดใหญ่ จึงนับได้ว่า CX-8 ณ เวลานี้เป็นเสมือน เรือธงของมาสด้า ที่ถูกนำเข้าสู่ตลาดเพื่อแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีชั้นสูง ความหรูหรา สวยงาม 
 
 
     และที่สำคัญคือการประกาศราคาขายที่ต่ำกว่าที่คาดการเอาไว้ เป็นการสะท้อนเจตนาอย่างชัดเจนว่ามาสด้าไม่ได้นำ CX-8 เข้าไทยมาเพื่อโชว์ 
 

     แต่ต้องการมียอดการขายอย่างมาก เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ธุรกิจมาสด้าในไทยต่อไป

 

     เรือธงของมาสด้า คันนี้ มีทั้งความสวยงามและเทคโนโลยีน่าสนใจหลายประการที่เรานำข้อมูลมาให้ผู้อ่านได้รู้จักรถคันนี้มากขึ้นอีกนิดครับ

 

     ปรัญชาออกแบบ Less is More สวยแบบเรียบ 

 

     มาสด้า CX-8 ใหม่มองจากภายนอกแล้วหลายคนอาจแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นรุ่นไหนกันแน่ระหว่าง CX-5 หรือ CX-8 

 

 

     ทั้งนี้เนื่องจากขนาดของรถและการออกแบบส่วนต่างล้วนแต่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากมาสด้ามีปรัญชาการออกแบบมาจากแนวคิดที่เรียกว่า โคโดะดีไซน์ (KODO design) เมื่อเห็นแล้วจะรู้สึกได้ถึงความเรียบง่ายแต่งดงาม 

 

     การออกแบบมีแนวคิดมาจากคำว่า “Less is More” รถคันนี้จึงถูกตัดลดเส้นสายที่ไม่จำเป็นออกไป กลายเป็นรถที่ดูสวยแบบเรียบๆแต่ถ้าพิจารณาในรายละเอียดจะเห็นความงดงามที่ซ่อนอยู่ 

 

     เช่น การออกแบบที่ลงตัวของส่วนโค้งบนฝากระโปรงที่เป็นองศาเดียวกับบริเวณด้านข้างของรถ หรือ แม้แต่กระจังหน้าสีเงินก็มารับกับเส้นเหนือฝาท้ายที่เป็นสีเงินเช่นเดียวกัน

 

 

 

     การออกแบบภายในห้องโดยสารก็ยังคงมีกลิ่นไอ D.N.A. ของคำที่คุ้นหูอย่าง จิบะ อินไต อันหมายถึงการประสานเป็นหนึ่งเดียวระหว่างรถและผู้ขับได้อย่างลงตัว

 

     เปรียบเสมือน นักรบของญี่ปุ่นในสมัยโบราณ สามารถควบคุมม้าได้อย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน จนสามารถยิงธนูได้ทั้งๆที่ม้ากำลังวิ่งไปด้วยความเร็ว 

 

     มาสด้าเองก็ต้องการให้ผู้ขับขี่ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนเดียวหรือ กลมกลืนไปกับรถมากที่สุดกลายเป็นอารมณ์การขับขี่ที่เกิดขึ้นจากความคุ้นเคย เป็นความสนุกสนานในที่สุด

 

     เบาะเล่นระดับนั่งตรงไหนก็เห็นได้ชัด

 

     การเลือกวัสดุใช้ภายในห้องโดยสารและการออกแบบตกแต่ง CX-8 เลือกหนังคุณภาพสูง พร้อมกระบวนการตัดเย็บที่ประณีต สวยงาม สะท้อนภาพลักษณ์ความหรูหราสมเป็นรถยนต์ระดับ Exclusive ได้อย่างชัดเจน 

 

     แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เน้นความสวยงามหรูหราจนเว่อร์..แต่ยังคงไว้ซึ่งการให้ความสำคัญแก่คนมากกว่าตัวรถ 

 

 

