TODAY NEWS

ทำไมพี่ใจร้อน?

19 พ.ค. 2563
ที่สุดแล้วก็กลายเป็นอีกหนึ่งลีกที่ตัดจบ พบทางตันเป็นที่เรียบร้อย...
 
สกอตติช พรีเมียร์ชิพ (และแชมเปี้ยนชิพ, ลีกวัน, ลีกทู) ประกาศยืนยันวานนี้ (จันทร์ 18 พ.ค.) ว่าฤดูกาล 2019/20 ไม่ได้ไปต่อ ค้างเติ่งไว้ที่เท่าไหร่ ก็จบลงตรงนั้น 
 
ด้วยเพราะฤทธิ์ร้ายของคุณชายโควิด-19 ทำให้นี่เป็นอีกลีกที่เดินตามหลัง ลีก เอิง ฝรั่งเศส, เอเรดิวิซี่ เนเธอร์แลนด์ส และ จูปิแลร์ ลีก เบลเยียม ในการยกธงขาว พักตรงนี้ดีกว่า
 
"แลดโบรคส์ พรีเมียร์ชิพ และลีกสกอตแลนด์ในทุกระดับ ประจำซีซั่น 2019/20 ได้ถูกตัดจบ (CURTAILED) ลงแล้ว" เอสพีเอฟแอล แถลง "สโมสรในพรีเมียร์ชิพ ได้ลงความเห็นร่วมกันในการบรรลุข้อตกลง ว่าลีกสูงสุดไม่สามารถเตะต่อได้จนจบ และให้มีผลในทันที"
 
เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเกิดคำถามว่า "ทำไม" หรือ "เพราะอะไร"
 
ไปค้นหาคำตอบพร้อมๆ กัน
 
 
เพราะมีคำถาม
การประกาศวานนี้ ยืนยันถึงบทสรุปของลีกโดยไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืดด้วย ว่าใช้ระบบ "คิดคะแนนเฉลี่ย" (Points Per Game) มาสร้างตอนจบ
 
ใครเล่นไปเท่าไหร่ ทำแต้มเข้ามือได้แค่ไหน เอาสองอย่างมาหักล้างกัน และเรียงลำดับตารางด้วยการวางทีมที่มีแต้ม PPG สูงสุดไว้บน จึงค่อยเรียงลงมาต่ำสุด
 
ก็ยิ้มแป้นรับแชมป์สมัยที่ 51 กันไปสำหรับ กลาสโกว์ เซลติก
 
อันดับที่ ... เตะ ... แต้ม ... ผลต่าง ... แต้มต่อเกม 
1 ... เซลติก ... 30 ... 80 ... 70 ... 2.6667
2 ... เรนเจอร์ส .. 29 ... 67 .. 45 ... 2.3103
3 .. มาเธอร์เวลล์ .. 30 .. 46 ... 3 ... 1.5333
4 ... อเบอร์ดีน ... 30 ... 45 ... 4 ... 1.5000  
5 ... ลิฟวิงสตัน .. 30 ... 39 ... 2 ... 1.3000
6 .. เซนต์ จอห์นสโตน .. 29 .. 36 .. -18 ... 1.2414
7 ... ฮิเบอร์เนี่ยน .. 30 ... 37 ... -7 ... 1.2333
8 ... คิลมาร์น็อค ... 30 ... 33 ... -10 ... 1.1000
9 ... เซนต์ เมียร์เรน .. 30 ... 29 ... -17 ... 0.9667
10 ... รอสส์ เคาน์ตี้ .. 30 ... 29 ... -31 ... 0.9667
11 ... แฮมิลตัน ... 30 ... 27 ... -20 ... 0.9000
12 ... ฮาร์ทส์ ... 30 ... 23 ... -21 ... 0.7667
 
แน่นอนว่าต้องชมเชย เซลติก ในการทำทีมของ นีล เลนน่อน ว่ายังคงรักษามาตรฐานยอดเยี่ยมได้แบบปีต่อปีไม่มีเว้นวรรค
 
ถัดจากการเป็นทริปเปิ้ลแชมป์บอลวิสกี้ (พรีเมียร์ชิพ/สกอตติชคัพ/ลีกคัพ) ซีซั่นที่แล้ว ทีมม้าลายเขียวขาวเสียคนสำคัญไป 3 คนคือ คีแรน เทียร์นี่ย์ โดนทีมใหญ่อย่าง อาร์เซน่อล ดูดไปแลกค่าเสียหาย 25 ล้านปอนด์ช่วงซัมเมอร์ กับ มิคาเอล ลุสติก กองหลังสวีดิช ไปเกนท์ ก่อนตามด้วยตลาดวินเทอร์ สกอตต์ ซินแคลร์ ปิดตำนาน 3 ปีครึ่งกับเซลติก (167 นัด 62 ประตู) ด้วยการกลับอังกฤษ ซบ เปรสตัน นอร์ธเอนด์
 
