TODAY NEWS

พอชรับ! อยากลุยงานเมืองผู้ดีต่อ

12 ก.พ. 2563
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตผู้จัดการทีมของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่ปัจจุบันกําลังว่างงานอยู่ ระบุว่าเขายังมีความสนใจที่จะรับงานคุมทีมในพรีเมียร์ลีก พร้อมกับกล่าวถึงมรดกของเขากับทีมไก่เดือยทองด้วย
 
 
ผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนไตน์ ที่กําลังอยู่ในช่วงพักร้อน ยอมรับผ่านรายการ In The Pink ทางพอดแคสต์กับ นาตาลี พิงค์แฮม นักจัดรายการของ สกาย สปอร์ตส์ สื่อชื่อดังของอังกฤษ ว่าเขารักการทํางานในแดนผู้ดี และเขาเตรียมความพร้อมรับงานคุมทีมแล้ว
 
 
เผย พร้อมรับงานใหม่แล้ว
 
 
“พูดตามตรง ผมรักการทํางานในพรีเมียร์ลีก มันจะเป็นเรื่องยาก ผมรู้ มันเป็นช่วงเวลาที่ต้องรอ และเราจะมาดูกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น” เขาระบุ
 
“มันคือช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟู ที่จะคิดถึงเรื่องตัวเองสักหน่อย และเพื่อเตรียมความพร้อมเพราะในวงการฟุตบอลมีอะไรเกิดขึ้นได้เสมอ และคุณจำเป็นต้องพร้อม”
 
“ผมพร้อมแล้วและกําลังรอคอยความท้าทายใหม่ ผมมีความเชื่อมั่นและมั่นใจว่าความท้าทายครั้งต่อไปมันจะมหัศจรรย์”
 
 
ชี้ข่าวทีมอื่นทาบทามที่ผ่านมา แค่ลือ
 
 
โปเช็ตติโน่ ถูกปลดออกจากตำแหน่งกุนซือ สเปอร์ส และไม่ได้เกี่ยวข้องกับฟุตบอลมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เขาใช้เวลาพักผ่อน และพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ว่ามีโอกาสไปรับงานกับทีมไหนต่อได้บ้าง
 
“ผมอยู่ในอาร์เจนติน่า, กาต้าร์, สเปน และผมมี เฆซุส เปเรซ (ผู้ช่วยของเขาสมัยคุมสเปอร์ส) ซึ่งติดตามข่าวสารพอสมควร แต่ผมสังเกตเห็นแต่ข่าวลือ”
 
“สต๊าฟโค้ชทั้งหมดยอมรับว่ามีข่าวลือ และพวกเรารับมือกับข่าวลือเป็นเรื่องปกติ”
 
“ผู้คนต้องการคนธรรมดา, คนปกติ และเราไม่ได้บอกว่าเราโดดเด่นกว่าใคร แต่เราไม่ใช่นักแสดงและเราไม่ทำอะไรที่เราไม่เชื่อ”
 
 
ภูมิใจกับผลงานคุมไก่ แม้ไร้แชมป์
 
 
แม้จะไม่มีแชมป์ติดมือ แต่กุนซือวัย 47 ปี เผยว่าเขาภาคภูมิใจกับการเป็นส่วนสําคัญพาทีมไก่เดือยทอง ผ่านช่วงเวลาลําบากมาได้ พร้อมกับชี้ว่า สิ่งที่เขามอบไว้ให้กับสโมสรคือ “มรดก”
 
“แน่นอน ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับทุกๆ อย่างที่ผมประสบความสําเร็จร่วมกับ ท็อตแน่ม และเมื่อผมวิเคราะห์ช่วงเวลาของผมที่นั่น มันมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นมากมาย ผมได้คุมทีมในช่วงเวลาสําคัญของสโมสร”
 
“ทุกสิ่งที่ผมต้องทำมันน่ากลัวมากในช่วงเวลาเหล่านั้น การทําลาย ไวท์ ฮาร์ท เลน และสร้างสนามใหม่, การเล่นที่เวมบลีย์ และ มิลตัน คีย์นส์ มีแต่คนที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลเท่านั้น ที่จะรู้ว่ามันยากแค่ไหน กับการรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้”
 