     เช่นการเลือกวางตำแหน่งของผู้ขับ นั้นจะสามารถปรับแต่งอุปกรณ์อิเลกทรอนิคได้อย่างง่ายดาย ด้วยอุปกรณ์ต่างๆจะถูกติดตั้งเอาไว้ให้สามารถเอื้อมถึงได้ทั้งหมด 

 

     เบาะนั่งสำหรับผู้ขับปรับด้วยไฟฟ้าได้ถึง 8 ทิศทาง ส่วนผู้นั่งข้างสามารถปรับด้วยไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง 

 

     การออกแบบเบาะนั่งแถวที่ 2 จะถูกยกให้สูงกว่าแถวหน้า เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถมองเห็นภาพจากด้านหน้ารถได้อย่างดี ไม่มีสิ่งใดมาบังสายตา 

 

     เช่นเดียวกับเบาะนั่งของผู้โดยสารแถวหลังสุดก็ถูกยกให้สูงสุดเป็นระดับจากหน้าไปหลัง เพื่อให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งสามารถมองเห็นได้อย่างดี

 

 

     รูปแบบของแถวที่นั่งจะเป็น 7 ที่นั่ง 3รุ่น ยกเว้นรุ่น Disel AWD เท่านั้นที่เบาะนั่งแถว 2 จะทำให้เป็น 2 ที่นั่งโดยมีที่พักเท้าแขนขนาดใหญ่ทำหน้าที่แยกโซนของผู้โดยสารซ้ายและขวาออกจากกัน 

 

 

     พนักพิงสามารถปรับพับแยกได้แบบ 60:40 สามารถปรับพับแยกได้อย่างแบนราบแบบ 50:50 เพื่อมอบพื้นที่ในการวางสัมภาระให้กว้างขวางยิ่งขึ้น มีที่วางพักแขน ที่วางแก้วน้ำ และช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง 

 

     การตกแต่งภายในห้องโดยสารเลือกใช้สีโทนเข้ม วัสดุตกแต่งเป็นไม้จริง แต่งบริเวณเหนือที่เปิดประตูขลิบด้วยโลหะสีเงินซาตินโครม มาพร้อมเบาะหนัง Nappa สีแดงเลือดหมูแต่ไม่เข้มมากนัก Deep Red ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยเส้นด้ายสีน้ำตาลเข้มให้ความรู้สึกหรูหราแต่ สบาย ในเวลาเดียวกัน 

 

 

     บริเวณที่นั่งแถว 2 มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกมาให้เรียบร้อย ปรับได้ทั้งอุณภูมิและแรงลมได้เพื่อเพิ่มความเย็นสูงผู้โดยสารทั้งแถว 2 และ 3 อย่างพอเพียง 

 

     มาสด้า ให้ความสำคัญกับระบบการควบคุมรถอย่างมาก รวมเอาสวิทช์ต่างๆไปไว้กับ ปุ่มทรงกลมตรงหลังคันเกียร์ที่เรียกว่า Center Commander ทำหน้าที่เสมือนเม้าส์คอมพิวเตอร์ เลือกโหมดแล้วคลิกสั่งการเปิดหรือปิดจากสวิทช์เดียว 

 

     ส่วนหน้าจอแสดงผลจะเป็นจอสีแบบสัมผัส 7 นิ้ว และมีปุ่มต่างๆติดตั้งบนพวงมาลัยแบบมัลติฟังชั่น เครื่องเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง รองรับการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay

 

     เครื่องยนต์ 2 แบบเบนซิน-ดีเซลตามความชอบ

 

 

     มาสด้า CX-8 มีเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก ประกอบด้วย เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร (SKYACTIV-D 2.2) ที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาใหม่  มีระบบวาล์วไอเสียแปรผัน VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ให้การตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นขณะเครื่องทำงานในรอบต่ำ หรือ เมื่อเร่งจนเครื่องยนต์ทำงานในรอบสูง 

 