ส่วนตัวที่เข้ามาเสริมกำลังใหม่ พูดไปก็คงเท่านั้น เพราะสุดแสนจะโนเนม - คริสตอฟเฟอร์ ชูเลียง, โบลี่ โบลินโกลี่, เกร็ก เทย์เลอร์, พาทริค คลีมาล่า
 
ดังจะเห็นว่า เซลติก เสียคนสำคัญไป มากกว่าจะได้ตัวความหวังใหม่เข้ามาทดแทน
 
จึงต้องยกนิ้วให้ เลนน่อน เป็นพิเศษว่าไม่ทำให้ธุรกรรมซื้อขายย้ายตัว ส่งผลแง่ลบมายังฟอร์มในสนาม
 
เริ่มต้นซีซั่นด้วยการชนะ 6 เกมรวด / เว้นเสมอกับแพ้อย่างละหนึ่ง / ชนะต่ออีก 11 เกมซ้อน / แพ้หนึ่ง / ตั้งหลักใหม่ เข้าวินอีก 8 นัดรวด / เสมอหนึ่งชนะหนึ่ง / ลีกถูกแขวนและตัดจบ
 
30 นัด เซลติกชนะ 26 เสมอ 2 แพ้ 2 โกยแต้ม 80 คะแนน
 
มาตรฐานดีกว่า กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ชัดเจน
 
ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป คือก้าวเดินของ "เดอะ ไลท์บลูส์" ภายหลังประสบอุบัติเหตุอย่างหนักทางเศรษฐกิจการเงิน จนถูกปรับตกชั้นไปดิวิชั่น 3 ซีซั่น 2012/13 แล้วต้องใช้เวลากัดฟันสู้ในลีกล่างอยู่นานปี กว่าจะกลับขึ้นมาสูดอากาศในลีกสูงสุดได้อีกครั้งก็ซีซั่น 2016/17
 
2016/17 อันดับ 3
2017/18 อันดับ 3
2018/19 อันดับ 2
 
ก็เพิ่งจะ "ซีซั่นที่แล้ว" นี่เอง ที่ เรนเจอร์ส พอจะพูดได้เต็มปากว่าพวกเขากลับมาอยู่ในจุดที่พร้อม "ท้าทายบัลลังก์" ของคู่อริอย่าง เซลติก ได้อีกครั้ง...แต่ถึงอย่างนั้น ช่องห่างคะแนนเมื่อถึงตอนจบก็ยังมีเยอะอยู่ ที่ 9 คะแนน (เซลติก 87 : เรนเจอร์ส 78)
 
มาซีซั่นนี้ ในการทำทีมปีที่ 2 ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เป้าหมายที่ฝันไว้แน่นอนว่าคือการผงาดแซงหน้า เซลติก ขึ้นไปให้ได้
 
และพวกเขาก็ทำในสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากๆ ได้ด้วย กับเกมสุดตื่นเต้นเร้าใจ Thriller Match ที่จะฝังอยู่ในหัวใจสาวกไลท์บลูส์ไปอีกนาน
 
29 ธ.ค. 2019 "โอลด์เฟิร์มดาร์บี้" ที่เซลติก พาร์ค 
 
ไรอัน คริสตี้ มิดฟิลด์เซลติก กดจุดโทษพลาดในนาที 33
ไรอัน เคนท์ เปิดสกอร์นำ 1-0 ให้เรนเจอร์ส นาที 36
อ๊อดซอนน์ เอดูอาร์ ตีเสมอ 1-1 ให้เซลติก นาที 41
นิโกล่า คาติช ยิงนำอีกครั้ง 2-1 ให้เรนเจอร์ส นาที 56
ใบเหลืองปลิวว่อน 7 ใบ
ใบแดงเป็นของ อัลเฟรโด้ โมเรลอส ทดเจ็บ 90+6
ช็อตต่อเนื่อง ไมเคิ่ล บีล สตาฟฟ์โค้ชเรนเจอร์ส โดนใบแดงไปด้วยเหมือนกัน
 
เรนเจอร์ส บุกชนะ 2-1 ในเกมที่มีรายละเอียดเพียบอย่างว่า--ชมไฮไลท์ได้ท้ายเรื่อง
 
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะเหนือคู่แค้นเพียงนัดเดียว ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก 
 
