TODAY NEWS

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง บนจักรวาลคู่ขนาน

26 มี.ค. 2563
ถ้าหากว่ามิติคู่ขนานมีจริง และเราสามารถย้อนกลับไปหาตัวเองในอดีตได้ มันก็น่าสนใจนะครับว่าตัวเราในอดีตจะตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเองในมิติคู่ขนานนั้นอย่างไร? 
 
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเลือกแต่งตั้ง เดวิด มอยส์ มาเป็นทายาทป๋าหรือไม่? อาร์เซน่อลจะเลือกใช้ออปชั่นซื้อตัว เชส ฟาเบรกาส กลับมาหรือเปล่า? เชลซีจะทุ่มเงินดึงตัว อัลบาโร่ โมราต้า หรือ โรเมลู ลูกากู มาให้ อันโตนิโอ คอนเต้ ใช้งานกันแน่? 
 
และ "ราฮีม สเตอร์ลิ่ง" ที่เพิ่งออกมาพูดถึงลิเวอร์พูลว่ายังรักและมีพวกเขาอยู่ในใจตลอดเวลานั้น ก็อาจจะอยากเดินทางข้ามเวลาไปหาตัวเองในวัยเด็กเพื่อบอกอะไรบางอย่างกับราฮีมน้อย เช่นเดียวกัน
 
 
ราฮีม สเตอร์ลิ่งบนวัย 25 ปี ได้เดินทางกลับไปยังปี 1999 ณ โรงแรมสโตน บริดจ์
 
ความทรงจำของเขาถูกรื้อค้นกลับขึ้นมาราวกับแฟลชแบ็คในภาพยนตร์ เขาจำความได้ว่าตัวเขาในเวลานั้นมีอายุแค่ประมาณ 5-6 ขวบเท่านั้น และเพิ่งจะย้ายจากจาเมกามาอยู่ที่ลอนดอนพร้อมกับพี่สาว โดยที่คุณแม่ของเขาทำงานยังเป็นแม่บ้านอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้
 
เขาจำได้แม่นยำว่าราฮีมน้อยจะต้องตื่นมาตั้งแต่ตี 5 พร้อมพี่สาวเพื่อมาช่วยแม่ทำความสะอาด และเขาก็ยังจำได้ชัดเจนอีกว่าเมื่อเสร็จงาน เจ้าราฮีมน้อยจะวิ่งมาหาอะไรกินที่ตู้หยอดเหรียญ​เสมอ
 
นั่นไง! เขาเห็นราฮีมน้อยวิ่งมาที่ตู้หยอดเหรียญแล้ว
 
ก่อนที่ราฮีมน้อยจะหยอดเหรียญ​ลงในตู้ เขาก็รีบทักตัวเขาในอดีตขึ้นมาทันที "บอนตี้ บาร์ใช่มั้ยไอ้หนู?"
 
ราฮีมน้อยชะงักไปนิด ก่อนจะพยักหน้ารับ "ใช่ฮะ คุณรู้ได้ยังไง?"
 
เขายื่นบอนตี้ บาร์ให้ราฮีมน้อย ก่อนจะยิ้มกว้่าง ๆ "ฉันเลี้ยงนายเอง"
 
"ขอบคุณ​ครับ ว่าแต่คุณเป็นใคร?"
 
"ฉันเหรอ? อืม... นายในตอนโตล่ะมั้ง"
 
 
บนดาดฟ้าของโรงแรม ราฮีมน้อยและราฮีมจากโลกอนาคตนั่งกินบอนตี้ บาร์อยู่ข้าง ๆ กัน
 
"ไอ้หนู นายรู้มั้ยว่าชีวิตนายต่อจากนี้มันจะมีทางเลือกเข้ามาให้นายต้องตัดสินใจมากมายเลยล่ะ"
 
"อะไรบ้างครับ" ราฮีมน้อยถามพร้อมเคี้ยวขนมในปาก
 
"นายน่ะแม่งเป็นเด็กดื้อ เบื่อการเรียนและเฝ้ารอแต่ช่วงพักกลางวันเพื่อที่จะได้ลงไปเตะฟุตบอล"
 
