TODAY NEWS

จิ้งจอกห่วยครึ่งหลังโดนบอร์นมัธฝัง 4-1

13 ก.ค. 2563
แฟนบอล เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เฮกันยกใหญ่ เมื่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 4 ฟอร์มหลุด บุกไปแพ้ บอร์นมัธ เละเทะ 4-1 ในเกมพรีเมียร์ลีกคู่ดึกสุดคืนวันอาทิตย์ ทำให้ทีมสิงห์บลูส์ยังไม่หลุดจากท็อปโฟร์ ขณะที่ผีแดงเตรียมขึ้นสู่อันดับ 3 หากชนะในคืนวันจันทร์ได้
 
เลสเตอร์ ขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 23 เมื่อ แดน กอสลิ่ง พลาดท่าเสียบอลตรงกลางสนาม ทำให้โดน เลสเตอร์ ฉกบอลไปโจมตี ก่อนที่ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ จะหลุดเข้าไปตวัดบอลผ่าน อารอน แรมสเดล ไปติด ลอยด์ เคลลี่ สกัดออกมาไม่ดี เข้าทาง เจมี่ วาร์ดี้ ล้มตัวชาร์จจ่อๆ ตุงตาข่าย 
 
นี่คือประตูที่ 23 ของ วาร์ดี้ ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในครึ่งแรก
 
อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลังกลับกลายเป็นสถานการณ์คนละเรื่อง เมื่อจู่ๆ เลสเตอร์ ก็ก่อความผิดพลาดกันเองอย่างไม่น่าเชื่อ
 
นาที 64 เจ้าบ้านมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ไม่มีอะไร เมื่อจู่ๆ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เตะเปิดเกมจากประตูไปโดนหลัง วิลเฟรด เอ็นดิดี้ ดื้อๆ ทำให้ คัลลั่ม วิลสัน รีบปรี่เข้ามาฉกบอลเตรียมยิงประตู แล้วโดน เอ็นดิดี้ ทำฟาวล์ในเขตโทษ ก่อนที่ จูเนียร์ สตานิสลาส ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ให้บอร์นมัธตีเสมอเป็น 1-1
 
นาทีถัดมา บอร์นมัธ พลิกแซงนำ 2-1 ทันที เมื่อวางบอลยาวขึ้นหน้าให้ คัลลั่ม วิลสัน เทคตัวโหม่งชงให้ โดมินิค โซลันกี้ พาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แล้วซัดด้วยขวาแบบเล่นมุม ส่งบอลค่อยๆ กลิ้งเสียบเสาสองเข้าไป ถือเป็นประตูแรกของ โซลันกี้ ในพรีเมียร์ลีกในฐานะนักเตะ บอร์นมัธ ด้วย
 
เท่านั้นไม่พอ สถานการณ์ของ เลสเตอร์ ยิ่งแย่ลงไปอีก เมื่อจากจังหวะที่เสียประตู ชากลาร์ โซยุนซู ดันไปออกลูกเกเร เตะใส่ คัลลั่ม วิลสัน ที่เข้าไปอยู่ในตาข่ายซะดื้อๆ ทีมจิ้งจอกสยามจึงต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน
 
นาที 83 บอร์นมัธ ที่เหลือตัวผู้เล่นมากกว่าหนีห่างเป็น 3-1 เมื่อ ลูอิส คุก ถ่ายบอลเปลี่ยนแกนขึ้นไปทางกราบขวาให้ จูเนียร์ สตานิสลาส ลากตัดเข้าในจี้ใส่ คริสเตียน ฟุคส์ แล้วซัดไปโดน จอนนี่ อีแวนส์ เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองไป
 
น.87 สกอร์ของ บอร์นมัธ ไหลยาวเป็น 4-1 เมื่อเคาะบอลกันพลาดในแดนตัวเอง แล้ว คริสเตียน ฟุคส์ จ่ายบอลคืนเข้าเขตโทษเบาเกินไป โดน โดมินิค โซลันกี้ หลุดไปซัดตุงตาข่ายง่ายๆ เป็นประตูที่ 2 ของ โซลันกี้ ในเกมนี้
 
นาที 90+4 สกอร์เกือบเป็น 5-1 เมื่อ จอนนี่ อีแวนส์ โหม่งคืนหลังเบาเกินไป กลายเป็นถวายพานให้ แซม เซอร์ริดจ์ หลุดไปซัดเต็มข้อด้วยซ้ายเดี่ยวๆ แต่บอลพุ่งไปชนคาน 
 
จบเกม บอร์นมัธ ถล่ม เลสเตอร์ ซิตี้ ยับเยิน 4-1 ทำให้ทีมของ เอ๊ดดี้ ฮาว รักษาความหวังหนีตกชั้นเอาไว้ต่อไป เมื่อตามหลังอันดับ 17 อย่าง วัตฟอร์ด 3 แต้ม โดยเหลือโปรแกรมอีก 3 นัด
 
ขณะที่ทีมจิ้งจอกของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อาการหนักแล้ว เพราะเตรียมหล่นมาอยู่ที่ 5 ถ้าหาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้ในคืนวันจันทร์ ซึ่งหากผีแดงทำได้ จะขึ้นสู่อันดับ 3 ด้วย
 
รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม
บอร์นมัธ (4-4-2) : อารอน แรมสเดล - แจ็ค สตีเซ่ย์, นาธาน อาเก้ (กัปตันทีม) (สตีฟ คุก น.40), ลอยด์ เคลลี่, ดีเอโก้ ริโก้ - เดวิด บรู๊คส์ (ลูอิส คุก น.81), แดน กอสลิ่ง, เจฟเฟอร์สัน เลอร์ม่า, อาร์เนาต์ ดานยูม่า กรูเนเฟลด์ (จูเนียร์ สตานิสลาส น.46) - โดมินิค โซลันกี้, คัลลั่ม วิลสัน (แซม เซอร์ริดจ์ น.90)
เลสเตอร์ ซิตี้ (3-4-1-2) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล (กัปตันทีม) - เจมส์ จัสติน, จอนนี่ อีแวนส์, ชากลาร์ โซยุนซู - มาร์ค อัลไบรท์ตัน (ไรอัน เบนเน็ตต์ น.16), วิลเฟรด เอ็นดิดี้, ยูรี่ ตีเลมันส์, คริสเตียน ฟุคส์ - อโยเซ่ เปเรซ (ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ น.71) - เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ (เดนนิส ปราเอ้ต์ น.46), เจมี่ วาร์ดี้
ผู้ตัดสิน : สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์ 
 
สรุปผลพรีเมียร์ลีก คืนวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม
วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 3-0 เอฟเวอร์ตัน
แอสตัน วิลล่า 2-0 คริสตัล พาเลซ
ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 2-1 อาร์เซน่อล
บอร์นมัธ 4-1 เลสเตอร์ ซิตี้