TODAY NEWS

เกินกว่าเด็กมหัศจรรย์

20 พ.ค. 2563
พูดได้ว่าชั่วโมงนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์
 
อีกหนึ่งเม็ดที่ลั่นไกใส่ ชาลเก้ เมื่อวันเสาร์ คงเป็นการตอกย้ำว่า "ใครก็ได้" มาเหอะ น้องจะยิงให้พรุน
 
อันที่จริง วีว่าซอค เคยนำเสนอเรื่องราวของเจ้าหนูคนนี้แบบเจาะลึกมาแล้ว กับ "รู้จักฮาแลนด์ขึ้นอีกนิด"
 
เพิ่มเติมกันอีกหน่อย นี่คงเป็นบางสิ่งที่คุณอาจไม่ล่วงรู้เกี่ยวกับเด็กระเบิด... ไม่สิ "เครื่องจักรสังหารประตู" วัย 19 ขวบ คนนี้...
 
 
41 แล้วครับ
คนมันจะดัง อะไรก็ฉุดไม่อยู่เลยจริงๆ
 
ประตูเปิดหัว 1-0 ช่วยให้ ดอร์ทมุนด์ ขึ้นนำ ชาลเก้ 04 เมื่อวันเสาร์ นอกจากเป็นเม็ดแรกของ "เสือเหลือง" ในการคัมแบ็กบุนเดสลีกาฝ่าวิกฤตโควิด-19 และช่วยให้ต้นสังกัดข้ามผ่าน "เรเวียร์ดาร์บี้" อย่างไม่ลำบากแล้วนั้น ก็ยังนับเป็นประตูแรกสุดของลีกเมืองเบียร์ ในการกลับมาเตะต่อด้วย 
 
ที่สำคัญ ยังทำให้เป็นสถิติน่าสะพรึงของ ฮาแลนด์ ในการสวมเครื่องแบบสีเหลืองดำ
 
12 นัด 13 ประตู -- บ้าแล้วคุณขา!
 
ชนะ เอาก์สบวร์ก 5-3 แฮตทริก
ชนะ โคโลญ 5-1 สองลูก
ชนะ ยูเนี่ยน เบอร์ลิน 5-0 สองลูก
แพ้ เบรเมน 2-3 (โพคาล) หนึ่งเม็ด
แพ้ เลเวอร์คูเซ่น 3-4 ไม่ยิง
ชนะ แฟร้งค์เฟิร์ต 4-0 หนึ่งเม็ด
ชนะ เปแอสเช 2-1 (ชปล.) สองลูก
ชนะ เบรเมน 2-0 หนึ่งเม็ด
ชนะ ไฟรบวร์ก 1-0 ไม่ยิง
ชนะ กลัดบัค 2-1 ไม่ยิง
แพ้ เปแอสเช 0-2 (ชปล.) ไม่ยิง
ชนะ ชาลเก้ 4-0 หนึ่งเม็ด
 
ระยะปืนฝืดที่ยาวนานที่สุด สั้นกุดแค่ 3 นัด และจากทั้งหมด 12 เกม มีเพียง 4 นัดที่เป้าสะอาด
 
หนึ่งแฮตทริก / กด 2 เม็ดสามนัด / นัดละลูก 4 เกม
 
บุนเดสลีกา : 10 ประตู
เดเอฟเบ โพคาล : 1 ประตู
แชมเปี้ยนส์ ลีก : 2 ประตู
 
และถ้ารวมกับครึ่งซีซั่นแรกที่ตูมตามโครมครามกับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก แล้วล่ะก็...
 
ออสเตรียน บุนเดสลีกา : 16 ประตู
ออสเตรียน คัพ : 4 ประตู
แชมเปี้ยนส์ ลีก : 8 ประตู
 
เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ ที่ลงสนามรวม 34 นัด กระหน่ำตาข่ายในซีซั่นนี้ไปแล้ว... 41 ประตู!
 