เรนนเจอร์ส อาจมีช่วงติดเครื่องชนะยิงยาว 3 นัดบ้าง 4 นัดบ้าง 5 นัดบ้างก็มี แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2020 แล้ว ถือว่าออกลูก "แกว่ง" อย่างชัดเจน - 9 เกมหลังชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 3
 
หลังจากผ่าน 29 นัดจึงมี 67 แต้ม ตามหลัง เซลติก ค่อนข้างไกล 13 คะแนน
 
นี่เองอาจเป็นจุดที่ทำให้ เรนเจอร์ส ออกจะ "ไม่หือไม่อือ" นักกับบทสรุปของการตัดจบ และยกแชมป์ให้ เซลติก ด้วยการวัดคะแนน PPG 
 
เซลติก 2.6667
เรนเจอร์ส 2.3103
 
เพราะทำมาดีแล้วแต่ดีไม่สุด มาตรฐานของ เรนเจอร์ส ยังเป็นรองเซลติกอยู่พอตัว ต่อจะให้เดินหน้าเตะจนครบโปรแกรม แต่การตามหลังเป็นสิบแต้มโดยที่เหลือโปรแกรมแค่ 8-9 นัดสุดท้าย ก็ลุ้นลำบากอยู่ดี
 
เซลติก เป็นแชมป์สมัยที่ 51 และแชมป์ 9 ปีซ้อน 
ส่วน เรนเจอร์ส ต้องรอคอยต่อไป หลังได้แชมป์หนสุดท้าย 2010/11
 
เช่นกัน เจอร์ราร์ด ยังคงไม่มี "แชมป์ลีก" ติดมือ
 
รางวัลปลอบใจของ เรนเจอร์ส คือการได้ตั๋วไป ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบคัดเลือกรอบแรก (ในฐานะรองแชมป์ลีกสกอต) เคียงข้าง มาเธอร์เวลล์ ทีมอันดับ 3
 
บทสรุปนอกเหนือจากการชี้แชมป์ ยังอยู่ที่การชี้ขาดว่าใครตกชั้น โดยไม่ต้องมาเพลย์ออฟอะไรเพิ่มเติมอีก (ซีซั่นก่อนๆ ทีมรองบ๊วยพรีเมียร์ชิพ จะต้องเพลย์ออฟกับทีมอันดับ 2-4 ชปช.)
 
หวยก็ออกที่บ๊วย ฮาร์ทส์ (ชื่อเต็ม : ฮาร์ท ออฟ มิดโลเธียน) งานเข้ากันไป
 
แน่นอนว่าถ้าลุยกันต่อ ฮาร์ทส์ ยังพอมีสิทธิ์รอดตาย จากการที่พวกเขาเตะผ่าน 30 นัดมี 23 แต้ม (ชนะ 4 เสมอ 11 แพ้ 15) ตามหลังทีมสุดท้ายที่ปลอดภัย อันดับ 10 รอสส์ เคาน์ตี้ 6 แต้ม และตามรองบ๊วย (ที่จะเพลย์ออฟถ้าอยู่ในสถานการณ์ปกติ) 4 คะแนน
 
แต่เมื่อตัดจบและคิดคะแนนเฉลี่ย ฮาร์ทส์ ที่มี PPG แค่ 0.7667 ก็จึงต้องยอมมอบตัวโดยละม่อม
 
ฮาร์ทส์ ตกไปโดยปริยาย และเอสพีเอฟแอล มอบสิทธิ์เลื่อนชั้นให้จ่าฝูง ชปช. อย่าง ดันดี ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นมาแทนที่  
 
อย่างไรก็ตาม ฮาร์ทส์ ก็ยังคงมีหวังเล็กๆ ว่าเอสพีเอฟแอลอาจจะเปลี่ยนใจ เลือก "ปรับโครงสร้าง" เพิ่มโควตาทีมในลีกสูงสุดให้มากขึ้นในทันที ถ้าออกรูปนี้ได้ พวกเขาก็จะไม่ต้องตกชั้น แต่ก็ต้องลุ้นว่าจะมาจริงหรือแค่กระแสข่าวลือ
 
นอกนั้น ในวันนี้ยังมีการยืนยันจากผู้บริหารของฮาร์ทส์ด้วยว่า ฮาร์ทส์ อาจจะใช้ "ขั้นตอนทางกฎหมาย" ประท้วงบทสรุปของเอสพีเอฟแอลอย่างจริงจัง เพื่อให้รอดพ้นการตกชั้น
 
