TODAY NEWS

เอริคเซ่นเปิดใจละเอียดยิบหลังย้ายซบงูใหญ่

6 ก.พ. 2563
คริสเตียน เอริคเซ่น กองกลางทีมชาติเดนมาร์ก ที่เพิ่งย้ายไปร่วมทัพ อินเตอร์ มิลาน เมื่อเดือนมกราคม ออกมาให้สัมภาษณ์กับ ไซม่อน สโตน ผู้สื่อข่าวหลักของ บีบีซี สื่อเจ้าดังของอังกฤษ โดยเผยว่า เขาไม่มีความสุขเท่าไรในช่วงสุดท้ายก่อนย้ายออกจาก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เพราะทุกคนรอบข้าง ปฏิบัติกับเขาไม่เหมือนเดิม หลังจากประกาศชัดเจนในช่วงซัมเมอร์ว่าต้องการย้ายทีม 
 
เอริคเซ่น ตัดสินใจไม่ยอมต่อสัญญากับ สเปอร์ส ซึ่งจะหมดลงหลังจบฤดูกาลนี้ เพื่อย้ายไปเล่นให้ทีมงูใหญ่ด้วยค่าตัว 16.9 ล้านปอนด์ นั่นทำให้เขาหยุดช่วงเวลารับใช้ทีมไก่เดือยทองเอาไว้ที่ 6 ปีครึ่ง
 
และนี่คือบทสัมภาษณ์เต็มๆ ของ คริสเตียน เอริคเซ่น กับ ไซม่อน สโตน ผู้สื่อข่าวของ บีบีซี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
 
ไซม่อน สโตน : คุณรู้สึกโล่งใจหรือไม่ ที่ทำให้การพูดถึงอนาคตของคุณมันจบลง และได้เล่นให้สโมสรที่ไม่มีเสียงรบกวนจากเบื้องหลัง?
 
เอริคเซ่น : "ใช่ครับ สำหรับที่อังกฤษแล้ว ช่วงหลายปีหลังมันวุ่นวายมาก" 
 
"หลังจากที่ผมพูดเมื่อช่วงซัมเมอร์ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับคำถามที่ว่า "เมื่อไรเขาจะย้ายน่ะ?" ทุกๆ นัดมันมีแต่คำถามว่า "เขาจะย้ายไหม? เขาจะไม่ย้ายหรือเปล่า?" แน่นอนว่ามีคนจำนวนมากพูดถึงเรื่องนั้น"
 
"แม้กระทั่งแฟนบอลที่คุณเจอบนถนน มันก็เหมือนกับพวกเขาจะบอกว่า "ขอบคุณนะ ลาก่อน และโชคดี" แต่ผมยังคงอยู่ที่นั่น มันเป็นเรื่องแปลกนิดหน่อย"
 
"ในหัวของผมและร่างกายของผม มันคือเรื่องดีที่ผมได้อยู่ในสถานที่แห่งใหม่ และผมสามารถเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง"
 
ไซม่อน สโตน : คุณย้อนกลับไปพูดถึง แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงได้ไหม? มันชัดเจนว่าเป็นคืนที่น่าผิดหวัง 
 
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ทำให้ผู้คนสงสัยมากขึ้นเกี่ยวกับอนาคตของคุณ คุณให้สัมภาษณ์เมื่อบอกว่า คุณกำลังคิดเรื่องความท้าทายใหม่ๆ มีการคาดการณ์กันไปต่างๆ นานาหลายสัปดาห์ มันรบกวนใจคุณไหม? มันทำให้คุณกังวล หรือมีผลอะไรหรือเปล่า?
 
