TODAY NEWS

ภูมิแพ้นอกบ้าน

4 ต.ค. 2562
ไม่ใช่ "มองไปทางซ้ายรถก็ติ๊ด มองไปทางขวารถก็ติด" ชั่วโมงนี้ สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า "มองไปทางซ้ายก็แย่ มองไปทางขวาก็...เฮ้อ...ห่วยจังฟะ"
 
90 นาทีล่าสุดที่ คาร์ส จีนส์ สตาดิโอน ถูกแซวยับว่าเป็นเสมือน "ยานอนหลับชั้นดี" ใครหลับไปกลางเกมก็ไม่มีอะไรต้องเสียดาย ส่วนใครถ่างตาดูครบ 90 นาที ก็เหมือนเสียเวลาหลับเวลานอนไปเปล่าๆ
 
สกอร์ 0-0 ที่ออกมาระหว่าง อาแซด อัลค์มาร์ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังทำให้เกิดเรื่องที่ต้องพูดถึงและตั้งคำถามกันหลายข้อ ดังนี้...
 
 
ภูมิแพ้นอกบ้าน
น่าประหลาด น่าแปลก หรือจะอะไรก็ตามแต่ 
 
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเรื่อง "หน้ามือเป็นหลังเท้า" ที่แท้ทรู ระหว่างปีศาจแดงยุค "โซลชาชั่วคราว" กับ "โซลชาค้างคืน"
 
ในตอนที่เข้ามาขัดตาทัพแทนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กลางเดือน ธ.ค. ปีก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด จัดเป็นทีม "เก่งนอกบ้าน" (ทั้งในทั้งนอกบ้านเลยนั่นแหละ) เดินหน้าตบคู่แข่งแบบไม่ซ้ำหน้า แต่ละเกมที่ผ่านไป ปรากฏผลหน้าเดียวคือ ชนะ-ชนะ-ชนะ
 
บุกชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 5-1, นิวคาสเซิ่ล 2-0, สเปอร์ส 1-0, อาร์เซน่อล 3-1 (เอฟเอคัพ), เลสเตอร์ 1-0, ฟูแล่ม 3-0, เชลซี 2-0 (เอฟเอคัพ), คริสตัล พาเลซ 3-1 และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ชปล.) 3-1
 
นั่นคือ 9 นัดรวดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะนอกบ้าน -- เป็นหนึ่งในสถิติสวยหรูที่สุดของสโมสร 
 
แต่เมื่อพ้นจากเกมปาฏิหาริย์ที่ปารีส (ลูกากู 2 แรชฟอร์ด 90+4) แล้วนั้น
 
ปาฏิหาริย์...ก็ไม่มีจริง
 
แมนฯ ยูไนเต็ด ของ โซลชา ถูกฉุดให้ยอมรับความจริงในแต่ละนัดที่ผ่านไป
 
ผ่านไป...ผ่านไป... จนกระทั่งวันนี้ มันกลายเป็นว่า ปีศาจแดง โดน "ภูมิแพ้นอกบ้าน" เล่นงานเข้าอย่างจัง ชนะใครนอกบ้านไม่เป็นมา 10 เกมต่อเนื่องแล้ว
 
ที่จริง อาร์เซน่อล เคยเป็นโรคนี้มาเหมือนกันในซีซั่นก่อน ที่ออกนอกบ้านทีไรเป็นฟุบ มีช่วงไม่ชนะ 6 เกมซ้อนในพรีเมียร์ลีก แต่ อูไน เอเมรี่ ก็ไม่ได้ปล่อยให้อาการเรื้อรัง โดยเฉพาะในซีซั่นนี้ที่แม้อาจยังไม่ถึงกับหายขาด ทว่าก็ชนะแล้ว 2 จาก 5 นัดเยือน
 
จะเหลือก็แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด นี่แหละ
 
10 นัดหลังที่ไร้ชัย
10/03/19 พรีเมียร์ลีก แพ้ อาร์เซน่อล 0-2
17/03/19 เอฟเอ คัพ แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2
03/04/19 พรีเมียร์ลีก แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2
17/04/19 แชมเปี้ยนส์ ลีก แพ้ บาร์เซโลน่า 0-3
21/04/19 พรีเมียร์ลีก แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-4
05/05/19 พรีเมียร์ลีก เสมอ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 1-1
20/08/19 พรีเมียร์ลีก เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-1
31/08/19 พรีเมียร์ลีก เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1
22/09/19 พรีเมียร์ลีก แพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-2
03/10/19 ยูโรป้า ลีก เสมอ อาแซด อัล์คมาร์ 0-0
 
