TODAY NEWS

ถ้าโควิด-19 ไม่เล่นงานโลกลูกหนัง

23 มี.ค. 2563
แน่นอน ฟุตบอลไม่มีคำว่า "ถ้า" มีแต่เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วและไม่ได้เกิดขึ้น เท่านั้น
 
การคืบคลานเข้าล้างโลกของไวรัสวายร้าย โควิด-19 ทำให้ฟุตบอลรายการใหญ่ต้องหลีกทางกันหมด คงเหลือไว้แค่กลิ่นจากบรรดาบอลเล็กบอลชายขอบที่ไม่เคยอยู่ในความสนใจเท่านั้น -- ที่ว่าแข็งที่ว่าแกร่งอย่าง ซูเปอร์ลีก ตุรกี ที่สุดแล้วก็ต้องประกาศเลื่อนไปแบบไม่มีกำหนดเหมือนกัน
 
แม้ฟุตบอลจะไม่มีคำว่าถ้า แต่ก็น่าคิด...ว่าสมมุติ "ถ้า" โลกไม่โดนโควิดเข้าโจมตี สังคมฟุตบอลจะเดินหน้ากันต่อจนภาพออกมาเป็นแบบไหนเมื่อถึงวันนี้
 
การช่วงชิงสคูเด็ตโต้แห่ง เซเรีย อา จะเป็นไปอย่างไร, เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า จะมีสะดุดเพิ่มไหม, เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ จะยิงเพิ่มได้กี่เม็ด
 
และ ลิเวอร์พูล จะการันตีแชมป์พรีเมียร์ลีกไปเรียบร้อยแล้ว...หรือยัง?
 
 
• โควิดวันนี้ • 
ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นในทุกวันและทุกประเทศทั่วโลก มีเพียงแห่งเดียวที่เริ่มยิ้มได้คือดินแดนต้นตออย่าง จีน ที่ในยอด "ผู้ติดเชื้อรวม" 81,093 รายช่วงบ่ายนี้ มีผู้ป่วยปัจจุบัน (Active cases) แค่ 5,120 เคสเท่านั้นเอง ที่เหลือ 72,703 "หายแล้ว (Recovered cases) และร้ายแรง (หรือเสียชีวิต) 3,270 ราย
 
นอกนั้น...
อิตาลี 59,138 (Active cases สี่หมื่นหก / ตายห้าพันสี่)
สหรัฐอเมริกา 35,418 (Active cases สามหมื่นสี่ปลายๆ)
สเปน 29,909 (สองหมื่นห้า)
เยอรมนี 24,873 (สองหมื่นสี่)
อิหร่าน 21,638 (หมื่นสอง)
ฝรั่งเศส 16,018 (หมื่นสาม)
เกาหลีใต้ 8,961 (ห้าพันหก)
สวิตเซอร์แลนด์ 7,724 (เจ็ดพันหก)
สหราชอาณาจักร 5,702 (ห้าพันสอง)
เนเธอร์แลนด์ส 4,216 (สี่พันถ้วน)
-------------------------
(ด้านล่างนี้ มิได้เรียงตามลำดับ)
ออสเตรเลีย 1,709 (พันหก)
โปรตุเกส 1,600 (พันห้า)
บราซิล 1,546 (พันห้า)
เดนมาร์ก 1,512 (พันห้า)
มาเลเซีย 1,306 (พันหนึ่ง)
ตุรกี 1,236 (พันสอง)
ญี่ปุ่น 1,101 (แปดร้อย)
ไอร์แลนด์ 906 (เก้าร้อย)
ไทย 721 (668)
อาร์เจนติน่า 266 (235)
โครเอเชีย 254 (249)
เม็กซิโก 251 (245)
มัลดีฟส์ 13 (10)
 
 
• กลางสัปดาห์นี้ • 
สมมุติถ้าโควิด-19 เป็นแค่เรื่องขำๆ นอนพักก็หายเหมือนไข้หวัด ฟุตบอลจะเดินหน้ามาได้ต่อตามปกติ และในช่วงกลางสัปดาห์นี้จะเข้าสู่ช่วง "เบรคทีมชาติ" งวดแรกของปี 2020
 
เกมทีมชาติจะมีการสาดแข้งกันนัวๆ ทั่วโลก เป็นสิบเป็นร้อยคู่ในวันพฤหัสบดี 26 มี.ค. นี้ อาทิ
 
• ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย
ไทย จะเปิดบ้านรับมือ อินโดนีเซีย คู่แข่งที่เราสามารถคาดหวังได้เต็มที่ถึง 3 คะแนนเต็ม สำหรับกลุ่มจี รอบคัดเลือกรอบสอง
 
กับการเตะทัพอิเหนาที่แพ้มา 5 เกมรวด (ตกรอบแล้ว) แม้ชัยชนะอาจไม่ได้ช่วยเพิ่มความหวังการเข้ารอบมากนัก แต่ช้างศึกก็จะมีเพิ่มเป็น 11 แต้ม เกาะกลุ่มหัวแถว แล้วค่อยไปชี้ชะตากัน 2 เกมสุดท้ายช่วงเดือน มิ.ย.
 
