TODAY NEWS

เปิดประวัติปิโอลี่

9 ต.ค. 2562
รูดม่านเปิด เซเรีย อา มาได้เพียง 7 เกม มีกุนซือถูกปลดไปแล้ว 2 ราย
 
หนึ่งในนั้นมีชื่อของกุนซือแห่งความหวังของ เอซี มิลาน อย่าง มาร์โก จามเปาโล อยู่ด้วย
 
ก่อนฤดูกาลเริ่มขึ้นเทรนเนอร์วัย 52 เป็นความหวังที่จะพา รอสโซเนรี่ กลับสู่จุดที่เคยยืนอีกครั้ง
 
บอร์ดลงมติว่าต้องกลับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้ในซีซั่นนี้
 
เกมแรกเริ่มขึ้น...บุกไปพ่าย อูดิเนเซ่ 1-0 แต่รูปเกมไม่แย่ ครองบอลมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ แค่ตัวรุกจบไม่ลง
 
เกมต่อมาเริ่มมองเห็นภาพ หลังเปิด ซาน ซิโร่ ชนะ เบรสชา 1-0 รูปเกมดีกว่าเช่นเคย แถมไม่เสียประตูด้วย
 
เกมสามก็ชนะ เวโรน่า อีก พร้อมเก็บคลีนชีต และรูปเกมสวยงาม
 
แต่มันเป็นเหมือนภาพลวงตา เมื่อคนจัดโปรแกรม เซเรีย อา ใจร้ายยิ่งนัก แทนที่จะให้สาวกมิลานได้ฝันกันต่อ กลับจับให้มาเจอ อินเตอร์ มิลาน เสียได้
 
เมื่อเจอของจริง รูปเกมที่เคยดีกว่าใน 3 เกมแรกเริ่มเปลี่ยน มิลาน เป็นรองชัดเจน สุดท้ายพ่ายคารัง 0-2 
 
จากเกมนี้แฟนบอลเริ่มตื่น พร้อมมีคำถามย้อนว่า จามเปาโล คือคนที่ใช่จริงเหรอ?
 
แย่ไปกว่านั้นอีกสองเกมให้หลัง แพ้รวดให้กับทั้ง โตริโน่ 1-2 (เยือน), ฟิออเรนติน่า (เหย้า) 1-3 
 
กระทั่งล่าสุดพลิกแซงชนะ เจนัว 2-1 ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มันคงไม่เพียงพอสำหรับทีมใหญ่อย่างปีศาจแดงดำ
 
หลังเกม สื่อต่างๆ ในอิตาลีตีไปในทางเดียวกันว่า...เด้งแน่!
 
คำถามคือใครจะมารับงานเผือกร้อนชิ้นนี้ต่อ
 
ในหน้าสื่อมีชื่อให้เลือกทั้ง ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ, เจนนาโร่ กัตตูโซ่ และ สเตฟาโน่ ปิโอลี่
 
รายแรกอย่าง สปัลเล็ตติ ที่แม้จะว่างงานแต่ติดสัญญาเก่ากับงูใหญ่ ซึ่งหากมิลานต้องการตัว ต้องจ่าย 4.5 ล้านยูโรเพื่อฉีกสัญญา
 
ส่วน กัตตูโซ่ ไม่ต้องยืดเยื้อให้เสียเวลา ตอบปฏิเสธไปแบบตรงๆ 
 
ทีนี้เหลือตัวเลือกสุดท้ายอย่าง สเตฟาโน่ ปิโอลี่
 
รายนี้กระแสแรงมาก ตอนข่าวหลุดว่าคือคนที่ถูกเลือก แฮชแท็ก #PioliOut พุ่งขึ้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ของเมืองมะกะโรนีเลยทีเดียว
 
บอร์ดมิลานให้แฟนๆ นอนลุ้น 1 คืนหลังจากปลด จามเปาโล
 
และในวันรุ่งขึ้นก็ประกาศอย่างเป็นทางการว่าผู้ที่ถูกเลือกนั่นก็คือ...ปิโอลี่ คนนี้นี่เอง
 
