TODAY NEWS

5 แข้งโสมขาวเคยสร้างชื่อกระหึ่มโลก

11 ก.พ. 2563

เกาหลีใต้สร้างความตื่นตาตื่นใจต่อชาวโลก หลังภาพยนตร์เรื่อง “Parasite” ที่กํากับโดย บอง จุน-โฮ ผงาดคว้า 4 รางวัลในเวทีออสการ์ ปี 2020 รวมถึงคว้ารางวัลใหญ่สุดของงานอย่าง Best Picture หรือภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปีไปครอง ซึ่งทำให้ Parasite กลายเป็นหนังที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ 92 ปีของออสการ์ ที่ชนะรางวัลนี้ได้

 
แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกาหลีใต้สร้างชื่อระดับเวิลด์คลาสให้คนทั้งโลกได้เห็น เพราะนอกจากวงการภาพยนตร์แล้ว ฟุตบอลก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พวกเขาทำให้โลกเห็นมานานแล้วว่า “โสมขาวก็มีของดี”
 
แข้งเกาหลีใต้หลายคนมีผลงานในระดับที่ถูกยกว่าเป็นระดับโลก, บางคนมีฝีเท้าที่สู้กับแข้งชาวยุโรปได้สบายๆ และบางคนก็สร้างความภาคภูมิใจด้วยการฝากชื่อไว้เป็นตํานานกับสโมสรยักษ์ใหญ่
 
..เราไปดูกันว่า 5 แข้งโสมขาวผู้เคยสร้างชื่อกระหึ่มโลกอย่างแท้จริง มีใครกันบ้าง
 
 
1. ชา บุม-กุน
 
 
ยุค 70-80 ในเกาหลีใต้คงไม่มีใครไม่รู้จัก ชา บุม-กุน หรือที่แฟนๆ ขนานนามกันว่า “ชา-บูม” เขาคือนักเตะจากแดนโสมขาวคนแรกที่ไปเปิดทางฟาดแข้งที่ยุโรป 
 
โดยสร้างชื่อกับสโมสร ไอน์ทรัคท์ แฟร้งค์เฟิร์ต ในบุนเดสลีกา ด้วยการลงเล่น 122 นัดและซัดไป 46 ประตู พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ในฤดูกาล 1980-81 รวมถึงคว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ในซีซั่น 1987-1988
 
หลังจากลงเล่นกับทีมอินทรีแดง-ดำ ถึง 4 ฤดูกาล ทำให้ในปี 2013 เขาถูกเลือกให้มีชื่อติดอยู่ในทีม 11 ตัวจริงที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลของ แฟร้งค์เฟิร์ต เรียกได้ว่าเขาฝากชื่อถึงขั้นเป็นตํานานเลยทีเดียว
 
หลังจากย้ายออกจาก แฟร้งค์เฟิร์ต เขายังคงค้าแข้งในเยอรมนีต่อไปกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ก่อนลงเล่นให้กับทีมห้างขายยายาวนานถึง 6 ฤดูกาล โดยลงสนามทั้งหมด 185 นัดและยิงไป 52 ประตู พร้อมพา เลเวอร์คูเซ่น คว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ได้อีกเช่นกันในฤดูกาล 1987-1988 
 
ชา บุม-กุน ครองสถิติสุดยอดในทีมชาติเกาหลีใต้ทั้งลงสนามมากที่สุด (136 นัด ร่วมกับ ฮอง เมียง-โบ) และเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมโสมขาว ด้วยผลงาน 58 ลูก
 
นอกจากนั้นแล้ว นี่ยังเป็นนักเตะที่ถูกบันทึกสถิติไว้ว่า “ลงเล่นให้ทีมชาติครบ 100 นัดด้วยอายุน้อยที่สุดในโลก” ด้วยวัยเพียง 24 กับ 139 วันเท่านั้น ถือเป็นตำนานนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของเกาหลีใต้อย่างแท้จริง
 
 
2. ฮอง เมียง-โบ
 
 
แม้เกือบทั้งชีวิต ตำนานกองหลังรายนี้จะค้าแข้งแต่ในเอเชียมาเกือบตลอด โดยไม่เคยไปเล่นในยุโรป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะฝากชื่อไว้เป็นตํานานไม่ได้ 
 