พฤหัสบดีนี้ นอกจาก ไทย-อินโด คัดบอลโลกเอเชียก็จะมีเกมอาทิ ออสเตรเลีย-คูเวต, ญี่ปุ่น-เมียนมา, เกาหลีใต้-เติร์กเมนิสถาน, อิหร่าน-ฮ่องกง, ยูเออี-มาเลเซีย
 
• ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้
เริ่มต้นซัดกันพฤหัสบดีนี้ ทั้งช่วงกลางดึกและรุ่งสาง คู่เอกอยู่ที่ อาร์เจนติน่า พบ เอกวาดอร์ หรือ อุรุกวัย เปิดบ้านพบ ชิลี
 
• ยูโร 2020 รอบเพลย์ออฟ
พฤหัสบดีนี้จะเริ่มต้นเพลย์ออฟรอบตัดเชือก แบบเตะนัดเดียวจบใน 4 สาย (8 คู่) หาทีมเข้าชิงชนะเลิศกัน ซึ่งน่าสนใจในหลายคู่ ทั้ง ไอซ์แลนด์-โรมาเนีย (Path A), บัลแกเรีย-ฮังการี (Path A), สโลวาเกีย-ไอร์แลนด์ (Path B), นอร์เวย์-เซอร์เบีย (Path C) หรือ สกอตแลนด์-อิสราเอล (Path C)
 
• นัดลับแข้ง
คู่ใหญ่ของพฤหัสบดีนี้มีเกมเดียว เข้าข่าย "แมตช์หยุดโลก" อยู่เหมือนกัน สเปน สาดแข้ง เยอรมนี ที่ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ ซึ่งจะเป็นเกมแรกในการคัมแบ็กคุมทีมกระทิงดุของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ด้วย จากนั้นวันศุกร์ จะมีหลายคู่น่าจับตา เช่น อังกฤษ-อิตาลี, เบลเยียม-โปรตุเกส, ฝรั่งเศส-ยูเครน
 
 
• สุดสัปดาห์นี้และกลางสัปดาห์หน้า • 
ยังคงเป็นรายการเดียวๆ กันทั้งหมด ทั้งคัดบอลโลก 2 โซน, เกมลับแข้งทีมชาติ และรอบเพลย์ออฟยูโร 2020
 
อังคาร 31 มี.ค. จะได้ทราบบทสรุปของ "สมาชิกยูโร 2020" ใครกันจะเป็น 4 ชาติที่ตามไปสมทบรอบสุดท้าย เมื่อนี่จะเป็นวันชิงชนะเลิศเพลย์ออฟของแต่ละ Path
 
ส่วนพุธและพฤหัสบดีหน้า จะปล่อยว่าง เพื่อรอการกลับมาอีกครั้งของบอลลีกยุโรป เริ่มต้นในวันศุกร์ที่ 3 เม.ย. เป็นต้นไป
 
 
• พรีเมียร์ลีก • 
ต้องย้อนไปถึง 11 มี.ค. เกมตกค้างระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ อาร์เซน่อล ซึ่งมีผลเกี่ยวพันโดยตรงกับโจทย์ที่ว่า "ลิเวอร์พูล จะเป็นแชมป์เร็วขนาดไหน?"
 
เพราะสมมุติว่าเด็กๆ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เกิดพลาดท่าเสียที ทำแต้มหลุดขึ้นมาอีก เจอร์เก้น คล็อปป์ และชาวคณะหงส์แดง ก็ยิ้มแฉ่งถูมือรอเลย
 
ในการไปเยือน เอฟเวอร์ตัน มันเดย์ไนท์ 16 มี.ค. แม้ช่วงหลังจะออกหน้าเจ๊าบ่อยครั้งถึง 6 จาก 7 หนหลัง แต่ฟอร์มของทีมทอฟฟี่ออกทรงแกว่งไกวมากก่อนถึงเกมนี้ (เสมอ 1 แพ้ 2) ดังนั้นจึงเป็นไปได้สูงว่า ลิเวอร์พูล จะบุกมาชนะได้อย่างไม่พลาด
 
และสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี่ ลิเวอร์พูล ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรในการจะเปิดแอนฟิลด์สยบ คริสตัล พาเลซ
 
เท่ากับก่อนเข้าช่วงพักเบรคทีมชาติ ลิเวอร์พูล อาจโกยแต้มไปได้ถึง 88 คะแนน ในขณะที่ แมนฯ ซิตี้ (โปรแกรมคือ อาร์เซน่อล, เบิร์นลี่ย์, เชลซี) อาจเพิ่มขึ้น 5-7 แต้ม มาอยู่ที่ 62-64 คะแนน = ห่างกัน 26-28 แต้ม กับอีก 7 เกมสุดท้าย
 
ลิเวอร์พูล อาจจะ "เป็นแชมป์ไปแล้ว" ก่อนบุกเยือน เอติฮัด สเตเดี้ยม 5 เม.ย.
 
ส่วนสถานการณ์ของโซนอื่นๆ (ยุโรป/ตกชั้น) เป็นเรื่องเกินการคาดเดา แต่จะมีประเด็นให้ถกเถียงพูดคุยกันอย่างเผ็ดร้อนแน่นอน โดยเฉพาะกับเกม สเปอร์ส - แมนฯ ยูไนเต็ด 15 มี.ค. และ แมนฯ ยูไนเต็ด - เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 22 มี.ค. (รวมถึง สิงห์-เรือ 21 มี.ค.)
 
 
• กัลโช่ เซเรีย อา • 
สลับซับซ้อนและแทบจัดเรียงไม่ถูกแล้วว่าเกมไหนอะไรยังไงที่ถูกเลื่อนไปเพราะโควิด-19 บ้าง แต่ก็แน่นอนว่าการลุ้นแชมป์เป็นเรื่องของ "ม้าสามตัว" ยูเวนตุส-ลาซิโอ-อินเตอร์ และช่องห่างคะแนนระหว่าง "งูใหญ่" กับสองผู้นำ ไม่น่าจะเลยเถิดมาเป็น 8-9 แต้มอย่างที่เป็น ด้วยเพราะทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ โดนโรคเลื่อนแบบรัวๆ
 
และหลังจากเกมที่ได้ลงสนามล่าสุด ยูเว่ ตีงูดิ้น 2-0 หลังจากนั้นก็ยังจะเป็น "คิวโหดตับใหญ่" ที่เด็กๆ ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ต้องเผชิญ ทั้งเจอ โตริโน่, เอซี มิลาน และ อตาลันต้า จึงยากต่อการคาดเดาอย่างยิ่งว่า จ่าฝูงหลังผ่านเกมเมื่อเสาร์อาทิตย์ล่าสุดจะได้แก่ทีมใด
 
 
• ลา ลีกา • 
ก่อนโดนพายุโควิดถาโถมเข้าใส่ เรอัล มาดริด ทำงามไส้ด้วยการแพ้ เรอัล เบติส 1-2 ทั้งที่อุตส่าห์ชนะเกม "เอล กลาซิโก้" มาแท้ๆ ส่งผลให้ บาร์เซโลน่า ได้ทีเด้งตัวกลับขึ้นนำจ่าฝูง
 
เพียงแต่การช่วงชิงบัลลังก์ผู้นำก็น่าจะลุ้นกันสนุกแบบวีกต่อวีก กับ 2 เกมที่รออยู่ก่อนเบรคทีมชาติ มาดริด-เออิบาร์, มาดริด-บาเลนเซีย / มายอร์ก้า-บาร์ซ่า, บาร์ซ่า-เลกาเนส
 
 
• บุนเดสลีกา • 
แม้ บาเยิร์น มิวนิค จะเริ่มติดเครื่องทิ้งระยะฉีกหนี ดอร์ทมุนด์ ขึ้นไป 4 แต้ม, ไลป์ซิก 5 แต้ม, กลัดบัค 6 แต้ม, เลเวอร์คูเซ่น 8 แต้ม ก่อนโดนโควิดเล่นงาน แต่ก็ไม่มีการันตีใดใดว่า "เสือใต้" จะพุ่งทะยานแบบไร้รอยต่อเต็มผืน
 
น่าจับตาคือ "เสือเหลือง" ว่าจะไล่บดไล่บี้พี่เสือใต้เขาได้ใกล้ชิดขนาดไหน กับการดวล ชาลเก้ และ โวล์ฟสบวร์ก ฟอร์มของ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ กับ เจดอน ซานโช่ จะร้อนแรงขนาดไหน
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 4 เม.ย. นี้ (ถึงตอนนี้ยังไม่มีสั่งเลื่อนเพิ่ม) ดอร์ทมุนด์ จะเปิดรังบู๊ บาเยิร์น มิวนิค โดยตรงด้วย
 
