TODAY NEWS

ถ้าเคนเจ็บเลือกใครดี?

15 ม.ค. 2563
ทีมชาติอังกฤษถึงกับต้องร้องโอดโอยอีกครั้ง.. เมื่อกองหน้ากัปตันทีมของพวกเขาอย่าง แฮร์รี่ เคน ได้รับอาการบาดเจ็บและเข้ารับการผ่าตัดบริเวณเอ็นกล้ามเนื้อหลังต้นขา และนั่นอาจทําให้เขาต้องปิดเทอมยาวจนถึงเดือนเมษายน หรือถ้าหากเกิดเคสที่แย่ที่สุด หัวหอกตัวเก่งไก่เดือยทองอาจต้องพักยาวยันช่วงปรีซีซั่นหรือช่วงต้นฤดูกาลหน้าเลยทีเดียว 
 
นั่นจึงเกิดคําถามในใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ว่าใครจะรับไม้ต่อในการเป็นหน้าเป้าตัวความหวังของทัพสิงโตคํารามในศึกยูโร 2020 ที่จะเริ่มประลองแข้งกันในเดือนมิถุนายนนี้..
 
ตอนนี้กุนซือสิงโตคํารามอาจจะต้องกางสมุดหน้าเหลืองออกมาและตรวจสอบดีๆ ว่าในมือของเขามีตัวจบสกอร์คนไหนบ้างที่พร้อมจะทดแทนหัวหอกตัวความหวัง และนี่ก็คือ 9 กองหน้าที่มีโอกาสถูก เซาธ์เกต เรียกตัวเป็นหนึ่งใน 23 แข้งชุดสู้ศึกใหญ่กลางปีหน้า
 
 
1.  มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
 
มาร์คัส แรชฟอร์ด มีสถิติการทําประตูที่สามารถยอมรับได้ หลังจากลงเล่นไป 22 นัด และซัดได้ถึง 14 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ นั่นจึงทําให้เขารั้งตําแหน่งรองดาวซัลโวอยู่ในปัจจุบัน ร่วมกับ ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยัง ของ อาร์เซน่อล และ แดนนี่ อิงส์ ของ เซาธ์แฮมป์ตัน 
 
แม้กองหน้าปีศาจแดงผู้นี้จะถูกถ่างไปเล่นในตําแหน่งริมเส้นฝั่งซ้ายหลายครั้งทั้งในสโมสรและทีมชาติ แต่เขาก็ทําหน้าที่ในตําแหน่งหน้าเป้าได้อย่างไม่เคอะเขิน ถ้าหากสิงโตคํารามต้องการเกมรุกที่รวดเร็วโดยมี ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ เจดอน ซานโช่ ประกบข้าง แรชฟอร์ด ก็เป็นทางเลือกที่มองข้ามไม่ได้เช่นกันในตําแหน่งกองหน้าตัวเป้า
 
 
2. แทมมี่ อบราแฮม (เชลซี)
 
กองหน้าดาวรุ่งวัย 22 ปี รับหน้าที่เป็นกองหน้าตัวหลักของ เชลซี เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ และสามารถยิงประตูในลีกได้แล้วถึง 13 ประตูจากการลงเล่นเกมลีกซีซั่น 2019-20 ไปแล้ว 21 นัด
 
เจ้าตัวยังมีดีกรีเป็นดาวซัลโวของ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาลที่แล้วกับ แอสตัน วิลล่า ก่อนที่ทีมสิงโตนํ้าเงินครามของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะดึงกลับมาช่วยทีมในช่วงที่สโมสรโดนแบนห้ามเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และเขาก็กลายเป็นตัวหลักทันทีพร้อมกับถูกแฟนๆ คาดหวังว่าจะเป็นผู้ทําลายอาถรรพ์เบอร์ 9 ในถิ่น สเเตมฟอร์ด บริดจ์
 
 
3.  แดนนี่ อิงส์ (เซาธ์แฮมป์ตัน)
 
