TODAY NEWS

หงส์แดงแชมป์แล้ว! เชลซีอัดเรือใบ 2-1

26 มิ.ย. 2563
ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-20 อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว แม้จะเหลือโปรแกรมแข่งอีกถึง 7 นัด หลังจากรองจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปแพ้ เชลซี 2-1 ในเกมบิ๊กแมตช์คืนวันพฤหัสบดี
 
แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเจ้าถิ่น เกมนี้ให้ คริสเตียน พูลิซิช และ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ลงตัวจริง โดยที่ รูเบน ลอฟตัส-ชีค กับ มาเตโอ โควาซิช หลุดไปนั่งสำรอง
 
ทางด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปรับทีมจากชุดที่ถล่ม เบิร์นลี่ย์ 5-0 เมื่อวันจันทร์ถึง 5 ตำแหน่ง โดยเกมนี้ส่ง แบร์นาร์โด้ ซิลวา รับบท ฟอลส์ ไนน์ ขนาบข้างด้วย ริยาด มาห์เรซ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา และให้กองกลางตัวเก่งอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง
 
นาทีที่ 18 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นขึ้นนำก่อน จากจังหวะที่ ริยาด มาห์เรซ โยนลูกฟรีคิกจากฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษให้ แฟร์นันดินโญ่ โดดโหม่งแล้วบอลเกือบเสียบใต้คาน แต่ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า โชว์ซูเปอร์เซฟบินปัดทิ้งไว้ได้
 
นาที 33 เจ้าบ้านน่าจะได้ประตูบ้าง เมื่อ วิลเลี่ยน เปิดจากฝั่งซ้ายไปหน้าประตูให้ อันเดรียส คริสเตนเซ่น เทคตัวโขกเหน่งๆ แต่โดน เอแดร์สัน โมราเอส ล้มตัวเซฟไว้ทันอย่างเหลือเชื่อ
 
นาที 36 เชลซี เป็นฝ่ายขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากความผิดพลาดของ เบนชาแมง เมนดี้ ที่สับสนกันเองในจังหวะจ่ายบอลในแดนตัวเองให้ อิลคาย กุนโดกัน แต่กลายเป็นแจกส้มหล่นให้ คริสเตียน พูลิซิช กระชากหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่าน เอแดร์สัน โมราเอส ส่งบอลเสียบเสาเข้าไป
 
จากนั้น 2 นาที แมนฯ ซิตี้ พยายามจะตีเสมอจากลูกสูตรฟรีคิกทางฝั่งขวา เควิน เดอ บรอยน์ ตวัดบอลให้ ริยาด มาห์เรซ ซัดเต็มแรงด้วยซ้าย แต่บอลเหินข้ามคานออกไป
 
จบครึ่งแรก เชลซี จึงนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0
 
ครึ่งหลังผ่านไป 10 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตีเสมอเป็น 1-1 เมื่อมาได้ฟรีคิกระยะหวังผล ก่อนที่ เควิน เดอ บรอยน์ จะวิ่งเข้ายิงเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสุดงาม เป็นประตูที่ 10 ของเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเบลเยียมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
 
ถัดมาไม่ถึง 2 นาที ทีมเยือนเกือบแซงนำเป็น 2-1 เมื่อสวนกลับจากจังหวะตัดบอลได้จากลูกเตะมุม แล้วโต้ขึ้นไปได้น่ากลัว แต่จังหวะสุดท้าย ริยาด มาห์เรซ จ่ายหลุดกับดักล้ำหน้าให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง หลุดไปชิพผ่าน เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย
 
น.62 เชลซี เกือบขึ้นนำอีกครั้ง จากความผิดพลาดในการเตะเปิดเกมของ เอแดร์สัน โมราเอส ที่ไปเข้าทาง เมสัน เมาน์ท ได้พาบอลเข้าไปซัดเน้นๆ ด้วยซ้าย แต่บอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังไป
 
น.67 เป็นจังหวะลุ้นของ แมนฯ ซิตี้ ที่ได้เตะมุมฝั่งขวา แล้วบอลเลยไปถึง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ที่ได้ยิงปั่นโค้งเน้นๆ แต่บอลหลุดเสาไกลออกไปอย่างหวุดหวิด
 
นาที 71 เชลซี น่าจะได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งเป็นอย่างยิ่ง เมื่อ คริสเตียน พูลิซิช หลุดเดี่ยวไปแตะหนี เอแดร์สัน แล้วแปเข้าหาประตูโล่งๆ แต่ยังมี ไคล์ วอล์คเกอร์ ตามลงไปล้มตัวดักบอลไว้ก่อนที่จะข้ามเส้นประตูได้อย่างหวุดหวิด
 
จากนั้นนาที 75 เชลซี มาได้จุดโทษ เมื่อ วีเออาร์ เช็คเหตุการณ์ย้อนหลังแล้วพบว่า แฟร์นันดินโญ่ เจตนาทำแฮนด์บอลอย่างชัดเจน ในจังหวะที่ แทมมี่ อบราแฮม กำลังจะได้ชาร์จจ่อๆ ทำให้ดาวเตะบราซิเลียนโดนใบแดงโดยตรงไล่ออกจากสนาม และทำให้เจ้าบ้านได้จุดโทษ ก่อนที่ วิลเลี่ยน จะรับหน้าที่สังหารเองไม่พลาด ให้ทีมสิงโตน้ำเงินครามอีกครั้งในนาที 78
 
จบเกม เชลซี เปิดบ้านชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ทำให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกสูงสุดหนแรกในรอบ 30 ปี เพราะ แมนฯ ซิตี้ ตามหลังห่างถึง 23 แต้ม แต่เหลือโปรแกรมแข่งอีกแค่ 7 นัด แชมป์เก่าจึงไล่ไม่ทันแน่นอนแล้ว
 
ขณะที่ เชลซี ฉีกหนี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เป็น 5 แต้มอีกครั้ง รั้งอันดับ 4 ไว้ต่อไปได้อย่างมั่นคง
 
รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม
เชลซี (4-3-3) : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า - เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า (กัปตันทีม), อันโตนิโอ รูดิเกอร์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, มาร์กอส อลอนโซ่ - เมสัน เมาน์ท, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, รอสส์ บาร์คลี่ย์ (มาเตโอ โควาซิช น.74) - วิลเลี่ยน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แทมมี่ อบราแฮม น.62), คริสเตียน พูลิซิช
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์สัน โมราเอส - ไคล์ วอล์คเกอร์, แฟร์นันดินโญ่ (กัปตันทีม), อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ (นิโกลัส โอตาเมนดี้ น.74), เบนชาแมง เมนดี้ (โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ น.59) - เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ (ดาบิด ซิลบา น.55), อิลคาย กุนโดกัน - ริยาด มาห์เรซ, แบร์นาร์โด้ ซิลวา (กาเบรียล เชซุส น.55), ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
ผู้ตัดสิน : สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์
 
สรุปผลพรีเมียร์ลีก คืนวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย. 
เบิร์นลี่ย์ 1-0 วัตฟอร์ด
เซาธ์แฮมป์ตัน 0-2 อาร์เซน่อล
เชลซี 2-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้