“การใช้ปรัชญาใหม่และไอเดียใหม่ๆ มันยากมาก แต่ผมรู้สึกภูมิใจมากกับความสำเร็จที่พวกเรามี และการนำ ท็อตแน่ม ไปสู่อีกระดับ”
 
“การเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นเวลา 3 หรือ 4 ปี และจบฤดูกาลด้วยอันดับเหนือ อาร์เซน่อล หลายต่อหลายครั้งคือมรดกที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรา”
 
“การคว้าแชมป์น่าจะเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับเราแล้ว นั่นคือมรดก การมีสโมสรและสนามที่ ท็อตแน่ม นั่นเป็นมากกว่าการคว้าแชมป์”
 
ฟุตบอลอังกฤษเปลี่ยนไปแล้ว
 
 
พอช ซึ่งคุม เอสปันญ่อล ที่สเปน ก่อนจะไปทำงานในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกกับ เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อเดือนมกราคม 2013 ยอมรับว่าฟุตบอลอังกฤษในปัจจุบันมีความแตกต่างจากในอดีตอย่างมาก และเชื่อว่านี่เป็นเรื่องที่ดีต่อวงการฟุตบอลแดนผู้ดี
 
“ผู้จัดการทีมหนุ่มๆ ชาวอังกฤษในวันนี้ ได้รับอิทธิพลจากคนในยุโรป”
 
“ก่อนหน้านี้ ฟุตบอลอังกฤษมันค่อนข้างปิด มันเป็นเรื่องยากที่จะแบ่งปันและผสมผสานอะไรกันที่นี่ แต่โค้ชชาวยุโรปมีอิทธิพล และผู้คนเปิดรับมากขึ้น ที่จะค้นพบรูปแบบที่แตกต่างของฟุตบอล”
 
“เมื่อผมมาถึง เซาธ์แฮมป์ตัน ครั้งแรก นักเตะจะบอกคุณว่าต้องเล่นบอลยาวหลังฟูลแบ็กและต้องกดดันพื้นที่คู่แข่ง วิธีการมันเป็นเช่นนี้เสมอ”
 
“การเปลี่ยนความคิดนี้เป็นเรื่องยาก แต่คุณสามารถเห็นสไตล์ที่แตกต่างในฟุตบอลตอนนี้ และนั่นทําให้ พรีเมียร์ลีก กลายเป็นลีกที่ดีที่สุดในโลก”
 
ชี้ “ความเชื่อ” สำคัญสุดกับชีวิต
 
 
โปเช็ตติโน่ เผยว่าความเชื่อคือสิ่งสําคัญที่ช่วยให้เขาประสบความสําเร็จและ “พลัง” ช่วยผลักดันเขามาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
 
“ผมเชื่อในพลังนี้มาตลอด เมื่อคุณฝันและคุณคิด คุณจะหมกมุ่นอยู่กับความคิดของคุณที่จะค้นหาอะไรสักอย่าง เมื่อนั้น พลังนี้จะช่วยให้คุณค้นพบมัน”
 
“ผมไม่รู้ว่าใครใส่ไอเดียนี้ในสมองของผมหรือเปล่า หรือมันเป็นไอเดียของผมเอง แต่มันมีอยู่จริงๆ มันมีพลังอยู่ แต่ต้องเฉพาะสำหรับคุณเชื่อเท่านั้น”
 
“มันขึ้นอยู่กับคุณทั้งหมด ว่าคุณเชื่อหรือไม่ ถ้าคุณไม่ต้องการเห็นพลังเหล่านี้ มันจะหายสาบสูญไปเลย”
 
 
โปเช็ตติโน่ กล่าวทิ้งท้ายด้วยท่าทีชัดเจนว่าเขาผูกพันกับพรีเมียร์ลีกมากกว่าลีกอื่นๆ ที่เขาเคยทำงานด้วย ซึ่งต่อให้ในเร็วๆ นี้หรืออนาคต เขาจะไปคุมทีมอื่นในยุโรป แต่ฟุตบอลและวัฒนธรรมของอังกฤษ จะอยู่ในความทรงจำของเขาตลอดไป
 
 
“ถ้าเราย้ายไปยุโรป พวกเราจะคิดถึงประเทศอังกฤษ” อดีตนายใหญ่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กล่าว