เอริคเซ่น : "ผมจะไม่พูดว่ามันมีผลกระทบต่อผม ที่อังกฤษ เมื่อสัญญาของคุณกำลังจะหมด มันเหมือนกับว่าคุณกำลังจะย้ายเดี๋ยวนี้เลย หรือคุณย้ายไปแล้ว"
 
"ในท้ายที่สุด ผมลงเล่นเกือบๆ 30 นัดที่เหมือนกับเป็นเกมสั่งลา มันเหมือนกับว่า "มันอาจเป็นนัดสุดท้ายของเขา" มาตลอด"
 
"ในหัวของผม ผมพร้อมที่จะลองอะไรใหม่ๆ แต่รู้สึกว่ายังไม่มีอะไรเข้ามาเลย ผมยังคงพร้อมที่จะเล่นในที่ของผม ผมไม่ใช่นักเตะที่แตกต่างไปจากเดิมจากเรื่องนั้น"
 
"แต่ผมเข้าๆ ออกๆ ในทีม อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผมจะเหลือสัญญากับทีมเก่าอีก 4 ปี แต่ฤดูกาลนี้มันจะเป็นเรื่องยาก หลังจากเกมนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก"
 
ไซม่อน สโตน : ดูเหมือนว่าปัญหาของ ท็อตแน่ม จะผลักมาที่คุณ และฟอร์มการเล่นของคุณนะ
 
เอริคเซ่น : "แต่นั่นแหละคือประเด็น ถ้าหากคุณกำลังจะหมดสัญญา คุณจะกลายเป็นแกะดำ แน่นอนว่าผมพูดในการให้สัมภาษณ์ ผมซื่อสัตย์มากๆ ผมรู้สึกว่าผมต้องซื่อสัตย์"
 
"ผมไม่ต้องการปิดบังความรู้สึกเหมือนกับที่นักเตะหลายคนทำ ทุกคนล้วนแตกต่างกัน ผมคือคนซื่อสัตย์ ผมอยากจะพูดออกมาดังๆ"
 
"ผมโดนตำหนิจากหลายๆ ฝ่าย ว่ากลายเป็นคนเลว ผมอ่านเจอว่าผมคือคนที่แย่ในห้องแต่งตัว ตั้งแต่ที่ผมบอกว่าผมอยากย้ายทีม มันไม่มีผมที่เป็นคนดีหลงเหลืออีกเลย"
 
"ด้วยความสัตย์จริง ตลอด 2-3 ปีหลัง ถ้าหากมันเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าใครก็คงคิดเรื่องอยากย้ายทั้งนั้น แค่ผมเป็นคนที่พูดออกมาสู่สาธารณะเท่านั้นเอง"
 
ไซม่อน สโตน : โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่สามารถทำให้สถานการณ์เย็นลงได้อย่างแท้จริง ในหลายๆ ครั้งสำหรับวิธีของ โชเซ่ เขาทำได้ดี แต่มันมักจะมีคำว่า "แต่" เสมอ คุณคิดว่าเรื่องนั้นมีผลกับอะไรไหม?
 
เอริคเซ่น : "ไม่เลย เมื่อตอนที่ตลาดยังไม่เปิด พวกเขาทำได้แค่พูดกันเท่านั้น มันไม่สามารถมีอะไรเป็นรูปเป็นร่างได้ ผมคิดว่า มูรินโญ่ ทำได้ดีแล้วนะ"
 
"เขาสามารถพูดถึงผมว่า "เขาอยากย้ายทีม" ก็ได้ หรือเขาจะไม่ส่งผมลงเล่นอีกเลยก็ทำได้ แต่เขาไม่ทำแบบนั้น"
 
"หลังจากที่ผมบอกเขาว่า ความรู้สึกของผมมันอยู่กับที่ไหน และสิ่งไหนที่ผมอยากทำ เขาบอกผมว่า แค่มีความสุขเข้าไว้ และถ้าหากผมเป็นที่ต้องการ ผมอาจได้ลงเล่น"
 
"ผมเป็นที่ต้องการในหลายๆ เกมที่ผมลงไปสร้างความแตกต่างได้ แน่นอนว่าเป็นในฐานะตัวเสริมมากกว่าเป็น 11 คนแรก"
 