นี่คือหนึ่งในกองหน้าที่สร้างความประหลาดใจได้มากที่สุดคนหนึ่งในฤดูกาลนี้ เขาสลัดฟอร์มฝืดจากตอนที่อยู่ ลิเวอร์พูล ทิ้งได้อย่างสิ้นเชิง และกลับมาฉายแสงกับ เซาธ์แฮมป์ตัน อีกครั้ง พร้อมสังหารประตูใน พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 14 ประตู จากการลงเล่น 22 นัด และเป็นอีกหนึ่งคนที่มักโผล่มายิงทีมใหญ่ ซึ่งทั้ง อาร์เซน่อล, เชลซี และ สเปอร์ส 3 สหายจากลอนดอน ต่างโดนกองหน้ารายนี้สังหารประตูมาหมดแล้ว
 
อิงส์ อาจไม่ใช่กองหน้าที่มีลีลาการทำประตูที่เหนือชั้น แต่ในซีซั่นนี้เขายิงประตูได้เรื่อยๆ นัดละลูกสองลูกจนไต่ไปถึงตําแหน่งรองดาวซัลโวลีกแล้ว ด้วยความที่เป็นกองหน้าจมูกไว, แข็งแกร่ง และหาพื้นที่ได้ดี อิงส์ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจของทัพสิงโตคํารามใน ยูโร ครั้งนี้
 
 
4. คัลลั่ม วิลสัน (บอร์นมัธ)
 
คัลลั่ม วิลสัน คือหนึ่งในกองหน้าฐานะตัวเลือกที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต เรียกเข้ามาช่วยทีมบ่อยในระยะหลัง แต่เขาก็ยังไม่เคยได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงเลย ซึ่งในทีมชาติเขาได้ลงสนามเพียง 4 นัดเท่านั้น และเป็นการลงเล่นในฐานะตัวสํารองทั้งหมดด้วย 
 
อย่างไรก็ตาม วิลสัน ไม่ได้มีผลงานที่โดดเด่นมากนักในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ เมื่อยิงไปเพียง 5 ประตู จากการลงเล่น 21 นัดเท่านั้น โดยทำประตูในลีกไม่ได้เลยนับตั้งแต่ผ่านเดือนกันยายนเป็นต้นมา
 
แต่ถ้าถามว่าเขามีจุดเด่นอะไรบ้าง แน่นอนว่าเป็นเรื่องของความแข็งแกร่ง, ความเร็ว และลูกโด่ง ที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของ เซาธ์เกต ที่มีสไตล์การเล่นแตกต่างจากตัวหลักๆ อย่าง แฮร์รี่ เคน หรือ มาร์คัส แรชฟอร์ด 
 
 
5. โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (เอฟเวอร์ตัน)
 
ฤดูกาลนี้กองหน้าทีมทอฟฟี่ยิงในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 8 ประตู จากการลงเล่น 20 นัด และเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกหลักของ เอฟเวอร์ตัน ในยุคของ คาร์โล อันเชล็อตติ 
 
แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ทําประตูเป็นกอบเป็นกํา แต่ก็มีทีเด็ดในจังหวะเข้าชาร์จ และหาพื้นที่จบสกอร์ในกรอบเขตโทษได้ดี แต่ก็อย่างว่า เขาต้องพัฒนาฟอร์มให้โดดเด่นกว่านี้หากหวังจะมีชื่ออยู่ในทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต
 
 
6. โอลลี่ วัตกิ้นส์ (เบรนท์ฟอร์ด)
 
หาก แกเร็ธ เซาธ์เกต ลองมองกวาดสายตาไปที่ลีกรองอย่าง เดอะ แชมเปี้ยนชิพ บ้าง ชื่อของ วัตกิ้นส์ อาจจะเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่สามารถเตะตานายใหญ่สิงโตคํารามได้ เพราะเขากำลังนำดาวซัลโวอยู่และยิงไปแล้ว 18 ประตูจากการลงเล่น 27 นัด 
 
วัตกิ้นส์ มีจุดเด่นในเรื่องของการพาบอลไปเอง, การจ่ายบอลให้เพื่อน และถนัดลูกนิ่งด้วย ซึ่งน่าจะเพิ่มมิติเกมรุกให้ทีมสิงโตคำรามหลากหลายขึ้นได้ ถ้าหากแข้งวัย 24 ปีรายนี้ ได้รับโอกาสติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในชีวิต
 
 
7. จาร์ร็อด โบเว่น (ฮัลล์ ซิตี้)
 
เป็นนักเตะที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ โดยช่วงหลังก็มีข่าวพัวพันกับทีมในพรีเมียร์ลีก ทั้ง อาร์เซน่อล และ เลสเตอร์ ซิตี้ 
 
