TODAY NEWS

มาดามเดียร์หนุนอาเซียนเป็นเจ้าภาพบอลโลก 2034

4 พ.ย. 2562
"มาดามเดียร์" วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และอดีตผู้จัดการทีมชาติไทย ชุดแชมป์ฟุตบอลซีเกมส์ 2017 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุค แฟนเพจ สนับสนุนการร่วมมือกับประเทศอาเซียนในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034
 
กระแสการร่วมมือกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปีดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากมีการประชุมรัฐมนตรีกีฬาอาเซียน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยมีการตอบรับมติในที่ประชุมในการดำเนินเรื่องดังกล่าว อีกทั้งเรื่องดังกล่าว ยังได้รับการสนับสนุนจากฟีฟ่า ในการประชุมสุดยอดอาเซียน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาด้วย
 
ล่าสุด "มาดามเดียร์" อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ได้โพสต์ข้อความสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว และเชื่อว่าการร่วมมือกันเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกของประเทศกลุ่มอาเซียน จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกได้ทั้งระยะสั้น และระยะยาว รวมถึงเป็นการยกระดับชาติกลุ่มอาเซียน ให้มีชื่อเสียงในระดับโลกด้วย
 
ข้อความดังกล่าวระบุว่า "#บอลโลก2034 #อาเซียนซัมมิท #ASEAN #FIFA"
 
"หนุน”อาเซียน”เจ้าภาพบอลโลก2034 แม้เส้นทางมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ"
 
"หลังจากที่สมาชิกอาเซียนประกาศจับมือเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2034 ที่เกิดขึ้นในการประชุมอาเซียนซัมมิท ต้องบอกว่าทำให้เดียร์และเชื่อว่าแฟนบอลอีกหลายคนต้องดีใจเป็นพิเศษ เพราะฟุตบอลโลกนอกจากจะเป็นความฝันสูงสุดของวงการฟุตบอลทีมชาติ แต่การจัดงานยังช่วยกระตุ้นระบบหมุมเวียนเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและยาวให้กับประเทศ ยกระดับกลุ่มอาเซียนให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลก แต่เป้าหมายจะไปได้ถึงจริงหรือไม่ นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ"
 
"1. จากตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะได้รับเทียบกับมูลค่าการลงทุน หากเราดูกรณีตัวอย่างเจ้าภาพในรอบ 3 ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ก็ต้องบอกว่า ทั้งกรณีแอฟริกาใต้ บราซิลและรัสเซีย ต่างล้วนอยู่ในสภาวะที่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งมาจากสาเหตุหลายปัจจัย เช่น ทั้ง 3 ประเทศล้วนมีต้นทุนค่าก่อสร้างสนามแข่งขัน และพื้นฐานสาธารณูปโภคอื่นๆที่สูงมาก โดยเฉพาะหากเราย้อนดูกรณีเมื่อครั้งที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพปี 2006 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการกอบโกยรายได้เข้าประเทศเพราะมีความพร้อมอยู่แล้ว เมื่อเทียบกับบราซิลที่งบประมาณก่อสร้างบานปลาย มีปัญหาคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นมากมาย จนสร้างสนามเสร็จวินาทีสุดท้ายก่อนพิธีเปิด"
 
"2. ความเป็นเอกภาพของประเทศในอาเซียน ในการร่วมกันจัดงาน ยกตัวอย่างงานพิธีเปิด-ปิด ของฟุตบอลโลกที่จะถือเป็นไฮไลท์สำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เราจะมีมาตรการอย่างไรในการคัดเลือกประเทศที่มีความพร้อมที่สุดในการเป็นเจ้าภาพ ซึ่งถ้าดูจากความพร้อมสนามปัจจุบันที่ต้องมีจำนวนที่นั่งอย่างน้อย 80,000 ที่นั่งตามข้อกำหนดของฟีฟ่า ก็ดูเหมือนจะมีเฉพาะ 2 ประเทศในอาเซียนที่มีความพร้อมปัจจุบันคือ อินโดนีเซียและมาเลเซีย เพราะสนามราชมังคลาฯของไทยที่ใหญ่ที่สุดสามารถจุคนได้เพียงประมาณ 49,000 คนเท่านั้น ดันนั้นหากไทยต้องการคว้าพิธีเปิด หรือปิดฟุตบอลโลกมาจัดเองก็ต้องมีการลงทุนสนามแข่งเพิ่มเติม"
 
"นับว่ายังมีความท้าทายอีกหลายจุดโดยเฉพาะในการเตรียมทีมชาติเพื่อให้ทัดเทียมกับนานาชาติได้ หากอาเซียนต้องการเป็นเจ้าภาพจริง การพัฒนาวงการกีฬาฟุตบอลก็คงต้องทุ่มเทความสำคัญนับเป็นวาระหลักของประเทศอีกหนึ่งวาระ ส่วนจะคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหนก็คงอยู่ที่ความสามารถของรัฐบาลที่จะวางแผนควบคุมต้นทุนไม่ให้เกิดปัญหาดังเช่นในกรณีประเทศบราซิล แต่ที่สำคัญแน่ๆคือ การลงทุนครั้งนี้สิ่งหนึ่งที่ประเมินค่าไม่ได้คือ ความสุขและความภูมิใจของแฟนบอลอาเซียนทุกคน และอีกสิ่งสำคัญนั่นคือความสามัคคีของคนในชาติที่สามารถสร้างได้ด้วยกีฬาค่ะ ⚽️"