นี่คือนักเตะที่ลงสนามรับใช้ชาติมากที่สุดตลอดกาลร่วมกับตำนานดาวยิงอย่าง ชา บุม-กุน แต่สิ่งที่ ฮอง เมียง-โบ แตกต่างจากตำนานดาวยิงโสมขาว ก็คือเขาผ่านเวทีอย่างฟุตบอลโลกมาแล้ว แถมเป็นนักเตะเอเชียคนแรกที่ลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 4 ครั้งติดต่อกัน (1990, 1994, 1998 และ 2002) 
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2002 เขาคือกัปตันทีมชาติเกาหลีใต้ ชุดสร้างประวัติศาสตร์เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ และนั่นคือผลงานที่ดีที่สุดตลอดกาลที่ทีมโสมขาวเคยทำได้ในทัวร์นาเมนต์เวิลด์คัพ โดยที่ เมียง-โบ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมอันดับ 3 รองจาก โอลิเวอร์ คาห์น ของเยอรมนี และ โรนัลโด้ ของบราซิล 
 
ในปี 2004 ฮอง เมียง-โบ ยังเป็นนักเตะเพียงหนึ่งใน 2 คนจากเอเชีย ร่วมกับ ฮิเดโตชิ นากาตะ อดีตกองกลางทีมชาติญี่ปุ่น ที่มีชื่อติดทำเนียบ “ฟีฟ่า 100” หรือ 100 นักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของโลก เมื่อปี 2004 ซึ่งเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีของการจัดตั้งฟีฟ่าอีกด้วย
 
 
3. อี ยอง-เปียว
 
 
สร้างชื่อจากการเป็นหนึ่งในขุนพลโสมขาว ชุดคว้าอันดับ 4 ฟุตบอลโลกปี 2002 หลังจากนั้นเขาถูก กุส ฮิดดิ้งค์ ดึงตัวไปร่วมทัพ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เมื่อปี 2003 ก่อนสร้างชื่อและถูกขนามนามว่าเป็นแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดในลีกดัตช์ในช่วงเวลาที่เขาลงเล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซีซั่น 2004-05 ที่พา พีเอสวี ไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
 
ในปี 2005 อี ยอง-เปียว โยกไปค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกกับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยค่าตัวสุดคุ้มเพียง 1.35 ล้านปอนด์ ก่อนจะอยู่เล่นในถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน ถึง 3 ฤดูกาลเต็มๆ โดยลงสนามรวมทุกรายการไปถึง 93 นัด และเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมชุดคว้าแชมป์ ลีก คัพ ในปี 2008 ซึ่งเป็นแชมป์รายการสุดท้ายของทีมไก่เดือยทองมาจนถึงตอนนี้
 
หลังจากนั้น แบ็กซ้ายรายนี้ยังได้ไปเล่นในต่างแดนต่อเนื่อง ทั้งกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในปี 2008, อัล ฮิลาล ที่ซาอุดิอาระเบียในปี 2009 ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้ แวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์ ที่ เมเจอร์ลีก ซอคเก้อร์ เป็นสโมสรสุดท้าย แล้วจึงแขวนสตั๊ดในปี 2013
 
 
4. พาร์ค ชี-ซอง 
 
 
เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของทีมชาติเกาหลีใต้ชุดสร้างประวัติศาสตร์คว้าอันดับ 4 ฟุตบอลโลก 2002 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นคนซัดประตูชัยดับ โปรตุเกส 1-0 ในเกมชี้ชะตารอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะถูก กุส ฮิดดิ้งค์ ดึงตัวไปร่วมทัพ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เมื่อปี 2003 ร่วมกับ อี ยอง-เปียว 
 
แม้ช่วงแรกๆ ที่ไปเล่นในฮอลแลนด์ เขาจะยังโชว์ฟอร์มไม่ดีนัก แต่หลังจากที่ พีเอสวี ปล่อยตัว อาร์เยน ร็อบเบน ไปให้ เชลซี ในปี 2004 ทำให้ “ตี๋พาร์ค” กลายเป็นตัวหลักในแนวรุกของทีมอย่างเต็มตัว ก่อนระเบิดฟอร์มพีคสุดๆ ในฤดูกาล 2004-05 ที่พาทีมไปไกลถึงรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก และถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลกองหน้ายอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของยูฟ่า
 