 
สถิติ 30 ปี
ไม่ชนะเกมเยือนเป็นนัดที่ 10 คืนวานออกไปเสมอ อาแซด 0-0 ถ้าในภาพแคบๆ อย่าง 2 นัดยูโรป้าได้มา 4 แต้ม ถือว่าไม่ขี้เหร่
 
แต่ในภาพกว้าง แน่นอนว่านี่คือรอยกระดำกระด่างที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับทีมผีแดง
 
สำคัญคือ มันกลายเป็นสถิติความเลวร้ายที่สุดในรอบ 30 ปีหลัง...ไม่ต่างจากผลงานการออกสตาร์ทเกมลีกด้วยการมีแค่ 9 แต้มจาก 7 นัดแรก ซึ่งก็เป็นสถิติ 30 ปีครือกัน
 
ที่หนักหนากว่านี้ต้องย้อนไปไกลถึงช่วง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังหนุ่มแน่นและเพิ่งเริ่มงานใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้ไม่กี่ปี 
 
ช่วงรอยต่อซีซั่น 1988/89 กับ 1989/90 คราวนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีพวก ไบรอัน ร็อบสัน, มาร์ค ฮิวจ์ส, สตีฟ บรูซ, ไบรอัน แม็คแคลร์, แกรี่ พัลลิสเตอร์ ทำผลงานบู่ๆ เอาไว้ด้วยการไม่ชนะเกมเยือน 11 นัดติดต่อกัน 
 
หลังจากนั้น ก็อย่างที่คุณทราบ เฟอร์กี้ จับจุดเจอ สร้างให้ปีศาจแดงเป็นทีมเบอร์ 1 ของประเทศ เบอร์ 1 ของยุโรปในบางวาระ คืนวันผันเปลี่ยน เฟอร์กี้ รามือไป ไม้ต่อถูกส่งให้ เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ่ มูรินโญ่
 
จนมาถึง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา
 
ผู้สร้างสถิติช้ำเลือดช้ำหนองซึ่งไม่เกิดขึ้นมาตลอด 30 ปี
 
 
อะไรที่รออยู่?
สิ่งที่แย่ที่สุดในรอบ 30 ปีหลังเกิดขึ้นแล้ว ที่รออยู่ ก็แน่นอนว่าคือ "คำถาม"
 
คำถามว่ามันจะหยุดแค่ 10 นัด หรือทาบสถิติ 11 เกม
 
หรือลากยาวไป 12-13-14-15
 
คิวนัดเยือนที่รออยู่ข้างหน้า ก็เริ่มต้นตั้งแต่วันอาทิตย์นี้เลย กับการต้องออกไปเตะที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค พบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งอยู่ในสถานการณ์เข้าตาจนไม่แพ้กัน นัดก่อนเพิ่งแพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ เละเทะ 0-5
 
ถ้า โซลชา ยังไม่อาจพาทีมบุกกำชัยได้แดนอีสานได้ ก็แน่นอน ทาบสถิติจากปี 1989 เรียบร้อย
 
ถัดจากนั้นอีก คือการเยือน ปาร์ติซาน เบลเกรด, นอริช ซิตี้, เชลซี (บาวคัพ) และ บอร์นมัธ
 
คงได้เห็นกันว่า "ภูมิแพ้นอกบ้าน" ที่ยูไนเต็ดเป็น ได้ยาดีจนหายสนิทแล้วหรือยัง
 
และถ้ายัง ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นในรั้ว โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หรือเปล่านะ...
 
เกมเยือนที่รออยู่จนจบซีซั่น
(ไม่นับยูโรป้าลีกกรณีเข้ารอบ และเอฟเอคัพที่ยังไม่กำหนดโปรแกรม)
06/10/19 พรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
24/10/19 ยูโรป้า ลีก ปาร์ติซาน เบลเกรด (เซอร์เบีย)
27/10/19 พรีเมียร์ลีก นอริช ซิตี้
30/10/19 คาราบาว คัพ เชลซี
02/11/19 พรีเมียร์ลีก บอร์นมัธ
24/11/19 พรีเมียร์ลีก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด
28/11/19  ยูโรป้า ลีก อัสตาน่า (คาซัคสถาน)
07/12/19 พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้
21/12/19 พรีเมียร์ลีก วัตฟอร์ด
28/12/19 พรีเมียร์ลีก เบิร์นลี่ย์
01/01/20 พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล
18/01/20 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล
08/02/20 พรีเมียร์ลีก เชลซี
29/02/20 พรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน
14/03/20 พรีเมียร์ลีก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์
04/04/20 พรีเมียร์ลีก ไบรท์ตัน
18/04/20 พรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลล่า
02/05/20 พรีเมียร์ลีก คริสตัล พาเลซ
17/05/20 พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ซิตี้