ราฮีมน้อยแทบสำลักเมื่อถูกจี้จุดในใจ แต่ก็แอบอมยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก
 
"นายชอบคิดว่าตัวเองเป็นโรนัลดินโญ่ตอนเตะบอล คนอื่นอาจหัวเราะเยาะนาย แต่เชื่อฉันสิ! นายไม่แคร์มันหรอก เพราะนั่นคือสิ่งที่นายทำแล้วมีความสุขมากที่สุดแล้ว"
 
"แล้วผมจะเก่งเหมือนโรนัลดินโญ่มั้ยครับเมื่อโตขึ้น"
 
"ฉันบอกไม่ได้หรอก, แต่นายจะได้ย้ายไปโรงเรียนที่ใหญ่ขึ้นและที่นั่นนายจะได้พบกับชายที่ดีกับนายมาก ๆ เขาชื่อว่า -​ ไคลฟ์ เอลลิงตัน -​ เขาเป็นคนที่ช่วยเหลือนายเยอะแยะมากมาย"
 
"เขาเป็นใครเหรอครับ?"
 
"เขาเป็นคนธรรมดาคนนึงที่คอยให้คำปรึกษากับเด็กที่ไม่มีพ่ออย่างเรา นายไว้ใจเขาได้นะ เขาเป็นคนดีมากคนนึง, ไคลฟ์จะเป็นคนที่พานายไปสู่อาชีพที่นายฝันถึง เขาจะพานายไปเล่นในซันเดย์ ลีก"
 
"ว้าว! แล้วได้เงินมั้ยครับ"
 
เขาอมยิ้มเมื่อได้ฟังคำถามไร้เดียงสานี้ แม้เขาเองจะรู้คำตอบแล้วว่าคืออะไร แต่ก็แสร้งอดถามราฮีมน้อยไม่ได้
 
"ทำไมถึงคิดแต่เรื่องเงินล่ะ?"
 
"เพราะแม่ผมลำบากมากไงครับ ผมอยากให้แม่กับพี่สาวสบาย"
 
"ได้สิ แต่ไม่มากหรอกนะ สิ่งสำคัญ​คืออายุแค่นี้นายจงมีความสุขกับการเล่นฟุตบอลไปก่อนแค่อย่างเดียวพอ เรื่องอื่นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม นายค่อยเริ่มคิดถึงมัน"
 
 
บอนตี้ บาร์ชิ้นแรกหมดไปแล้ว เขายื่นชิ้นของเขาให้กับราฮีมน้อยอย่างไม่ลังเล
 
"คุณไม่กินเหรอครับ?"
 
"ไม่ล่ะ นายกินเถอะ"
 
"แล้วผมจะได้เล่นให้ลิเวอร์พูล​มั้ยครับ ผมเป็นแฟนพันธุ์​แท้ทีมนี้เลยนะ" ราฮีมน้อยพูดพลางกัดบอนตี้ บาร์ชิ้นที่ 2 เข้าปาก
 
"แน่นอน! และที่นั่นจะดูแลนายเป็นอย่างดีเลย พวกเขาจะส่งชายแสนดีคนนึงที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 1970 มาคอยดูแลนายโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ที่นั่นเป็นครอบครัวใหญ่ของนาย นายแค่โฟกัสเรื่องฟุตบอลเพียว ๆ ทุ่มเทให้กับมันแล้ววันนึงโอกาสของนายจะมาถึงเอง"
 
"มีบอนตี้ บาร์ให้กินมั้ย?"
 
"มี แต่นายจะได้กินเบค่อน บัตตี้ทุกมื้อและพวกเขาจะควบคุมโภชนาการของนาย"
 
ราฮีมน้อยทำหน้าจ๋อย ๆ
 
"เชื่อฉันสิ มันดีกับตัวนายมาก ๆ ที่นั่นจะช่วยหล่อหลอมนายให้เป็นนักกีฬาชั้นยอดได้อย่างแน่นอน"
 
"แฟนบอลลิเวอร์พูล​รักผมมั้ย?"
 
