TODAY NEWS

แข้งดาวรุ่งสัญชาติไทยในต่างแดน

2 มิ.ย. 2563
กระแสยอดฮิตของวงการฟุตบอลในเวลานี้ นอกจากเรื่องการกลับมาของฟุตบอลลีกใหญ่ในยุโรป และการเตรียมตัวฝึกซ้อมของสโมสรในไทยลีกบ้านเราแล้ว "นักเตะไทยในต่างแดน" ก็คงจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ฮอตฮิตไม่แพ้กัน
 
ลำพังแค่จะเป็นนักเตะอาชีพในไทย ก็แสนจะยากลำบากอยู่แล้ว แต่พวกเขาเหล่านี้ ยังคงเลือกที่จะมุ่งหน้าไปไล่ล่าความฝันของตัวเองที่ต่างแดน ซึ่งแต่ละคนก็ไปอยู่ในประเทศที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น สเปน, โปรตุเกส, เยอรมนี หรือประเทศอื่นๆ
 
เวลานี้ แม้ความพยายามของพวกเขาจะยังไม่เห็นผลชัดเจน เพราะหลายคนก็อายุยังน้อย และยังต้องเล่นให้กับทีมเยาวชนอยู่ แต่ก็คงจะใช้เวลากันอีกไม่นาน ผลตอบแทนของความพยายามที่ทำมาโดยตลอดก็คงจะเริ่มแสดงผลกันแล้ว
 
แต่นักเตะไทยในต่างแดนที่ว่ามานั้นมีใครกันบ้าง มาดูกันเลย
 
อชิตพล คีรีรมย์ สโมสร ทีเอสวี 1860 โรเซ่นไฮม์ ประเทศเยอรมนี (กองหน้า)
เจ้าไม้ อชิตพล พื้นเพเดิมก็เป็นเด็กไทย ที่เติบโตในประเทศไทยนี่แหละ และตอนเด็กๆ เจ้าไม้ก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญกับกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยนี่เอง แต่ด้วยความจริงจังในการเล่นฟุตบอล คุณแม่ของน้องก็เลยเริ่มศึกษาหาข้อมูลปูทางเดินไปสู่อนาคตที่ดีให้กับลูกชาย
 
"เยอรมนี" คือประเทศปลายทางที่คุณแม่ของเจ้าไม้เลือก และปลายปี 2016 ก็เป็นช่วงเวลาที่ ด.ช.อชิตพล ต้องเดินทางไปยังเมืองเบียร์ หนึ่งในประเทศที่มีวงการฟุตบอลที่ดีที่สุดในยุโรป กับโรงเรียนกีฬาแห่งหนึ่ง
 
หลังจากนั้น 2 ปี เจ้าไม้ ก็ได้รับเลือกให้เข้าไปอยู่ในสังกัดอคาเดมี่ของ ทีเอสวี 1860 โรเซ่นไฮม์ ทีมในดิวิชั่น 4 ของที่นั่น และเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าตัวก็เพิ่งจะเปิดเผยว่ากำลังเจรจากับสโมสรในลีกา 3 ด้วย
 
น่าเสียดายที่ทุกอย่างต้องมาหยุดลงเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่หลังจากสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ทางเราก็เอาใจช่วย ให้น้องได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพ จากทีมดีๆ และกลับมาช่วยสร้างสรรค์สุดยอดผลงานกับทีมชาติไทยต่อไป
 
 
ชยพิพัฒน์ สุพรรณเภสัช สโมสร เอสโตริล ประเทศโปรตุเกส (กองกลาง)
เจ้าเจ็ท คือเด็กไทยในทีมฟุตบอลประเทศโปรตุเกส ที่เพิ่งจะมีข่าวไปเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง แต่การไปอยู่แดนฝอยทองของเด็กคนนี้นั้น แตกต่างจาก เจ้าไม้ ที่เป็นรุ่นพี่สมัยเรียนที่กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยพอสมควร
 
เจ้าเจ็ท เริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆ และสิ่งนี้มันช่วยให้เด็กที่บ้านฐานะธรรมดาคนหนึ่ง ได้เข้าไปเรียนในโรงเรียนดีๆ อย่างกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย รวมถึงโรงเรียนนานาชาติเทรลล์ด้วย
 
และอย่างที่รู้ๆ กันว่า บ้านเราก็จะมีโครงการเกี่ยวกับการคัดเลือกนักเตะเยาวชนไทย ไปฝึกทักษะฟุตบอลในต่างแดนเป็นระยะเวลาสั้นๆ และโครงการของ อัลลิอันซ์ ที่คัดเลือกเด็กไปฝึกที่อคาเดมี่ของ บาเยิร์น มิวนิค ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการบินลัดฟ้าจากไทยสู่โปรตุเกสของเจ้าเจ็ท
 
เจ้าเจ็ท คือหนึ่งในบรรดานักเตะเยาวชนนับพันนับหมื่น ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการนี้ และมันก็ทำให้เขาได้เจอกับชาวต่างชาติรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่สนับสนุนให้เขาไปอยู่ที่ประเทศโปรตุเกส
 
แรกเริ่มเดิมที เจ้าเจ็ทนั้น ถูกส่งไปทดสอบฝีเท้ากับ บราก้า ทีมดังของแดนฝอยทองมาก่อน แต่สุดท้ายแล้ว เจ้าตัวก็ได้ย้ายมาอยู่กับ เอสโตริล ในปัจจุบัน ซึ่งต้นสังกัดของเจ้าเจ็ทในเวลานี้คือ เอสโตริล ปรายยา ทีมในระดับเยาวชน
 
