TODAY NEWS

ผึ้งงานแห่งไฮบิวรี่

23 มี.ค. 2563
"คุณไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้หรอก ต่อให้คุณมี เธียร์รี่ อองรี 10 คน หรือต่อให้มี โทนี่ อดัมส์อีก 10 คนในทีมก็ตาม เพราะมันขาดความสมดุล คุณแค่ต้องมีนักเตะแบบเรย์ พาร์เลอร์ไว้ในทีมสักคนก็พอ"
 
ส่วนหนึ่งจากบทโปรยในหนังสือ "The Romford Pele: Ray Parlour's autobiography" น่าจะบอกเล่าถึงตัวตนและความสำคัญของกองกลางอันเดอร์เรตที่สุดคนนึงของอาร์เซน่อลที่ชื่อว่า "เรย์ พาร์เลอร์" ได้เป็นอย่างดี
 
เรย์เป็นเด็กหนุ่มหัวทองที่โตมาในย่านรอมฟอร์ด และเริ่มต้นบนถนนสายลูกหนังกับอาร์เซน่อลตั้งแต่อายุ 14 เขารับใช้ปืนโตนานถึง 12 ปี ลงสนาม 437 นัดกดไป 30 ประตูในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง และริมเส้นบ้างในบางเวลา
 
"ประตูที่ผมยิงเชลซีในรอบชิงเอฟเอ คัพปี 2002 คือลูกที่ผมชอบมากที่สุด เป็นไฮไลท์นึงในอาชีพการค้าแข้งของผมเลย" 
 
แม้จะเป็นกองกลางจอมขยัน วิ่งบี้ไม่มีหมด แต่หากเรย์ไม่ได้พบกับ อาร์แซน เวนเกอร์ เจ้าตัวก็ยอมรับว่าอาจไม่ประสบความสำเร็จมากมายแบบนี้
 
"ผมโตมาในยุคที่นักเตะอังกฤษดื่มแอลกอฮอล์พอ ๆ กับเกลือแร่" เรย์ พาร์เลอร์เล่า
 
"วันที่เวนเกอร์มาถึงสโมสร เขาเปลี่ยนวัฒนธรรมที่บ่อนทำลายความเป็นนักกีฬาหลาย ๆ อย่างออกไป โดยเฉพาะเรื่องแอลกอฮอล์ โทนี่เป็นคนที่เปลี่ยนพฤติกรรมเรื่องนี้ได้เด่นชัดที่สุด และเขาก็สมควรได้รับรางวัลแห่งการเปลี่ยนแปลงตัวเองนี้แล้ว"
 
"เวนเกอร์ช่วยผมเยอะมากทั้งในฐานะนักเตะและชีวิตส่วนตัว เขาทำให้ผมรู้ตัวว่าควรโฟกัสกับอะไร และดึงไม่ให้ผมออกนอกลู่นอกทางแบบนักฟุตบอลสมัยก่อน"
 
 
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เรย์เองก็แสบใช่ย่อย เพราะตัวเขาเองเคยแอบดื้อเงียบใส่เวนเกอร์มาแล้วในช่วงปี 2002
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า หลังจากคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ด้วยการเอาชนะเชลซีไป 2-0 ทุกคนกำลังเตรียมที่จะฉลองด้วยเบียร์เย็น ๆ บนเครื่องบิน ทว่า เวนเกอร์ก็เข้ามาห้ามเรย์ที่กำลังจะกระดกยอดข้าวสีเหลืองอำพันเข้าปาก 
 
"นายห้ามกิน เรามีนัดสำคัญกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรออยู่อีก 3 วันข้างหน้า" กุนซือเฟรนช์แมนปราม
 
"แต่ผมยิงประตูเชลซีได้ในนัดชิงนะ" 
 
"ถ้านายกินเบียร์ ฉันจะหักค่าแรงนาย 2 สัปดาห์" 
 
เรย์ไม่ได้กินเบียร์แก้วนั้นตามที่เวนเกอร์ห้าม ทว่า เขาแอบไปกินหลังลงจากเครื่องต่างหาก
 
