TODAY NEWS

5 เหตุผลหงส์จะถล่มผียับ

20 ต.ค. 2562
แม้ผลงานและฟอร์มการเล่นตามหน้าเสื่อ ลิเวอร์พูล จะเป็นต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากพอสมควรในเกม "แดงเดือด" ขบวนแรกที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์นี้ แต่ด้วยความเป็นเกมแห่งศักดิ์ศรี ไม่มีใครยอมใครง่ายๆ มันน่าจะออกมาสูสีกว่าที่คิด
 
แต่ในโลกของฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ "หงส์แดง" ที่กำลังลอยลมบนก็มีสิทธิ์จะบุกไปถล่มใส่ "ปีศาจแดง" ได้เช่นกัน ถล่มในที่นี้เราหมายความว่าชนะตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไป ลองมาดู 5 เหตุผลว่าทำไม "หงส์จะถล่มผียับ" กันได้เลย
 
 
1. สามประสาน SMF อยู่ในโหมดทำลายล้าง
 
ทุกคนต่างประจักษ์ดีถึงความอันตรายของสามประสานในแดนหน้าหงส์แดงอย่าง ซาลาห์, มาเน่ และ ฟีร์มิโน่ ทั้ง 3 คน ยิงรวมในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ไปแล้ว 12 ประตู (มาเน่ 5, ซาลาห์ 4, ฟีร์มิโน่ 3) เกินครึ่งของจำนวนประตูรวมในฤดูกาลนี้ 
 
ทั้งสามคนต้องเจอกับแผงหลังของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่แข็งแกร่งขึ้นในปีนี้ อย่างไรก็ดีเจ้าถิ่นมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บฟูลแบ็กตัวจริงทั้งสองข้างอย่าง อารอน วาน-บิสซาก้า และ ลุค ชอว์ ยังไม่ชัวร์ว่าจะพร้อมไหม ถ้าไม่พร้อมแล้วส่ง อักเซล ตวนเซเบ้ และ แอชลี่ย์ ยัง ลงเล่น น่าจะเป็นบ่อน้ำมันชั้นดีให้ทั้ง มาเน่ และ ซาลาห์ ขุดเจาะได้เต็มที่
 
ขณะที่เซนเตอร์ฮาล์ฟนั้น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ วางใจได้ แต่ วิกเตอร์ ลินเดลอฟ ยังไม่ชัวร์ มีเหวอให้เห็นเหมือนกัน ส่วนผู้รักษาประตู เซร์คิโอ โรเมโร่ มีดีกรีทีมชาติอาร์เจนติน่า แต่การได้ลงเล่นน้อยนิดไม่รู้ว่าจะฝากผีฝากไข้ได้แค่ไหน 
 
ยูไนเต็ด อาจจะผลงานไม่ดีแต่ก็ไม่ใช่ทีมที่เสียประตูมากมาย ซีซั่นนี้ในลีกพวกเขาเสียอย่างมากแค่ 2 ประตูต่อนัด แต่ก็เป็นการเจอกับทีมที่ไม่ได้แกร่งอย่าง ลิเวอร์พูล ขนาดเจอ คริสตัล พาเลซ ยังโดนยิงในบ้าน 2 ลูก ถ้าเจอสามประสาน SMF ในโหมดท็อปฟอร์ม เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะโดนยิงมากกว่า 2 ประตู
 
 
2. แรงจูงใจในการทำสถิติชนะรวด
 
ลิเวอร์พูล ชนะติดต่อกันมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อนรวม 17 นัดแล้ว เป็นการทำสถิติใหม่ของสโมสรด้วย และหากชนะเกมนี้พวกเขาจะทำสถิติชนะติดต่อกันมากที่สุดของลีกสูงสุดอังกฤษเทียบเท่าที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำไว้ 18 นัด
 
"เรือใบสีฟ้า" เป็นคู่อริสำคัญในการแย่งแชมป์ของหงส์แดง การเฉือนคว้าแชมป์เพียง 1 คะแนนเมื่อซีซั่นก่อนสร้างความปวดร้าวให้กับ "เดอะ ค็อป" เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการทำสถิติเอาชนะคู่แข่งรายนี้ถือเป็นเรื่องที่ถ้าทำได้คงสะใจไม่ใช่น้อย แม้ คล็อปป์ จะปากแข็งบอกไม่สนใจก็ตามที
 
