TODAY NEWS

5 เหตุผลเมสซี่ MOM นัดเจองูใหญ่

3 ต.ค. 2562
บาร์เซโลน่า คว้า 3 คะแนนสำคัญในเกมบิ๊กแมตช์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จากการพลิกแซงชนะ อินเตอร์ มิลาน ไป 2-1 ด้วย 2 ประตูของ หลุยส์ ซัวเรซ
 
อย่างไรก็ตาม "แมน ออฟ เดอะ แมตช์" ประจำเกมที่ คัมป์ นู เมื่อคืนนี้ไม่ใช่ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย แต่กลับเป็น ลิโอเนล เมสซี่ ที่ฤดูกาลนี้ยังไม่มีชื่อทำประตู
 
แล้วเพราะอะไร ตัวเทพอาร์เจนไตน์ถึงคู่ควรกับการเป็นพระเอกของเกมมากกว่า? ลองไปดู 5 เหตุผลนี้กัน
 
1. แอสซิสต์ประตูชัย
 
แม้คนที่ซัดประตูหยิบ 3 แต้มสำคัญให้ บาร์เซโลน่า ก่อนหมดเวลา 6 นาทีจะเป็น หลุยส์ ซัวเรซ แต่ถ้าไปย้อนดูจังหวะประตู คนที่สมควรได้เครดิตมากกว่า คือสตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินาผู้นี้นี่เอง
 
ในนาทีที่ 84 ลิโอเนล เมสซี่ โชว์สเตปเทพ พาบอลลากแหวกแนวรับของ อินเตอร์ มิลาน ขึ้นไปทางกราบขวาของสนาม และหลบได้ถึง 4 คน ก่อนโยกตัดเข้าเท้าซ้าย แล้วดึงจังหวะจ่ายถวายพานให้ ซัวเรซ แตะเข้าไปยิงอย่างเหนือชั้นสุดๆ
 
และถ้าหากย้อนไปดูประตูตีเสมอที่ อาร์ตูโร่ วิดาล เปิดให้ดาวยิงฟันจอบเอี้ยวตัวซัดเข้าไปอย่างสุดสวย จะเห็นได้ว่า เมสซี่ ดึงตัวประกบเข้ามาหาให้ก่อน บริเวณสุดเส้นหลังของกรอบเขตโทษทางขวา และนั่นเป็นการเปิดทางให้ วิดาล มีพื้นที่เหมาะเจาะในการเติมขึ้นไปครอสอย่างเหมาะเหม็ง
 
2. ทำสถิติเลี้ยงผ่านเยอะกว่าใคร
 
เมสซี่ ทำสถิติเลี้ยงผ่านนักเตะงูใหญ่ถึง 10 ครั้ง จากความพยายามทั้งหมด 11 หน ซึ่งนับตั้งแต่ แชมเปี้ยนส์ ลีก เริ่มหวดรอบแบ่งกลุ่มนัดแรก มาจนถึงเมื่อคืนที่ผ่านมา ยังไม่มีนักเตะคนไหนเลย ที่จะพาบอลผ่านคู่ต่อสู้ในนัดเดียว ได้มากเท่าที่กัปตันบาร์ซ่าทำได้เมื่อคืนนี้
 
3. สร้างโอกาสลุ้นประตูเยอะสุด
 
ในเกมทุบงูใหญ่ที่ คัมป์ นู ดาวดังวัย 32 ปีสามารถสร้างโอกาสให้เพื่อนทำประตูมากถึง 6 ครั้ง ขณะที่เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ไม่มีใครสร้างโอกาสได้มากกว่า 1 ครั้งแม้แต่คนเดียว
 
และไม่ใช่แค่มากกว่าแข้งบาร์ซ่าด้วยกันเท่านั้น เมสซี่ ยังเป็นผู้เล่นที่สร้างโอกาสเยอะกว่าทุกคนในสนาม โดยคนที่ทำได้เยอะสุดของฝั่ง อินเตอร์ มิลาน คือ สเตฟาโน่ เซนซี่ กับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (คนละ 3 ครั้งเท่ากัน)
 
4. มีส่วนกับประตู 13 เกมติด ถ้าลงตัวจริง ชปล. รอบแบ่งกลุ่มในบ้าน
 
สถิติจากออปต้าระบุว่า 13 นัดหลังสุด ที่ บาร์เซโลน่า ใส่ชื่อ ลิโอเนล เมสซี่ ลงเป็น 11 คนแรกในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มที่ คัมป์ นู ไม่มีนัดไหนเลย ที่เขาทำประตูหรือแอสซิสต์ไม่ได้ 
 
13 นัดที่ว่า เมสซี่ มีส่วนร่วมกับประตูโดยตรงถึง 29 ประตู โดยยิงเอง 22 ลูก และแอสซิสต์อีก 7 ครั้ง
 
 
5. ฟอร์มโคตรเทพ ทั้งที่เล่นเต็มเกมนัดแรก
 
นี่คือการลงสนามครบ 90 นาทีเป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้สำหรับ ลิโอเนล เมสซี่ หลังจากเพิ่งสลัดอาการบาดเจ็บต้นขากลับมาหมาดๆ
 
ฤดูกาลนี้ เมสซี่ ลงสนามให้ บาร์เซโลน่า รวมกันเพียงแค่ 212 นาที จาก 4 นัดรวมทุกรายการเท่านั้น และที่ผ่านมายังไม่มีเกมไหนที่เล่นได้นานกว่า 45 นาทีเลย
 
เกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่บุกไปเสมอ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 0-0 เขาถูกเปลี่ยนตัวลงแทน อันซู ฟาติ ในนาที 59 จากนั้นในเกมที่บุกไปแพ้ กรานาด้า 0-2 ก็ลงเล่นแทน ฟาติ อีกครั้งตั้งแต่เริ่มครึ่งหลัง
 
ส่วนเกมลีกนัดล่าสุดที่เจ้าตัวลงเล่น (ชนะ บียาร์เรอัล 2-1) ก็อยู่ในสนามเพียงแค่ 45 นาทีแรก แล้วก็ต้องโดนถอดออกให้ อุสมาน เดมเบเล่ ลงไปแทน เพราะสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์พอ และก็ไม่พร้อมให้ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ใช้งานในเกม ลา ลีกา นัดที่บุกไปชนะ เคตาเฟ่ 2-0
 
แต่พอเรียกความฟิตกลับมาทันเกมสำคัญที่ต้องเจอ อินเตอร์ เขาก็แสดงให้เห็น ว่าตัวเองเป็นผู้เล่นที่สมบูรณ์แบบมากขนาดไหน