ไซม่อน สโตน : เมื่อคุณพูดถึง ท็อตแน่ม ดูเหมือนว่าจะเข้าสู่ช่วงขาลงอย่างรวดเร็ว หลังจากจบฤดูกาลที่แล้วได้สูงแบบนั้น
 
เอริคเซ่น : "ใช่ มันเป็นอย่างนั้น แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิง มันคือช่วงเวลาที่พิเศษในประวัติศาสตร์ของ ท็อตแน่ม มันคือครั้งแรกเลย การได้ไปอยู่ตรงนั้นคือเรื่องที่ยอดเยี่ยมและสวยงาม แต่คุณแพ้ และวันถัดมามันคือวันสิ้นสุดของโลก นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น"
 
"หลังจากนั้นมันเป็นเรื่องยาก ผู้คนยังคงเสียใจจากนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก ตอนที่เปิดฤดูกาล หลังจากนั้น คุณได้ผลการแข่งขันแย่ๆ หลายนัด คุณก็ตกอยู่ในวังวนที่คุณไม่เคยอยู่มาก่อน และมันคือเรื่องยากที่จะกลับมาได้"
 
"แต่ถ้าหากคุณมองไปที่พรีเมียร์ลีก มันมีแค่ทีมเดียวที่บินสูง ส่วนทุกทีมที่เหลือต่างพยายามหาตำแหน่งของตัวเอง ไม่ใช่แค่ ท็อตแน่ม ซึ่งในบางฤดูกาลมันก็เป็นแบบนั้น"
 
"ประวัติศาสตร์ 5 ปีหลังสำหรับ ท็อตแน่ม มันคือจุดที่พวกเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นมาเป็นเวลานาน มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่เป็นจุดจบ แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันเป็นเวลานานที่เกิดสิ่งที่เราไม่คาดคิด และไม่ต้องการขึ้น"
 
ไซม่อน สโตน : เอาล่ะ ย้อนไปที่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ตอนไหนที่คุณค้นพบ หรือคิดได้ว่าคุณจะย้ายออกไปแล้ว?
 
เอริคเซ่น : "ไม่เลย จนกว่ามันคือเรื่องจริงจัง ในท้ายที่สุดทั้งหมดก็ไปถึงจุดที่ ท็อตแน่ม ต้องการได้ และสำหรับสิ่งที่ อินเตอร์ หรือสโมสรอิ่นๆ ต้องการจะใช้เงิน"
 
"ในท้ายที่สุด คุณถูกควบคุมโดย ท็อตแน่ม คุณถูกควบคุมโดย แดเนี่ยล เลวี่ เขาเป็นคนพูดว่าได้หรือไม่ได้ คุณพยายามจะเป็นมืออาชีพเท่าที่คุณทำได้ และไม่บังคับให้เกิดอะไรขึ้นทั้งนั้น"
 
ไซม่อน สโตน : ทำไมถึงต้องเป็นแค่ อินเตอร์ มิลาน ล่ะ? มันมีหลายสโมสรที่ตกเป็นข่าว อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ถูกพูดถึงเป็นประจำ
 
เอริคเซ่น : "เป็นเวลานาน 2-3 ปี (ที่มีข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด) แต่มันไม่เคยที่จะเกิดอะไรขึ้นจริงๆ จังๆ แน่นอนว่าเราคุยกับพวกเขา และเราได้ยินว่าสิ่งไหนเป็นไปได้ และสิ่งไหนเป็นไปไมได้"
 
"แต่ในท้ายที่สุด ส่วนตัวของผม ผมต้องการความท้าทายใหม่ๆ การเล่นในพรีเมียร์ลีกต่อไป จะเป็นทางออกง่ายๆ หรือแน่นอน" 
 
"การอยู่กับ ท็อตแน่ม ต่อ มันก็เป็นอีกทาง แต่สำหรับผม มันแค่ต้องการพยายามหาความท้าทายใหม่ในประเทศใหม่ แล้วเมื่อ อินเตอร์ เข้ามา มันก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ยากเลย"
 
ไซม่อน สโตน : มันคือเรื่องมหัศจรรย์ไหม ที่อดีตนักเตะพรีเมียร์ลีกหลายคนต่างอยู่ที่นี่?
 