การที่จะทำลายสถิติเรือใบให้ได้ พวกเขาต้องชนะเกมนี้ และไปชนะนัดต่อไปที่จะเปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งเมื่อดูแล้วแม้ ยูไนเต็ด จะอ่อนลงมากแต่ด้วยความเป็นคู่อริไม่เผาผีและออกมาเล่นนอกบ้านเกมนี้จึงยากกว่าการเจอ "ไก่เดือยทอง" ในบ้านพอสมควร ซึ่งพวกเขาคงจะเน้นมากๆ ในเกมนี้ เพื่อไปสานต่อสถิติชนะ 19 นัดรวดในบ้าน และการเน้นมากๆ นี่แหละบางทีสกอร์ก็อาจจะมากตามไปด้วย
 
 
3. เกมแพลนเข้าทาง
 
เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับว่า ปีศาจแดง ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะมาแผนไหนด้วย ตามปกติการเล่นเป็นเจ้าบ้านก็จำเป็นต้องบุกเพื่อชนะไว้ก่อน แต่การเจอกับทีมจ่าฝูงก็น่าคิดว่ากุนซือนอร์วีเจี้ยนจะเน้นเล่นรัดกุมไว้ก่อนหรือไม่
 
กรณีมาเปิดเกมบุกอันนี้น่าจะเข้าทาง หงส์แเดง ที่เพรสซิ่งแย่งบอลได้ดี การเปิดเกมบุกจะทำให้มีพื้นที่ว่างด้านหลังและทีมของคล็อปป์ ก็แสดงให้เห็นมานักต่อนักเรื่องจากแย่งบอลและฉกฉวยโอกาสทำเร็วและกลายเป็นประตูง่ายๆ
 
และหาก ลิเวอร์พูล นำก่อนก็ยิ่งเข้าทางเพราะ เจ้าถิ่นคงไม่เล่นแบบรอโดนยิงลูกสองลูกสาม คงเปิดเกมบุกเพื่อตีเสมอก็ยิ่งทำให้สามประสานมีพื้นที่ได้กระชากกันสนุกขึ้น และเมื่อเป็นแบบนั้นมีสิทธิ์ที่สกอร์จะไหลเป็น 3-4 ลูก
 
 
4. ปีศาจแเดงโดนไล่ออก
 
เกมที่เข้มข้นอย่างแดงเดือดนับเป็นเรื่องปกติที่อาจจะมีใบแดง สตีเว่น เจอร์ราร์ด หรือ เนมันย่า วิดิช ต่างเคยโดนกันมาแล้ว รายหลังโดนไล่เมื่อปี 2014 และ หงส์แดง ก็บุกมาถล่มปีศาจแเดง ถึง 3-0 
 
ในเกมที่สูสีการเสียเปรียบผู้เล่น 1 คน มีผลมาก และหากเป็นเกมที่ดูไม่ค่อยสูสีหากดูจากผลงานช่วงหลังและรายชื่อผู้เล่นอย่างเกมนี้ล่ะ หาก แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ดูเป็นรองทางหน้ากระดาษโดนไล่ออกเหลือ 10 คน เป็นเวลานาน และต้องรับมือกับแนวรุกน่าสะพรึงของลิเวอร์พูลด้วยจำนวนผู้เล่นที่เป็นรอง 
 
แค่ 11 ต่อ 11 ก็ดูเป็นรองมากอยู่แล้ว ถ้า 11 ต่อ 10 นี่สกอร์อาจไหลเป็นน้ำได้เหมือนกัน
 
 
5. นักเตะผีเล่นไล่โค้ช
 
เหตุผลนี้อาจจะดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ แต่ก็มีหลายทีมทำให้เห็นมาแล้ว ผลงานตกต่ำแบบนี้นักเตะในทีมอาจจะมีส่วนรับผิดชอบด้วยแต่คนที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุดคือโค้ช
 
ผู้เล่นทุกคนอยากอยู่ในทีมที่มีผลงานดี เราไม่รู้ว่าถึงตอนนี้นักเตะผีแดงคิดยังไงกับโซลชา ที่แน่ๆ กุนซือนอร์วีเจี้ยนไม่ได้ถูกยอมรับนับถือในฐานะโค้ชแน่ๆ เพราะผลงานกับทีมใหญ่ๆยังไม่มี ไม่เหมือนพวก โชเซ่ มูรินโญ่ หรือ หลุยส์ ฟาน กัล แต่ โซลชา ได้รับการยอมรับจากผลงานสมัยเป็นนักเตะของทีมมากกว่า
 
ดังนั้นการเล่นไล่โค้ชอาจเป็นไปได้ และมันอาจเกิดมาได้สักพักแล้วกับผลงานแบบนี้ การพ่ายแพ้ต่อทีมคู่อริไม่เผาผีในถิ่นตัวเองยิ่งมีโอกาสสูงที่ผู้จัดการทีมจะตกงาน และหากแพ้ด้วยสกอร์ที่ขาดลอยอีกยิ่งน่าจะทำให้นายใหญ่รายนี้ชะตาขาดได้ไม่ยาก