ด้วยวัยเพียง 23 ปี โบเว่น เล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก ไม่ว่าจะเป็นปีกซ้าย, ปีกขวา, หน้าตํ่า และหน้าเป้า จึงไม่น่าแปลกใจที่ทีมในลีกสูงสุดจะสนใจและอยากกระชากตัวเขาไปร่วมทีม
 
เขามีทีเด็ดจากการเลี้ยงบอลทางกราบขวาแล้วตัดเข้ามายิงด้วยเท้าซ้าย จนได้รับการขนานนามจากแฟนๆ ของ ฮัลล์ ว่า “นิวร็อบเบน” ซึ่งเขาสามารถยิงได้ถึง 16 ประตูจากการลงเล่น 27 นัดใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลนี้ และมีแอสซิสต์ไปอีกถึง 6 ครั้ง ซึ่งด้วยฟอร์มระดับนี้ เซาธ์เกต น่าจะรับนักเตะรายนี้ไว้พิจารณาในใจบ้าง
 
 
8. ทรอย ดีนี่ย์ (วัตฟอร์ด)
 
เขาคือกองหน้าสายลุยคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก แม้จะยิงประตูได้ไม่มาก แต่ก็มีความเด็ดขาดสูงในเรื่องของจุดโทษ และเป็นผู้เล่นที่เก็บบอลในแดนหน้าได้ดี 
 
ตลอดอาชีพการค้าแข้ง ดีนี่ย์ มีสถิติการยิงจุดโทษอยู่ที่ 23 ครั้ง และพลาดแค่ 5 ครั้งเท่านั้น ซึ่งหากนับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วจนถึงฤดูกาลนี้ เขายังไม่เคยยิงจุดโทษพลาดเป้ามาก่อนเลย
 
และด้วยอายุ 31 ปี ที่เล่นในลีกสูงสุดอังกฤษไปฤดูกาลที่ 5 ติดต่อกันในฐานะกัปตันทีมแตนอาละวาด นี่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจถ้าหาก เซาธ์เกต ต้องการกองหน้าเก๋าๆ มาเป็นตัวเลือกในทีม
 
 
9.  เมสัน กรีนวู้ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
 
เป็นอีกหนึ่งกองหน้ารุกกี้ที่น่าสนใจ ด้วยวัยเพียง 18 ปีแต่มีผลงานและฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจ เขาซัดไปแล้ว 9 ประตู จากการลงเล่นทุกถ้วยในฤดูกาลนี้ ซึ่งส่วนมากเขาใช้เวลาไปกับการลงเป็นตัวสํารองเสียด้วยซํ้า
 
จุดเด่นของกองหน้าอนาคตไกลผู้นี้คือความเร็ว, ความคม และทักษะการเอาชนะคู่แข่ง รวมถึงคุณสมบัติที่หาได้ยาก คือถนัดทั้ง 2 เท้า..
 
ถ้าหากมองข้ามเรื่องวัยไป กรีนวู้ด ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต ควรเอาไปพิจารณาว่าควรจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกสําหรับเกมรุกทีมชาติอังกฤษหรือเปล่า เพราะในหลายๆ ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่ผ่านมา ทีมชาติอังกฤษเคยกล้าๆ ใส่ชื่อดาวรุ่งพุ่งแรงติดทีมไปด้วยมาแล้วหลายครั้ง ทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ในยูโร 2016 หรือ ธีโอ วัลค็อตต์ ที่ไปลุยฟุตบอลโลก 2006 แบบเซอร์ไพรส์มาแล้ว
 
ที่กล่าวมาทั้งหมด.. เซาธ์เกต คงต้องปวดหัวกันบ้าง เมื่อมีกองหน้าหลากหลายสไตล์ให้เลือกขนาดนี้ หลังจากนี้แฟนๆ คงต้องลุ้น.. ว่าใครจะเป็นผู้ถูกเลือกในการขึ้นมารับหน้าที่กองหน้าตัวเป้าของทีมชาติอังกฤษ หาก แฮร์รี่ เคน ไม่สามารถกลับมาคืนสนามได้ทัน 
 
หรือบางที… อาจจะเป็นคนที่คุณคาดไม่ถึงเลยก็ได้