ชิโร่ อิมโมบิเล่ ดาวยิงลาซิโอ อาจเป็นผู้นำของการช่วงชิงรองเท้าทองคำยุโรป European Golden Shoe อยู่ก็จริง แต่การคิดคะแนนของรางวัลนี้ นับเฉพาะผลงานในลีกเท่านั้น และให้ค่าสัมประสิทธิ์ของลีกใหญ่มากกว่า (ลีกใหญ่คูณ 2 ลีกรองลงมา คูณ 1.5)
 
อันดับ Golden Shoe 2019/20 ณ ปัจจุบัน
ชิโร่ อิมโมบิเล่ 54 แต้ม
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 52
เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ 44
ติโม แวร์เนอร์ 42
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 42
ลิโอเนล เมสซี่ 38
เจมี่ วาร์ดี้ 38
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ 36
วิสซาม เบน เยแดร์ 36
 
แต่มาลองไล่ "จำนวนประตูรวมในซีซั่นนี้" (ทุกรายการยกเว้นทีมชาติ) ของทุกคนกัน จะพบว่า...
อิมโมบิเล่ 30 ประตู
เลวานดอฟสกี้ 40
ฮาแลนด์ 41
แวร์เนอร์ 27
โรนัลโด้ 25
เมสซี่ 24
วาร์ดี้ 19
เอ็มบัปเป้ 30
 
ชัดเจน...ชัดเจนพอจะพูดได้ว่า ฮาแลนด์ คือดาวยิงผู้ร้อนแรงที่สุดในยุโรป นาทีนี้!
 
 
เหนือกว่าโด้ & เมส
อวยกันให้ถึงที่สุด เราก็อาจจะพอมองเห็นสัญญาณแล้วเหมือนกันว่าใครที่จะก้าวขึ้นมาสืบทอดบัลลังก์ "ตัวท็อปโลก" ที่ โรนัลโด้ & เมสซี่ นั่งอยู่...และตอนนี้ดูจะเป็นช่วงบั้นปลายเส้นทางของทั้งคู่แล้ว
 
โรนัลโด้ 35 / เมสซี่ จะครบ 33 เดือนหน้า
 
ซีซั่นนี้ ตีรวมไปเลยก็ได้ว่า 2 สุดยอดแข้งคู่นี้ ยิงรวมกัน (25+24) 49 ลูก -- มั่นใจได้เลยว่า ฮาแลนด์ (41) จะยิงแซงในเร็วๆ นี้
 
หรือแม้กระทั่งจะย้อนเวลาไปช่วงที่ โด้ & เมสซี่ อายุ 19 
 
ก็ยังเปรี้ยงปร้างได้ไม่เท่า ฮาแลนด์ -- 19 ประตู 9 เดือน 25 วัน
 
ตอนอายุ 19 ของ โรนัลโด้ เป็นช่วงที่ย้ายมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ไม่นาน ยังเป็นช่วง "ค้นหาตัวเอง" อยู่ และมียอดพังสกอร์น้อยนิดแค่ 6 ลูก (2003/04) และ 9 ลูก (2004/05)
 
กว่าที่จะสลุตตาข่ายตูมตามโครมคราม ต้องรอจนถึงซีซั่น 2007/08 ที่ CR7 กระหน่ำ 42 ประตูในทุกรายการ ซึ่งตอนนั้นโด้อายุ 23
 
เมสซี่ ก็ครือกัน ซูเปอร์สตาร์อาร์เจนไตน์ยิงถึงหลัก 40 ลูกตอนอายุ 22
 
ตอนอายุ 19 ของ เมสซี่ ถือว่าเริ่มที่จะลงหลักปักฐานสร้างความฮือฮากับ บาร์เซโลน่า ได้แล้ว แต่ก็ยังยิงไม่เยอะนัก 17 ลูก (2006/07) และ 16 ลูก (2007/08) แล้วค่อยมายิงกระจาย 38 ลูกในซีซั่น 2008/19 ตามด้วย 47 ลูก 2009/10
 
มาร์ก้า ลงสกู๊ปสั้นๆ เรื่องนี้ไว้ และย้ำข้อเท็จจริงด้วยว่า "ไม่มีกองหน้าดาวดังรายไหนทั้งสิ้น" ที่จะร้อนแรงได้เร็วเท่าเจ้าหนูฮาแลนด์
 
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยิงถึงหลัก 40 ประตูต่อซีซั่น ตอนอายุ 27
ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยัง 27
เอดินสัน คาวานี่ 29
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 25
แฮร์รี่ เคน 24
หลุยส์ ซัวเรซ 23
 
ให้ใกล้เคียง คงย้อนนั่งไทม์แมชีนย้อนไปยุคโบราณ ตอนที่ทีวียังเป็นจอขาวดำและโลกไม่รู้จักอินเทอร์เน็ต 
 
แกร์ด มุลเลอร์ ยิง 47 ประตูกับ ทีเอสวี 1861 นอร์ดลิงเก้น ในซีซั่น 1963/64 ตอนที่เขาอายุ 18-19
 