"เราได้ยืนยันไว้ตั้งแต่แรกเริ่มว่าเราไม่เชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง กับการที่สโมสรใดๆ ควรถูกลงโทษอย่างไม่ยุติธรรม ภายใต้การระบาดของโควิด-19"
 
"การดำเนินการทางกฎหมายอาจจะใช้เวลานานและมีราคาแพง อย่างไรก็ตาม ความเสียหายมหาศาลในการตกชั้น ทำให้เราต้องพิจารณาถึงสิ่งนี้"
 
"เราจะเดินหน้าต่อสู้กับสิ่งที่เราเชื่อว่าเป็นผลลัพธ์ที่ไม่ยุติธรรม"
 
 
จึงมีคำตอบ
การตัดจบของ สกอตติช พรีเมียร์ชิพ เลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้เกิดข้อเปรียบเทียบว่า อ้าว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังสู้ต่อเลยด้วย "โปรเจ็กต์ รีสตาร์ท" แล้วทำไม ประเทศเพื่อนบ้าน--ในกลุ่มสหราชอาณาจักรเหมือนกัน อย่าง สกอตแลนด์ ถึงไม่ยื้อต่อ
 
เปิดตัวเลขโควิด-19 ในยูเควันนี้ 
ติดเชื้อสะสม : 246,406 
ผู้ป่วยปัจจุบัน : 209,692
รักษาหายแล้ว : 1,918
เสียชีวิต : 34,796
 
จำแนกลงเป็นในแต่ละประเทศ กลุ่มยูเค สำหรับยอดผู้ป่วยปัจจุบัน (Active cases) 
อังกฤษ : 113,117
สกอตแลนด์ : 12,489
เวลส์ : 11,197
ไอร์แลนด์เหนือ : 3,925
 
กับข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ยิ่งทำให้เป็นข้อกังขามากขึ้นอีก ว่า สกอตแลนด์ อยู่ในภาวะวิกฤตน้อยกว่า อังกฤษ ชัดเจนมาก แต่ทำไมถึงใจร้อน เลือกจะตัดจบเสียแต่ตรงนี้
 
มองกันอย่างผิวเผิน เรื่องเงินๆ ทองๆ ก็คงเป็นประเด็นสำคัญ
 
เพราะในขณะที่ พรีเมียร์ลีก ถอยหลังไม่ได้เพราะมี "ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด" ค้ำคออยู่เป็นร้อยเป็นพันล้าน ทางฝั่ง สกอตติชพรีเมียร์ลีก อาจใช่ที่ก็ถูกถ่ายทอดไปหลายประเทศ แต่ความนิยมและมูลค่าราคา "เทียบไม่ได้เลย" กับพรีเมียร์ลีก 
 
ไม่ต้องหาดัชนีชี้วัดที่ไหน เอาแค่เราๆ ท่านๆ ในฐานะแฟนบอล เกมเดียวที่จะเรียกความสนใจได้ก็คือ โอลด์เฟิร์ม เรนเจอร์ส-เซลติก นอกนั้นถ้าจะให้มานั่งดู อเบอร์ดีน-ลิฟวิงสตัน / ฮิเบอร์เนี่ยน-คิลมาร์น็อค / เรนเจอร์ส-มาเธอร์เวลล์ ฯลฯ เอาเวลาไปนอนพักดีกว่า  
 
การตัดจบซีซั่นนี้ลง ยังทำให้ทุกสโมสรได้เตรียมพร้อมสำหรับซีซั่นใหม่ ซึ่งยืนยันแล้วว่าจะมาแน่ในอีกไม่นานเกินรอ -- 1 ส.ค. เป็นต้นไป
 
ส่วนอะไรที่สำคัญกว่าเงินๆ ทองๆ ก็แน่นอน เรื่องของสุขภาพอนามัย
 
ในคำแถลงการณ์ของ 2 ผู้บริหารใหญ่ ย้ำชัดถึงเรื่องนี้
 
เมอร์ด็อค แม็คเลนแนน ประธานเอสพีเอฟแอล : "ประการแรก ผมขอถือโอกาสนี้แสดงความยินดีอย่างเป็นทางการกับ เซลติก ถึงความสำเร็จของพวกเขาในการเป็นแชมป์ แลดโบรคส์ พรีเมียร์ชิพ ซีซั่นนี้ และขอแสดงความเห็นใจต่อ ฮาร์ทส์ ที่ต้องตกชั้น"
 