และมันก็เป็นที่น่าเสียดายอีกเช่นกัน ที่เวลานี้ โอกาสในการโชว์ผลงานของเจ้าเจ็ทนั้น ดูจะไม่ค่อยเยอะเสียเท่าไหร่ เพราะปีนี้ก็เป็นปีแรก ที่เจ้าเจ็ท ได้ลงสนามให้กับทีม แถมลีกดันมาปิดหนีโควิด-19 ไปเสียอีก
 
หวังว่าหลังจากลีกเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว เจ้าเจ็ท จะได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้น และผลงานไปเตะตาต้องใจโค้ชทีมชุดใหญ่ จนได้รับโอกาสขึ้นไปแสดงผลงานในลีกอาชีพของโปรตุเกสในสักวัน
 
 
ธาวิม มหจินดาวงษ์ สโมสร โอเอช ลูเวิน ประเทศเบลเยียม (กองกลาง)
เจ้าเซ็คเกิ้น ธาวิน เป็นนักเตะไทยอีกคนที่ค้าแข้งอยู่ที่ประเทศเบลเยียม กับสโมสรโอเอช ลูเวิน จริงๆ ก็ต้องบอกว่าน้องไปอยู่ที่นู่นก่อนที่ ตอง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จะได้ย้ายไปค้าแข้งด้วยซ้ำ เพราะเซ็คเกิ้นนั้น อยู่ในสังกัดมาตั้งแต่ปี 2017
 
เซ็คเกิ้น เป็นนักเตะไทยอีกคน ที่ได้รับโอกาสจากโครงการดีๆ ที่จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหานักเตะไทยไปสัมผัสประสบการณ์ลูกหนังในต่างแดน โดยเจ้าเซ็คเกิ้นนั้น ได้ไปร่วมฝึกซ้อมกับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ในโครงการ ฟ็อกซ์ฮันท์ รุ่นที่ 1
 
ซึ่งการไปกับโครงการฟ็อกซ์ฮันท์ ในปี 2015-2017 ของเซ็คเกิ้นนั้น มันทำให้เด็กคนนี้ ได้รับโอกาสต่อเนื่อง เป็นการโยกย้ายไปอยู่ในอคาเดมี่ของ โอเอช ลูเวิน ในปี 2017 และอยู่โยงกับทีมยาวมาจนถึงตอนนี้
 
ปัจจุบัน เซ็คเกิ้น เล่นให้กับทีมสำรองของ ลูเวิน และกำลังรอโอกาสที่จะได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ซึ่งถ้าหลังจากที่ลีกกลับมาเล่นกันตามปกติ และน้องได้ลงสนามต่อเนื่อง ก็น่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน สำหรั้บการเล่นให้กับทีมชุดใหญ่
 
 
พี่น้องภุมรินทร์ สโมสรฟุตบอลในประเทศเยอรมนี
สุดท้ายมากันแบบเป็นเซ็ทเลย ก็คือสองพี่น้องบ้านภุมรินทร์ เด็กไทยในประเทศเยอรมนี (อีกแล้ว)
 
สองพี่น้องคู่นี้ มีโอกาสได้เดินทางไปฝึกทักษะฟุตบอลไกลถึงเมืองเบียร์เพราะเดิมทีครอบครัวประกอบอาชีพไกด์นำเที่ยวอยู่แล้ว ซึ่งมันก็เป็นบันไดให้ทั้งคู่ ก้าวเข้าสู่การเป็นนักฟุตบอลระดับเยาวชนไกลขนาดนี้
 
เริ่มที่คนพี่อย่าง จิรพัฒน์ ภุมรินทร์ ก่อนเลย คนพี่เนี่ย มีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในสังกัดอคาเดมี่ของ เอฟเอสวี แฟร้งเฟิร์ต ทีมในดิวิชั่น 4 ของประเทศเยอรมนี เล่นตำแหน่งกองหน้า อายุ 16 ปี
 
ส่วนคนน้อง กฤษณะ ภุมรินทร์ ตำแหน่งผู้รักษาประตู ได้รับสัญญาจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ ซึ่งคนน้องนั้น อายุเพียงแค่ 15 ปี แต่สูงถึง 183 ซม. ซึ่งก็ถือว่าสูสีกับเด็กเยอรมันรุ่นเดียวกันพอสมควรเลยทีเดียว
 
น่าเสียดาย ที่ข้อมูลของน้องๆ บ้านภุมรินทร์ ยังมีไม่ค่อยเยอะเท่าใดนัก แต่ถ้าทั้งสองยังคงมุ่งมั่นในเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลอยู่ อีกไม่นานเราก็คงจะได้รู้จักพวกเขามากขึ้นกว่านี้แน่นอน
 
 
นอกจากนักเตะกลุ่มนี้แล้ว ที่ต่างประเทศ ก็ยังมีนักเตะไทยที่ออกไปค้าแข้งอยู่อีกหลายต่อหลายคน เพียงแต่อายุเกินจะเรียกว่าดาวรุ่งกันไปแล้ว แล้วก็ยังมีกลุ่มนักเตะลูกครึ่ง ที่วันนี้เราไม่ได้หยิบยกมาพูดถึงกันอยู่อีกหลายคนเช่นกัน
 
แม้วันนี้ตัวเลขนักเตะไทยในต่างแดน จะยังมีไม่เยอะมากนัก แต่ในอนาคต หากมีการสนับสนุนที่ดีกว่านี้ ทั้งจากครอบครัว และผู้ใหญ่ใจดีในวงการฟุตบอล จนนักเตะสัญชาติไทย มีโอกาสได้ไปโลดแล่นที่ต่างประเทศเยอะขึ้น อีกหน่อยวลีที่ว่า "บอลไทย จะไปบอลโลก" ก็คงจะไม่เกินจริงแล้ว