เอริคเซ่น : "ใช่ และมันก็มีความเป็นวัฒนธรรมอังกฤษทันที และมีการพูดภาษาอังกฤษพอสมควร"
 
"ผมไม่ใช่คนเดียวที่ไม่สามารถเข้าใจทุกอย่างของอิตาเลียน มันคือเรื่องตลกที่มีผู้เล่นหลายคนเข้ามา แล้วมาอยู่ในสโมสรเดียวกัน"
 
"มันไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ผมไม่รู้ว่ามันทำให้อะไรง่ายขึ้นหรือเปล่า" 
 
"คุณสามารถคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับสถานที่ที่คุณจะใช้ชีวิตอยู่ บ้านแบบไหนที่คุณกำลังมองหา เกิดอะไรขึ้น และไม่เกิดอะไรขึ้นบ้าง คุณคุยกับพวกเขามากกว่าคนอื่น และคุณสามารถพูดภาษาเดียวกันกับพวกเขา"
 
"แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นจริงๆ มันขึ้นอยู่กับกลุ่มนักเตะที่คุณเข้ามาอยู่ด้วย จนถึงตอนนี้ มันคือกลุ่มที่ดีของผู้คนและนักเตะ"
 
ไซม่อน สโตน : มันคือช่วงเวลาน่าตื่นเต้นที่ได้ร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน นะครับ... พวกเขากำลังท้าทายตำแหน่งแชมป์ ได้เล่นฟุตบอลยุโรป และยังคงอยู่ในถ้วย โคปปา อิตาเลีย 
 
เอริคเซ่น : "ใช่ ในแง่ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มันไม่ใช่เรื่องง่ายแบบนั้น ที่จะได้ย้ายมาในเดือนมกราคม ทุกๆ คนยังอยู่ในระดับความฟิตเดิม เพราะพวกเขาซ้อมร่วมกันมาตลอดฤดูกาล"
 
"ผมจำเป็นต้องฟิตพร้อมสำหรับวิธีที่พวกเขาเล่น และเรียนรู้ในสิ่งที่แตกต่างที่พวกเขาทำ"
 
ไซม่อน สโตน : แล้วในสุดสัปดาห์นี้ คุณคงไม่มีเกมไหนที่จะใหญ่กว่าเกมที่คุณจะได้ลงเล่นอีกแล้ว และทีมใดก็ตามที่มี ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มันจะมีคุณภาพดาวดังนิดหน่อยในตัว...
 
เอริคเซ่น : "แน่นอนว่า เขานำชื่อของเขาติดตัวมา แล้วก็ตามด้วย ซิมง เคียร์ ผมได้คุยกับเขาแล้ว แม้กระทั่งก่อนหน้านี้ที่เขาเคยอยู่ที่นี่ และพวกเราเคยพูดคุยกันเรื่อง อินเตอร์ มาก่อนหน้านั้น"
 
"เขาไม่ได้อยู่ไกลเท่าไรกับ อตาลันต้า มันจะเป็นครั้งแรกที่ผมต้องลงเจอกับเขา ซึ่งมันจะเป็นเรื่องสนุก หวังว่าเราจะแสดงให้เห็นว่าพวกเราอยู่ตรงไหนในลีกได้"
 
โดยโปรแกรมนัดต่อไปของ คริสเตียน เอริคเซ่น กับ อินเตอร์ มิลาน จะเป็นศึก กัลโช่ เซเรีย อา คู่ "มิลาน ดาร์บี้แมตช์" คืนวันอาทิตย์นี้