TODAY NEWS

พ.ร.ก.ฉุกเฉินกระทบไทยลีกอย่างไร

24 มี.ค. 2563
และแล้วก็ถึงเวลา และแล้วพ.ร.ก.ฉุกเฉินก็มา สิ่งที่หลายๆ คนกำลังรอ (หรือเปล่า) ตอนนี้ก็มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่
 
การประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้ จะเริ่มบังคับใช้กันในวันที่ 26 มี.ค. ซึ่งก็ยังเหลือเวลาอยู่อีก 2 วันนับตั้งแต่ตอนที่กำลังเขียนเรื่องนี้อยู่ (24 มี.ค.) ยังไงก็อยากให้ทุกคนเช็คเรื่องข้อห้ามต่างๆ กันให้ดีก่อน เดี๋ยวจะเดือดร้อนกันได้
 
แต่ก่อนที่จะเข้าเรื่องว่าการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้มันเกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลยังไง เราต้องขออธิบายก่อน ว่าสิ่งนี้มีขึ้นมาเพื่ออะไร และทำไมตอนนี้เราต้องประกาศใช้มาตรการนี้กัน
 
พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะสามารถประกาศใช้ได้ก็ต่อเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่นมีการก่อการร้าย, การใช้กำลังประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน, มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่มีความรุนแรงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล และมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ยุติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
 
ซึ่งวันนี้ (24 มี.ค.) ประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมทั้งหมด 827 ราย เสียชีวิตรวม 4 ราย และรักษาหายทั้งหมด 52 ราย และยังมีทีท่าว่าจะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง (บวกกับเชื้ออาจจะกำลังกระจายออกไปทั่วประเทศ จากการเดินทางออกต่างจังหวัดของคนจำนวนมาก) มันทำให้คณะรัฐมนตรี ตัดสินใจประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 มี.ค. เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้โดยเร็วที่สุด
 
ทว่า "การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ในวันที่ 26 มี.ค. นี้ มันจะส่งผลกระทบต่อเกมไทยลีกไปด้วย
 
แม้ว่าตอนที่กำลังเขียนเรื่องนี้อยู่ ทางรัฐบาลจะยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดใดออกมา นอกเหนือจากการบอกให้ประชาชนเตรียมความพร้อมสำหรับเคอร์ฟิลในอีก 2 วันข้างหน้านี้ แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่าจะออกมาตรการใดมา มันย่อมจะส่งผลต่อรายการไทยลีกทุกดิวิชั่นแน่นอน ไม่มากก็น้อย
 
แต่มันกระทบยังไง ไปดูกัน
 
การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เป็นการประกาศใช้เพื่อควบคุมสถานการณ์ร้ายแรงต่างๆ ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งนี้ มันคือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
 
ตามมาตราที่ 9 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระบุเอาไว้ว่า ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงโดยเร็ว หรือป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายแรงมากขึ้น ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
 
1. ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น
2. ห้ามมิให้มีการชุมนุมมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ หรือการกระทำใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
3. ห้ามการเสนอข่าว การจําหน่าย หรือทําให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทําให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวหรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทําให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือทั่วราชอาณาจักร
4. ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกําหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ
5.ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่ใดๆ
6.ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กําหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนดังกล่าว หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ที่กําหนด
 
นี่คือออปชั่นการใช้งาน ที่คณะรัฐมนตรีจะประกาศข้อกำหนดต่างๆ ออกมาในวันที่ 26 มี.ค. นี้หลังจากที่มีการใช้งานพ.ร.ก.ฉุกเฉินเต็มตัวกันแล้ว ซึ่งเกมไทยลีกตามความเข้าใจของเราเนี่ย มันจะคาบเกี่ยวกับข้อกำหนดในข้อ 1, 2, 5 และ 6
 
มันเกี่ยวยังไง เลื่อนอ่านต่อเลยจ้า
 
ข้อ 1 ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น
ข้อนี้เรารู้จักกันดีอยู่แล้วในนามของ "เคอร์ฟิว" ซึ่งหลายคนมักจะเข้าใจผิด ว่าเคอร์ฟิวกับพ.ร.ก.ฉุกเฉินคืออันเดียวกัน จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่มักจะมาคู่กันเฉยๆ เท่านั้น
 
หลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก. แล้ว ถึงจะกำหนดเวลาเคอร์ฟิวได้ ซึ่งมันก็แล้วแต่การประชุมของคณะรัฐมนตรี ว่าจะประกาศหรือไม่ (แต่ที่ผ่านๆ มาก็คือประกาศ)
 