ราฮีมจากโลกปัจจุบันนิ่งไปครู่ใหญ่ เขานึกคำตอบที่ดีให้กับราฮีมน้อยไม่ทันจริง ๆ
 
"ฉันตอบไม่ได้, แต่นายจำไว้นะ เมื่อถึงจุดนึงในชีวิตนายมีเส้นทางสำคัญ​ที่ต้องเลือก และไม่ว่านายจะเลือกเส้นทางไหนก็ตาม ฉันขอให้นายอย่าเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองเลือกเด็ดขาด อย่าได้สนใจกับสิ่งที่คนอื่นพูดในเรื่องที่นายรู้ว่ามันไม่จริง"
 
"เช่นเรื่องอะไรครับ?"
 
"เรื่องที่ว่านายเป็นพวกหลงแสงสี ชอบเพชรพลอย เป็นคนหน้าเงิน ฉันไม่รู้นะว่าเรื่องพวกนี้มาจากไหน จงจำที่ฉันบอกไว้ให้ดีว่ามันมีบางคนที่เกลียดนายจากสิ่งที่เขารู้เรื่องที่ไม่จริงมา แต่นายต้องไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาทำงานของนายไป ฉันเชื่อว่าวันหนึ่งคนจะรู้เองว่านายไม่ใช่คนแบบนั้น"
 
บอนตี้ บาร์ในมือราฮีมน้อยเริ่มไม่อร่อยเสียแล้ว เขาลดขนมลงมาวางบนตัก แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย
 
"ผมจะถูกเกลียดเหรอครับ?"
 
ราฮีมยิ้ม ก่อนเอามือลูบหัวตัวเขาในวัยเด็กแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า
 
"ทุกอย่างอยู่ที่ตัวนาย ฉันคาดเดาอนาคตอะไรของตัวนายที่นี่ไม่ได้ นายอาจเป็นตำนานที่ลิเวอร์พูลหากไม่ย้ายไปไหน หรืออาจจะมีอนาคตที่ดีกว่าฉัน หรืออาจแย่กว่าฉันก็ได้ สิ่งสำคัญคือจงอย่าเสียใจกับทุกการตัดสินใจในชีวิตของนาย แม้มันจะไม่ถูกใจใครเลยก็ตาม" 
 
"ทำไมล่ะครับ?"
 
"เพราะเราได้เลือกมันไปแล้ว ไม่ว่าจะถูกหรือผิด จงทำให้มันเต็มที่และมีความสุขกับมันให้มากที่สุดก็พอ"
 
 
หมุนเข็มนาฬิกากลับมายังปัจจุบัน...
 
ราฮีม สเตอร์ลิ่งนั่งอยู่ในบ้านหลังโตของตัวเขาเอง มีรูปถ่ายของแม่และพี่สาววางอยู่บนตู้โชว์ ขนาบข้างด้วยเหรียญ​รางวัลสีทองหลายเหรียญ ชั้นบนมีถ้วยเกียรติยศ​อย่างผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปีของลิเวอร์พูล​ 2 ครั้ง, รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ 1 ครั้ง และรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้สื่อข่าวอีก 1 ครั้ง
 
ไม่มีใครรู้ว่าทางเดินของเขาในจักรวาลปัจจุบันนี้ คือการตัดสินใจที่ถูกหรือผิด
 
แต่สำหรับราฮีม สเตอร์ลิ่งเอง ผมมั่นใจว่าเขาไม่เคยเสียใจกับทุกการตัดสินใจบนเส้นทางอาชีพของเขา แม้จะมีความคิดถึงลิเวอร์พูลอยู่ในหัวใจตลอดเวลาก็ตาม
 
เพราะเขาได้ทำมันเต็มที่กับทุกเส้นทางที่เลือกมาแล้ว ชนิดที่ใครก็เถียงไม่ได้จริง ๆ
 
 
Mr.X_วีว่าซอค
 
ข้อมูลการเขียน: บทความนี้เป็นเรื่องแต่งที่หยิบยกเรื่องราวจริง ๆ ของราฮีม สเตอร์ลิ่งมาเรียบเรียงใหม่ใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบนิยาย โดยเรื่องราวเกิน 90% คือสิ่งที่ราฮีมเขียนไว้ในเว็บไซต์ Player's Tribune จริงครับ