"เราทั้งหมดต่างก็อยากเห็นเกมลีกลงเล่นกันในสนาม และต่อหน้าแฟนบอลคับคั่ง นี่ไม่ใช่วิธีที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลสกอตดิชจะต้องการให้เป็นบทสรุปซีซั่น แต่ เนื่องจากสถานการณ์ที่ร้ายแรงและไม่เคยปรากฏมาก่อนที่เราต้องเผชิญ ทำให้บอร์ดเห็นพ้องกับข้อตกลง ว่านี่คือวิธีเดียวที่สามารถทำให้ทุกอย่างก้าวไปข้างหน้า"
 
"โควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงในการแข่งขันกีฬาทั่วโลก และผลสะท้อนกลับจะยาวนานขึ้น ข้อจำกัดของรัฐบาลสกอตติชและความกังวลที่ลึกซึ้งสำหรับทั้งผู้เล่นและผู้ชม เป็นสิ่งที่เอสพีเอฟแอลคำนึงถึงอย่างรอบด้าน และเราต้องขอขอบคุณสโมสรพรีเมียร์ชิพที่ให้การสนับสนุนการตัดสินใจครั้งนี้"
 
นีล ดอนแคสเตอร์ ประธานบริหารเอสพีเอฟแอล : "วันศุกร์ที่ผ่านมา สโมสรในแลดโบรคส์พรีเมียร์ชิพได้แสดงมุมมองที่ชัดเจน และเป็นเอกฉันท์ ว่าไม่มีโอกาสที่จะทำให้การแข่งขันสามารถเป็นจริงได้แล้วในซีซั่น 2019/20" 
 
"คณะกรรมการเอสพีเอฟแอล ประชุมกันในเช้าวันนี้ และสอดคล้องกับข้อตกลงของสโมสรสมาชิกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมการตัดสินว่าลีกซีซั่น 2019/20 ต้องถูกยุติลง"
 
"การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้เราสามารถจ่ายค่าธรรมเนียมประมาณ 7 ล้านปอนด์ เพื่อช่วยให้สโมสรอยู่รอดในช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างเหลือเชื่อ เราจะเริ่มประมวลผลการชำระเงินเหล่านี้ทันที"
 
"โฟกัสของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนับจากนี้ จะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องที่ว่า เราจะนำฟุตบอลกลับมาแข่งใหม่ได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุดอย่างไร" 
 
"ฟุตบอลถ้วยในซีซั่นหน้า เบทเฟร็ด คัพ จะเริ่มต้นรอบแรกในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ส่วนฟุตบอลลีก ทั้งสี่ลีกของ 2020/21 จะเริ่มต้นในวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งตรงกับสัญญาถ่ายทอดสดฉบับใหม่ระยะ 5 ปีของเรากับทาง สกาย สปอร์ตส์"
 
"ไม่มีใครควรอยู่ภายใต้ภาพลวงตาใดๆ ต่อความท้าทายและความยุ่งยากซับซ้อนที่จะต้องทำให้ฟุตบอลสกอตติชกลับสู่ภาวะปกติ เราจะติดต่อประสานงานกับรัฐบาลในการก้าวไปข้างหน้า และทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้แน่ใจว่าทั้ง 42 สโมสรของเรา จะสามารถเล่นฟุตบอลอีกครั้งโดยเร็วที่สุด"
 
เอาเข้าจริง เราคงประนามว่า เอสพีเอฟแอล "ใจร้อนเกินไป" ก็อาจไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เรื่องของสุขภาพอนามัยความปลอดภัยต่อชีวิตและร่างกายและคนรอบข้าง ก็เหนืออื่นใด มาก่อนทุกสิ่งอยู่ดี
 
ที่สุดแล้วคือมันเกิดขึ้นแล้ว ไปต่อไม่ได้แล้ว ได้แค่ก้มหน้ายอมรับกันไป และโฟกัสกับการเตรียมพร้อมสำหรับซีซั่นหน้า
 
เปลี่ยนความผิดหวังให้เป็นพลัง
 
ฮาร์ทส์ ยังพอมีลุ้นสู้คดีอยู่อย่างที่ว่าไป
 
แต่สำหรับ เรนเจอร์ส สำหรับ เจอร์ราร์ด... น่าเศร้าที่สู้อุตส่าห์ทำมาดีขนาดนี้ ยังถูกพรากความหวังและความฝันไปเสีย  
 
แต่ก็นั่นแหละ จงเปลี่ยนความผิดหวังให้เป็นพลัง
 
สกอตติช พรีเมียร์ชิพ ซีซั่นหน้า 2020/21 ทะลักเดือดแน่ด้วยแรงแค้นจาก สตีวี่ จี และชาวคณะไลท์บลูส์...
 
 
ไกด์เถื่อน เรียบเรียง