ยูเซบิโอ ยิง 46 ประตูกับ เบนฟิก้า 1963/64 เช่นกัน ตอนอายุ 20-21
 
เปเล่ ยิง 41 ประตูกับ ซานโต๊ส 1957 ตอนอายุ 17 
 
ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ : "เขามีอนาคตที่น่าตื่นเต้นรออยู่ โดยส่วนตัวผมคิดว่า เขามีโอกาสมากทีเดียวที่จะเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ของ เมสซี่ และ โรนัลโด้"
 
 
ยูเว่? ฝันไปเถอะ!
หลังกระทุ้งประตูสนั่นหวั่นไหวทั้งในลีกออสเตรีย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ชื่อของ ฮาแลนด์ อยู่ในความสนใจของหลายสโมสรยักษ์ใหญ่
 
อย่างที่ทราบกัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เคยร่วมงานกับ ฮาแลนด์ มาแล้วที่โมลด์) พยายามรุกจีบอย่างจริงจัง แต่ "ถอนสมอไปเอง" เมื่อไม่ต้องการจ่ายค่านั่นนู่นนี่นอกเหนือจากค่าฉีกสัญญานักเตะ
 
(มีการเผยว่า ดอร์ทมุนด์ ยอมจ่ายเบ็ดเสร็จรวม 125 ล้านยูโร จำแนกเป็น ค่าฉีกสัญญา 20 ล้าน, ค่านายหน้า 15 ล้าน, เงินกินเปล่าให้คุณพ่อ อัล์ฟ อิงเก้ ฮาแลนด์ 10 ล้าน และค่าเหนื่อยก่อนหักภาษี 80 ล้านยูโร)
 
ยูเวนตุส ก็เข้าคิวขายขนมจีบด้วย 
 
แต่... 
 
"ทำไม ฮาแลนด์ ไม่ได้ย้ายไปยูเวนตุส?" มิโน่ ไรโอล่า (ราโยล่า) เอเยนต์ของดาวยิงวัย 19 เผย "เพราะพวกเขากะจะให้ฮาแลนด์ลงไปเล่นในทีมชุดยู-23 น่ะสิ"
 
อันที่จริง การจะให้นักเตะอายุ 19 ที่ผ่านลีกรองอย่างออสเตรียมา มีก้าวเดินแบบค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ในทีมเยาวชนหรือทีมสำรอง แล้วแทรกตัวลงชุดใหญ่บ้างตามแต่วาระโอกาส ก็ไม่ถือเป็นเรื่องแปลก
 
ผิดก็ตรงที่ โทษที... นี่มัน เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ นะครับพี่!
 
 
"เราเคยหัวเราะเยาะเขามาก่อน"
รูเบน กาบริเอลเซ่น ไม่ถึงกับเป็นนักเตะโนเนม แต่เอาจริงๆ ก็ไม่ค่อยจะคุ้นหูเราสักเท่าไร
 
เซนเตอร์แบ็กลูกครึ่งนอร์เวย์/แคเมอรูน วัย 28 เพิ่งย้ายเข้าร่วมทีม ตูลูส เมื่อตลาดหน้าหนาว ต้นปีที่ผ่านมานี่เอง
 
ประเด็นก็คือ กาบริเอลเซ่น เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของ ฮาแลนด์ ที่โมลด์ มาก่อน
 
"ตอนที่เขาเล่นในนอร์เวย์ร่วมกับผม มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขายิงประตูไม่ได้เลยในการซ้อมตลอดทั้งสัปดาห์ก่อนเกม" กาบริเอลเซ่น เอ่ยถึง ฮาแลนด์ "และเราหัวเราะเยาะเขา"
 
"ตอนที่ผมเห็นชื่อเขาในไลน์อัพตัวจริง ผมคิดทันที 'โอ้ ไม่นะ...เราจะเล่นกับเจ้าหมอนี่ยังไงกันล่ะ' แต่หลังจากเกมผ่านไป 50 นาที...เขายิง 4 ประตู"
 
"ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าฟาดหลังจากนั้น ผมคิดว่าเราได้เรียนรู้บทเรียนบางอย่างที่สำคัญมาก - ทำงานให้หนักขึ้นเข้าไว้"
 
"ตอนที่เขาเข้ามาร่วมทีม (ย้ายจาก ไบรน์ เอฟเค มาโมลด์ปี 2017) เขาตัวเล็กมาก และต้องพูดตามตรงว่าเขาฝีเท้าไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่หรอก"
 
"ผมคิดในตอนนั้นว่า 'โอเค เขาก็คงเล่นลีกนอร์เวย์พอไหวอยู่ล่ะ' จากนั้นเขาก็บาดเจ็บ ป่วยด้วย และเราไม่เห็นเขาในทีมพักใหญ่ๆ"
 
"แต่แล้วเขาก็กลับมา กลับมาแบบตัวใหญ่โคตรๆ อะไรจะใหญ่ขนาดนั้น (he came back big as f***…he was so big!) เขากลายเป็นสัตว์ป่าตัวใหม่!"
 