เมื่อมีการกำหนดเวลา พี่ไทยลีกเราก็งานเข้าไปเลยจ้า เพราะว่าเกมลีกเราเนี่ย ส่วนมากจะเตะกันตอน 17.45 น. - 20.00 น. ใช่ไหมล่ะ ถ้าสมมติว่าเวลาเคอร์ฟิวออกมา 18.00 น. (คาดว่านะ ประกาศจริงออกมาอาจจะไม่ใช่) ก็เตรียมตัวนอนอยู่บ้านกันต่อได้เลย
 
ข้อ 2 ห้ามมิให้มีการชุมนุมมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ หรือการกระทำใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย, ข้อ 5 ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่ใดๆ และ ข้อ 6 ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กําหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนดังกล่าว หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ที่กําหนด
อันนี้ขอรวบยอดเลย เพราะผลปลายทางหน้าตาคล้ายๆ กัน แม้ว่าการไปสนามกีฬาตามข้อ 2 มันจะไม่ได้ผิดพระราชบัญญัติการชุมนุมก็ตาม
 
แต่ถ้าสุดท้ายแล้ว กำหนดในพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาว่า ห้ามไม่ให้มีการแข่งขันกีฬา, ห้ามใช้สนามกีฬา และห้ามเข้าสนามกีฬา ออกมาล่ะก็ น้ำตานองอาบสองแก้ม นอนเหงากันยาวไปแน่นอน
 
และเมื่อรวบข้อกำหนดทั้ง 4 ข้อที่จะมีส่วนคาบเกี่ยวกับศึกไทยลีกที่เรารักเข้าด้วยกันแล้ว มันก็สรุปใจความได้คร่าวๆ แบบที่เราคิดไปเองกันได้ว่า เกมไทยลีกที่จะกลับมาเตะกันในวันที่ 18 เม.ย. นี้ ยังมีโอกาสที่จะโดนเลื่อนออกไปก่อน หากรัฐบาลประกาศห้ามทำอะไรก็ตาม ที่มันจะเกี่ยวเนื่องไปถึงกีฬาสุดโปรดปราณของเราๆ
 
แม้ว่าทาง พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะยืนยันหนักแน่น ว่ายังไงๆ ไทยลีกจะต้องกลับมาลงเล่นตามกำหนดการที่วางเอาไว้ให้ได้ แต่สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างมันก็ต้องขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของคนส่วนมากไว้ก่อน
 
นอกเหนือจากเรื่องการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ก็ยังมีเรื่องของการสุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของนักเตะ และทีมงานบางส่วนของ สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี อยู่ ซึ่งมันก็อาจจะส่งผลต่อโปรแกรมที่วางไว้ได้เช่นกัน
 
เรื่องนี้มันก็เป็นปัญหาที่ทางสมาคมฯ จะต้องแก้กันต่อไป ซึ่งเรื่องกฎหมายต่างๆ น่ะ มันไม่ค่อยน่าห่วงกันสักเท่าไหร่หรอก เพราะยังผู้นำของวงการฟุตบอลก็เคยเป็นตำรวจมาก่อน แถมยังมีทีมทนายคอยให้คำปรึกษาด้วย ยังไงมันก็ผ่านเรื่องนี้ไปได้แน่ๆ (แค่อาจจะสะบักสะบอมนิดหน่อย)
 
ถ้าถามกันตรงๆ ว่าอยากจะให้เกมไทยลีกมันกลับมาเตะกันเร็วๆ ไหม ตอบเลยว่าก็อยากอยู่นะ เพราะจากข่าวคราวที่ได้ยินมา ตอนนี้หลายทีมกำลังประสบปัญหาเรื่องการเงินกันอยู่ไม่น้อย ถ้าลีกไม่เปิดสักทีสโมสรเดือดร้อนหนักแน่ๆ
 
แต่ก็นั่นล่ะ ทุกอย่างมันจะมาแก้ไขปัญหากันปุบปับไม่ได้ มันต้องปรึกษาหาทางออกร่วมกันให้ดีก่อน และสิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ก็คือ "รอ" ให้ทุกอย่างมันชัดเจนเท่านั้น
 
ทั้งนี้ทั้งนั้น เบื้องต้นทางเราทราบมาว่า ทางสมาคมฯ จะมีการประชุมหารือแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้ หลังจากที่รัฐบาลประกาศมาตรการต่างๆ ของพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาแล้ว ซึ่งก็อย่างที่ว่าไปบรรทัดบน ก็คือต้อง รอดูประกาศอย่างเป็นทางการกันต่อไปนะจ๊ะ
 
ส่วนชาวเรานั้น ถ้าเป็นไปได้ ก็งดการเดินทางออกต่างจังหวัดกันก่อน เพราะตัวเราเองก็ไม่สามารถรู้ได้ ว่าเราติดเชื้อโควิด-19 ไปแล้วหรือเปล่า ขืนเดินทางออกต่างจังหวัดกลับบ้านหาญาติพี่น้อง แล้วเราเกิดเรามีเชื้อขึ้นมาจริงๆ มันจะเดือดร้อนกันหมด