ถามว่าทำไมตัวเลือกที่ขัดใจแฟนบอลแบบปิโอลี่ถึงเข้าวิน
 
ตอบง่ายๆ ด้วยสภาพการเงินที่ตัวแดงเพียบ มีหรือมิลานจะยอมควักกระเป๋าจ่ายเพื่อคว้า สปัลเล็ตติ แค่ควักค่าชดเชยให้ จามเปาโล ก็แย่แล้ว
 
 
สำหรับ ปิโอลี่ เริ่มต้นการรับงานกุนซือในฤดูกาล 2006/07 กับ ปาร์ม่า คุมทีมได้ 32 เกม แพ้ไปถึง 16 เกม คิดง่ายๆ แพ้ไปครึ่งหนึ่งของเกมที่ลงเล่น
 
เมื่อผลงานย่ำแย่ ปาร์ม่า ก็สั่งเด้งทันที พร้อมเอา เคลาดิโอ รานิเอรี่ เข้ามาทำแทน
 
หลังถูกปลดจากปาร์ม่า เทรนเนอร์วัย 53 เลือกไปตั้งหลักกับทีมในเซเรีย บี อย่าง กรอสเซโต้ (2007/08), ปิอาเซนซ่า (2008/09) และ ซาสซูโอโล่ (2009/10)
 
ผลงานในเซเรีย บี ก็ไม่ได้น่าดู โดยใน 2 ฤดูกาลแรกกับ กรอสเซโต้ และ ปิอาเซนซ่า พาทีมจบที่ 13 และ 10 ตามลำดับ
 
แต่มากระเตื้องขึ้นในปีที่ 3 กับ ซาสซูโอโล่ พาทีมได้เพลย์ออฟเลื่อนชั้น แต่ไปไม่ถึงดวงดาวเมื่อแพ้ให้กับ โตริโน่ ในรอบรองชนะเลิศ
 
ตลอด 3 ปีใน เซเรีย บี ของ ปิโอลี่ ถือว่าสอบตก!
 
แต่โชคชะตาก็พาเขากลับสู่ลีกสูงสุดแดนรองเท้าบูตอีกครั้งด้วยการรับงานคุม เวโรน่า ในฤดูกาล 2010/11
 
ในฤดูกาลนั้นเขาพา เวโรน่า จบที่อันดับ 11 ด้วยการมี 46 แต้ม
 
ปีต่อมา ปิโอลี่ ถูกดึงตัวไปคุม ปาแลร์โม่ และได้ยืนสั่งการอยู่ริมสนามเพียง... 2 เกมเท่านั้น
 
ฟังไม่ผิด 2 เกมเท่านั้น! ก็ถูกปลดทันที จากผลงานเสมอทั้ง 2 เกม
 
 
ปิโอลี่ เป็นกุนซือที่ไม่ค่อยจะว่างงานนัก หลังถูกปลดจาก ปาแลร์โม่ เขาเดินเตะฝุ่นเพียงแค่ 2 เดือนก็ถูก โบโลญญ่า ดึงไปทำทีมทันที
 
เขาใช้ชีวิตอยู่ที่ สตาดิโอ เรนาโต้ ดัลลาร่า นานถึง 3 ฤดูกาล
 
โดยในฤดูกาลแรก (2011/12) พาทีมเก็บ 51 แต้มจบอันดับที่ 9 ฤดูกาลถัดมา (2012/13) ฟอร์มตกเล็กน้อยด้วยการเก็บไป 44 แต้ม จบอันดับ 13
 
ปีสุดท้าย (2013/14) ย่ำแย่สุดๆ พาทีมจมอยู่ในโซนแดงด้วยการชนะเพียง 4 จาก 20 เกมแรกทำให้โดนปลดในที่สุด
 
อย่างที่บอกปิโอลี่ คือกุนซือที่ว่างงานไม่นาน เพราะปีถัดมา (2014/15) เขาเข้ากุมบังเหียน ลาซิโอ 
 