"เขาเล่นงานทุกคนอย่างราบคาบในสนามซ้อม มันทำให้เราอดหัวเราะขัดเขินไม่ได้ โดยเฉพาะผมที่ต้องคิดใหม่ว่าไอ้เจ้านี่มันใครกันแน่ฟะ และหลังจากนั้นทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว"
 
"ตอนที่เขายิงประตูรัวๆ ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ผมอดไม่ได้ที่จะหลุดขำ ผมหัวเราะออกมา โดยเฉพาะเมื่อเขาเล่นงานบรรดากองหลังจนกระเจิดกระเจิง ผมกลั้นขำไม่ไหว เพราะผมเองก็เคยโดนมาก่อน!"
 
 
12 กิโลใน 15 เดือน
บอกมาตามตรง... คุณน้ำหนักขึ้นกี่กิโลฯ ในช่วงต้อง work from home
 
แต่ไม่ต้องกังวลไป นักเตะอาชีพหลายรายก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน ทั้งในช่วง 2-3 เดือนหลังมานี้ หรือช่วงซัมเมอร์เว้นวรรคพักร้อนระหว่างซีซั่น - กอนซาโล่ อิกวาอิน เคย เอแด็น อาซาร์ เคย (และพยายามลดอยู่)
 
และปีกว่าๆ มานี้ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ ก็น้ำหนักขึ้น 12 กิโลฯ
 
แต่เข้าข่าย "น้ำหนักเป็นเพียงตัวเลข" เพราะ 12 กิโลฯ ที่ขึ้นมาน่ะ "มัดกล้าม" ล้วนๆ เลยจ่ะพี่จ๋า
 
"ร่างกายของเขาตอบสนองดีมากๆ ในการฝึกซ้อม เพราะยีนของเขามันพิเศษมาก" เอราเซ่ สเตนสลิด โค้ชกายภาพที่เคยดูแล ฮาแลนด์ เผยกับอาส
 
"ภายในระยะ 15 เดือน เขาทำน้ำหนักขึ้นมา 12 กิโลฯ ที่มันเป็นกล้ามเนื้อล้วนๆ มันบ้ามาก เราสร้างมัดกล้ามให้เขาจากการที่ไม่มีอะไรเลย บ่อยครั้งที่มื้ออาหารของเขาคือบุฟเฟ่ต์ และจานของเขาท่วมไปด้วยอาหารเหมือนภูเขา"
 
ไม่มีการเผยตัวเลขน้ำหนักในตอนนี้ แต่คุณคงเห็นได้ถึงสัดส่วนและความแข็งแกร่งพร้อมเบียดปะทะกองหลังทุกราย ในทุกเกมทุกรายการ
 
อีกสองเดือนอายุครบ 20 ส่วนสูงคือ 194 ซม.
 
ยังขึ้นได้อีกไหม?
 
 
เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด
นอกจากการมีไอดอลเป็น "คัลท์ ฮีโร่" อย่าง มิชู (สวอนซี 2012-2015) แล้ว ฮาแลนด์ ยังปลาบปลื้มในความเก่งกาจของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เป็นพิเศษ 
 
รวมถึงพยายามใช้ชีวิตแบบ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ด้วย
 
"เออร์ลิ่ง อุทิศตัวอย่างหนักให้กับฟุตบอล" คุณพ่อ อัล์ฟ-อิงเก้ เผยไว้ "เขาออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 16 เพื่อไปเล่นกับ โมลด์ และเขาเป็นมืออาชีพมากกว่าที่ผมเป็นเยอะ"
 
"ครั้งหนึ่ง ปาทริซ เอวร่า เล่าให้เขาฟังถึงเรื่องที่เคยกินมื้อเที่ยงกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งโรนัลโด้กินแต่ปลา ไม่แตะอย่างอื่นเลย"
 
"เออร์ลิ่ง ก็เลยพยายามทำแบบเดียวกับ คริสเตียโน่ เพราะคุณดูสิว่าคริสเตียโน่ อายุขนาดนี้แล้ว แต่ยังเป็นสุดยอดนักเตะอยู่เลย มันแสดงให้เห็นชัดมากถึงคุณค่าของการทำสิ่งที่ถูกต้อง".
 
 
ไกด์เถื่อน เรียบเรียง