เมื่อถึงวันแข่ง อาร์เซน่อลบุกไปเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ถึงถิ่นจากประตูชัยของ ซิลแว็ง วิลตอร์ แต่คนที่ได้รับคำชมมากที่สุดกลับเป็น เรย์ พาร์เลอร์ ครับ เพราะเกมวันนั้นดาวเตะผมทองไล่ตัดเกมแดนกลางของปีศาจแดง ได้อย่างไม่มีที่ติเลยทีเดียว
 
"นี่คือเหตุผลที่ฉันห้ามนายกินเบียร์บนเครื่องบินวันนั้น นายเห็นแล้วใช่มั้ย ว่ามันดีกับนายมากแค่ไหน" เวนเกอร์เข้ามากอดคอคุยกับเรย์หลังเกม 
 
"ผมโกหกเขา และเขาก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน, จริง ๆ มานึกย้อนไปผมก็เสียใจนะที่ดื้อกับเขา ถ้าไม่มีเขาคอยปราม ผมก็อาจไม่ประสบความสําเร็จแบบทุกวันนี้ก็ได้" 
 
 
ถึงจะแอบดื้อบ้างเล็ก ๆ แต่ เรย์ พาร์เลอร์ก็ถือเป็นกลจักรสำคัญในทีมชุดดับเบิ้ล แชมป์ทั้ง 2 ครั้งของอาร์เซน่อลเลยนะครับ แม้จะไม่ใช่สตาร์เด่นก็จริง ทว่าเขาคือฟันเฟืองอีกตัวที่จำเป็นต้องมีไว้ในทีม
 
"ผมได้แมน ออฟ เดอะ แมตช์ในนัดชิงเอฟเอ คัพปี 1998 และทำประตูได้ในปี 2002 มันทำให้ผมรู้สึกพิเศษกับถ้วยนี้มาก ๆ อ้อ ! ผมยังเคยทำแฮตทริคด้วยนะ เผื่อคุณยังไม่รู้ ฮ่า ๆ"
 
ใช่ครับ เรย์ พาร์เลอร์ เคยกดแฮตทริคใส่ แวร์เดอร์ เบรเมน ในปี 2000 และ นิวคาสเซิ่ล ในปี 2001 มาแล้ว ทั้งที่เล่นในตำแหน่งกองกลางผึ้งงานของทีมด้วยซ้ำ
 
"ผู้คนบอกว่าผมเป็นแค่เงาของวิเอร่า แต่ผมไม่สนใจหรอก ผมแค่ทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด เตรียมตัวให้พร้อมเมื่อได้รับโอกาสและลงไปทำมันให้เต็มที่ ทำให้ทุกคนเห็นว่าผมทำอะไรได้บ้าง แล้วจบฤดูกาลเราค่อยมาฉลองกัน"
 
แชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 ครั้ง, แชมป์ลีก คัพ 1 ครั้ง, เอฟเอ คัพ 4 ครั้ง และแชมป์พรีเมียร์ ลีกอีก 3 ครั้ง
 
หนึ่งในขุนพลชุดไร้พ่ายและแชมป์ลีกครั้งล่าสุดของอาร์เซน่อล ผู้ที่ไม่ได้อยู่ท่ามกลางสปอตไลท์เหมือนคนอื่น ๆ ทว่าเขาเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญตัวนึงที่ทีมจำเป็นต้องมี
 
บางที อาร์เซน่อลในวันนี้อาจไม่ต้องการดาวดังระดับโลกเพื่อมายกระดับทีม แต่อาจต้องการแค่ลูกหม้อของทีมสักคน ที่พร้อมจะลงเล่นตามคำสั่ง วิ่งถวายหัว ( ดื้อเงียบบ้างบางครั้ง ฮา )
 
และมีก้อนเนื้อตรงหน้าอกข้างซ้ายเป็นสีขาวแดงแบบ เรย์ พาร์เลอร์อีกสักคนเท่านั้นเองก็พอ
 
 
Mr.X_วีว่าซอค