กับลาซิโอเขาเหมือนเป็นผู้ติดปีกให้อินทรีบินสูง หลังฤดูกาลนั้น (2015/16) เขาพาจบอันดับ 3 คว้าโควต้าแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ฤดูกาลก่อนหน้าจบกลางตาราง (อันดับ 9)
 
ปีต่อมา (2016/17) จากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาพาลาซิโอตกรอบคัดเลือก แชมเปี้ยนส์ ลีก และตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโรป้า ลีก ส่วนใน เซเรีย อา ดิ่งไปไกลที่กลางตาราง จนต้องพา ซิโมเน่ อินซากี้ เข้ามากอบกู้โดยเร็ว
 
ทีมต่อมาที่ ปิโอลี่ เข้ามาคุมคือ อินเตอร์ มิลาน โดยเขารับงานต่อจาก แฟร้งค์ เดอ บัวร์ และ สเตฟาโน่ เว็คคี่ ในช่วงกลางฤดูกาล
 
ผลงานงูใหญ่ถือว่า... โคตรธรรมดา คุมไป 27 เกมในทุกรายการ ชนะ 14 เสมอ 3 แพ้ 10 พร้อมพาเนรัซซูรี่จบที่ 7 ของ เซเรีย อา แล้วก็แยกทางกันไป
 
และทีมล่าสุดที่ปิโอลี่คุมมาคือ ฟิออเรนติน่า เขามารับตำแหน่งกุนซือในฤดูกาล 2017/18 พาวิโอล่าจบอันดับ 8 ด้วยการมี 57 แต้ม
 
ฤดูกาลที่ผ่านมา (2018/19) ปิโอลี่ นำฟิออเล่นไปทั้งสิ้น 34 เกม แต่ชนะเพียง 10 เกมเท่านั้น ส่วนใหญ่หนักเสมอที่ 16 เกม และแพ้ไป 8 เกม
 
เมื่อผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอันจึงอยู่ไม่ทันจบก็โดนยึดเก้าอี้ไปโดย วินเซนโซ่ มอนเตลล่า กุนซือคนปัจจุบัน
 
 
จะเห็นว่าประสบการณ์การคุมทีมของ ปิโอลี่ นั่นมีมากมาย แต่ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่กลางๆ ค่อนไปล่าง ไม่ได้มีคุณสมบัติที่ทีมใหญ่ต้องการ
 
จึงไม่แปลกใจที่แฟนมิลานที่ต้องการเห็นสโมสรกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งจะติดแฮชแท็ก #PioliOut ตั้งแต่ยังไม่คุม
 
อย่างไรก็ตามในเมื่อจะฝืนใช้ของเก่าอย่าง จามเปาโล ก็ดูจะไม่มีอะไรดีขึ้น
 
ตัวเลือกอื่นๆ ก็ดูเสี่ยงไปหมด จะยอมควักเงินฉีกสัญญาคว้า สปัลเล็ตติ มาคุมก็ดูไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในการลงทุน
 
ของฟรีอย่าง กัตตูโซ่ ก็ไม่ต้องการกลับมาอีก
 
ฉะนั้น ปิโอลี่ น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด
 
อย่างที่เคยได้ยิน "ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน" ลองให้โอกาสสักครั้งก็คงไม่แย่เกินไป
 
ไม่แน่..ตัวเลือกที่แสนธรรมดาอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่พิเศษ แต่ท้ายที่สุดบทสรุปจะเป็นแบบไหนคงต้องรอลุ้น 
 
ได้ยินแว่วๆ ว่าในสัญญา 2 ปีของ ปิโอลี่ มีระบุว่าในปีแรกต้องพาสโมสรกลับไปเล่น ถ้วยยุโรปถ้วยใหญ่ให้ได้
 
หากทำไม่สำเร็จคนที่ต้องรับผิดชอบก็คือตัวเขาเองนั่นแหละ
 
แต่ทางตรงกันข้ามหากเขาทำสำเร็จ อาจจะได้ยินเสียงตะโกนแซ่ซ้อง "สเตฟาโน่ ปิโอลี่" ดังก้องใน ซาน ซิโร่ ก็ได้...