หลังสร้างชื่อกระหึ่มวงการกับ พีเอสวี ทำให้ในช่วงซัมเมอร์ปี 2005 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุ่มเงิน 4 ล้านปอนด์ดึงตัวไปร่วมทัพ ก่อนที่เขาจะกลายเป็นนักเตะเกาหลีใต้เพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปครอง โดยคว้าได้ถึง 4 สมัย ตลอดช่วงเวลา 7 ปีที่เล่นในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
 
ในปี 2009 พาร์ค ชี-ซอง ยังกลายเป็นนักเตะเกาหลีใต้คนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พ่าย บาร์เซโลน่า 0-2 ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่เป็นลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะจอมขยัน และสารพัดประโยชน์มากที่สุดคนหนึ่งของทีม โดยมักได้ลงตัวจริงในเกมบิ๊กแมตช์ และยิงประตูในนัดสำคัญได้บ่อยครั้ง
 
น่าเสียดายที่เขาไม่ได้อยู่กับทีมในฤดูกาล 2012-13 ที่เป็นซีซั่นสุดท้ายที่ เซอร์ อเล็กซ์ คุมทีม เพราะถูกขายให้ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ไปเสียก่อน ก่อนที่จะกลับไปแขวนสตั๊ดกับ พีเอสวี ในปี 2014 ซึ่งเจ้าตัวตัดสินใจเลิกค้าแข้ง เพราะปัญหาอาการบาดเจ็บที่เข่าเรื้อรังในช่วงบั้นปลายอาชีพ
 
ขณะที่ผลงานในระดับทีมชาติ เขาผ่านเวทีระดับฟุตบอลโลกถึง 3 สมัย (2002, 2006 และ 2010) โดยในปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ เขาสวมปลอกแขนกัปตันทีม และพาทีมเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย
 
 
5. ซอน ฮึง-มิน 
 
 
ว่ากันว่านี่คือนักเตะเอเชียที่เก่งที่สุดตลอดกาลเท่าที่โลกเคยมีมา และมีฝีเท้าเทียบเคียงกับนักเตะชั้นนำของยุโรปได้อย่างไร้ข้อกังขา ซึ่งปัจจุบันคือกําลังหลักของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ชนิดที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว
 
ซอน ฮึง-มิน ไม่เคยค้าแข้งในบ้านเกิดมาก่อน เพราะเข้าสู่ทีมอะคามี่ของ ฮัมบูร์ก ตั้งแต่อายุ 16 ปี ก่อนจะสร้างผลงานโดดเด่นในบุนเดสลีกา ด้วยการยิงในลีกเมืองเบียร์รวมกันถึง 41 ประตูให้กับ ฮัมบูร์ก และ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น
 
ในปี 2015 เขากลายเป็นนักเตะเอเชียที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อย้ายจากทีมห้างขายยาไปอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยราคา 22 ล้านปอนด์ ก่อนเป็นกำลังสำคัญพา สเปอร์ส ทำอันดับติดท็อปโฟร์ในทุกซีซั่นที่เขาอยู่กับทีม และพาทีมเข้าชิง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2018-19 
 
สตาร์วัย 27 ปี ยังครองสถิตินักเตะชาวเอเชียที่ยิงประตูได้มากที่สุดตลอดกาลในพรีเมียร์ลีก เมื่อซัดไป 49 ประตูจากการลงเล่น 195 นัดให้ สเปอร์ส 
 
นอกจากนั้น ซอน ฮึง-มิน ยังเป็นผู้เล่นที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ เอเอฟซี ที่เล่นในระดับนานาชาติได้มากที่สุดถึง 3 สมัยด้วยกัน และรั้งตำแหน่งกัปตันทีมชาติเกาหลีใต้คนปัจจุบันด้วย
 
 
นักเตะเหล่านี้นอกจากจะเป็นความภาคภูมิใจของเกาหลีใต้แล้ว พวกเขายังเป็นความภาคภูมิใจของทวีปเอเชียด้วย ซึ่งจากความสำเร็จทั้งในวงการบันเทิงและกีฬา ทำให้เราสามารถคาดหวังได้เต็มๆ ว่าในอนาคต เราคงได้เห็นบุคลากรในเอเชียไปแสดงความสามารถให้โลกได้เห็นอีก