 
• ถ้วยยุโรป • 
จะได้บทสรุปครบถ้วนเรียบร้อยไปแล้วสำหรับรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกเหนือจากที่ปรากฏผลแล้วว่า หงส์จ๋อย-หมีเฮ, ดอร์ทฟุบ-ปารีสลิ่ว, ไก่หงอย-ไลป์ซิกตีตั๋ว
 
แมนฯ ซิตี้ น่าจะไม่พลาดในการเขี่ย เรอัล มาดริด ตกรอบนี้ หลังตุนสกอร์ชนะ 2-1 มาแล้วที่เบร์นาเบว แต่ด้าน เชลซี ไม่น่ารอด กับการบุกถ้ำเสือใต้โดยที่แพ้เกมแรกคาบ้านมา 0-3
 
รอบ 8 ทีมสุดท้าย ชปล. ก็จะมีจับสลากประกบคู่กันไปแล้ว เพื่อรอคิวเตะเลกแรก 7-8 เม.ย. / เลกสอง 14-15 เม.ย.
 
ฝั่งถ้วยเล็ก ยูโรป้า ลีก ก็จะรอเตะ 8 ทีมสุดท้ายเหมือนถ้วยใหญ่ ที่น่าคิดคือ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้คู่แข่งเป็นใครหลังผ่าน ลินซ์ ง่ายๆ (5-0 นอกบ้านนัดแรก นัดสองไม่ต้องเตะก็ได้) ซึ่งถ้าเจอกระดูกชิ้นโตอย่าง อินเตอร์ มิลาน, โรม่า, เซบีย่า หรือกระทั่งเพื่อนร่วมลีก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ก็แน่นอนว่าจะมีเรื่องให้คุยกันเยอะ
 
 
• ยังหรอก • 
ทั้งเกมระดับชาติช่วงสัปดาห์นี้ ทั้งเกมระดับสโมสร ทุกลีกทุกรายการ ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกอย่างต้อง "หยุดนิ่งไม่ไหวติง" ด้วยความเกรี้ยวกราดของ โควิด-19
 
พรีเมียร์ลีก ยังยืนยันเพิ่มเติมไปแล้ว--อย่างที่ทราบกัน ว่า "ต่อรอบอีกเดือน" เลื่อนเพิ่มไปจนสิ้น เม.ย. เป็นอย่างน้อย และยังไม่ขอยืนยันว่าจะกลับมาเตะได้จริงเมื่อไหร่
 
ยังเชื่อว่า ในไม่เกินสัปดาห์นี้ หลายๆ ลีกที่วางคิวเบื้องต้นล็อควันกลับมาเตะกัน 3-4-5 เม.ย. ก็จะออกประกาศเพิ่มเติม "เลื่อนเพิ่ม" อีกแน่ๆ เมื่อสถานการณ์ผู้ติดเชื้อของแต่ละประเทศยังไม่มีท่าทีจะผ่อนคลายได้เลยสักนิด
 
เพราะสิ่งที่เป็นอยู่มันได้ก้าวขึ้นมาในฐานะ First Piority ไปแล้ว เป็นอะไรที่แต่ละประเทศต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกสุด ไม่ใช่กิจกรรมบันเทิงอย่างฟุตบอล -- ขืนยังจะมาฝืนลงเตะกันต่อ รังแต่จะมีเสียงด่าไล่หลัง
 
ส่วนที่เราๆ ท่านๆ พอทำได้ ก็มีเพียงการดูแลรักษาเนื้อตัว ใส่ใจตัวเองและคนรอบข้าง รับผิดชอบต่อสังคม ประคับประคองกันไปทั้งเรื่องสุขภาพและปากท้อง ส่วนเรื่องฟุตบอล คงได้แค่ "รอเวลา" ภาวนาให้วิถีอันเป็นปกติธรรมดากลับคืนมาโดยเร็ว
 
ฟุตบอลไม่มีดู ข่าวสารการลูกหนังไม่มีเรื่องแซ่บๆ (มีแต่ข่าวเศร้า เดี๋ยวคนนั้นคนนี้ติดเชื้อ) ก็หากิจกรรมอื่นทำกันไป
 
ส่วนคำถามว่า ตกลง...
ลิเวอร์พูล แชมป์ไหม?
ชปล. เตะต่อหรือไม่?
เซเรีย อา จะออกหน้าไหน?
ฯลฯ และ ฯลฯ
 
ที่สุดแล้ว คำตอบจะปรากฏขึ้นเอง--ในอีกไม่นานเกินรอ.
 
ไกด์เถื่อน เรียบเรียง