     เครื่องดีเซลรุ่นนี้ให้พลัง 190 แรงม้า ขณะที่เครื่องยนต์งานที่ 4,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตัน-เมตร ขณะที่เครื่องยนต์ทำงานที่รอบต่ำเพียง 2,000 รอบต่อนาทีเท่านั้น 

 

     สำหรับรุ่นท็อปของเครื่องยนต์ดีเซลหรือรุ่น XDL EXCLUSIVE จะมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน ซึ่งมาสด้าทำการทดสอบพบว่าสามารถให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร

 

     ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร สกายแอคทีฟ จี (SKYACTIV-G 2.5) ที่ปรับปรุงพัฒนาใหม่ มีวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองการทำงานของเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้นให้แรงม้าสูงสุดถึง 194 แรงขณะที่เครื่องยนต์ทำงานอยู่ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดถึง 258 นิวตัน-เมตร ขณะที่เครื่องยนต์ทำงานสูงสุดที่ 4,000 รอบต่อนาที 

 

     ทีมวิศวกรมาสด้า ทำการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองพบว่า มีอัตราใช้พลังงานน้ำมันอยู่ที่ 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร

 

     อีกทั้งในทุกรุ่นยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-Vectoring Control หรือ GVC ที่ช่วยให้การควบคุมขับขี่ทำได้อย่างแม่นยำและสมดุล ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ผู้โดยสารสะดวกสบายมากขึ้น

 

     CX-8 อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำด้วยการเอาเรด้า, เซนเซอร์ กล้องมองภาพ ผ่านการประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์ เพื่อวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ต่างๆที่อาจอันตราย พร้อมทั้งมีวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเอาไว้เสร็จสรรพ์

 

     ระบบนี้รวมเรียกกันว่า i-Activsense เมื่อคอมพิวเตอร์วิเคราะห์แล้วจะคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า หากมีแนวโน้มอันตรายก็จะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น 

 

     โดยระบบความปลอดภัยที่มีการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น ประกอบด้วย ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน(Advanced Blind Spot Monitoring), ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert) 

 

 

     นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ อาทิ ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Mazda Radar Cruise Control) อีกทั้งยังช่วยลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ขณะเดินทางไกล

 

     ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Smart Brake Support) และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced Smart City Brake Support) ที่ได้เพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับคนเดินถนน เพิ่มความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงผู้ใช้ถนน

 

     ระบบลดอาการโยนตัวจากแรงเหวียงขณะเข้าโค้ง ( G Vectoring Control) ที่นอกจากจะช่วยให้ลดไม่โคลงตัวมากขณะเข้าโค้งแล้วสิ่งที่ตามมาคือผู้โดยสารจะมีอาการเมารถน้อยลงมาก จนสามารถเดินทางไกลได้อย่างสะดวกสบายกว่ารถรุ่นอื่นๆอย่างชัดเจน

 

     CX-8 มีให้เลือก 6 สี ประกอบด้วย สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal), สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray), สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl), สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black), สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue) และ สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver) 

 

     แบ่งรุ่นการจำหน่ายออกเป็น 4 รุ่นประกอบด้วย 

     รุ่น 2.5 S เครื่องเบนซินแบบ 7 ที่นั่งราคา 1.599 ล้านบาท

     รุ่น 2.5 SP เครื่องเบนซิน 7 ที่นั่ง มีระบบไฟแอลอีดีรอบคัน และระบบเพิ่มความปลอดภัยหลายชนิดราคาอยู่ที่ 1.699 ล้านบาท

     รุ่น XDL เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 แบบ 7 ที่นั่ง ราคา 1.899 ล้านบาท

     รุ่นXDL  EXCLUSIVE 6 ที่นั่งราคา 2.069 ล้านบาท 

 

     ทั้งนี้ราคาดังกล่าวรวมการรับประกันคุณภาพเป็นระยะเวลา 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร และ ฟรีค่าแรงการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 10 ครั้ง ทุก 6 เดือน หรือ ทุก 10,000 กม. ตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กม.