TODAY NEWS

ขวบปีแห่งความฝันของ ดไวท์ ยอร์ค

4 เม.ย. 2563
12.6 ล้านปอนด์
 
คือค่าตัวของดาวยิงผิวสีที่ชื่อว่า "ดไวท์ ยอร์ค" ซึ่งในห้วงนาทีนั้น ถือเป็นค่าตัวที่สูงที่สุดในประวัติศาสต​ร์การซื้อขายของ แมนเชสเตอร์​ ยูไนเต็ด เลยทีเดียว
 
เสียงค่อนขอดดังจากทั่วทุกมุมของเกาะอังกฤษ ไม่ใช่ว่า ยอร์ค ไม่เก่งนะครับ แต่ในสายตาของนักข่าว และ บรรดากูรูลูกหนังตอนนั้น มองว่าค่าตัวเหยียบ ๆ สถิติโลกแบบนี้มัน "แพงเกินไป" สำหรับกองหน้าที่ยิงประตูในลีกไม่ถึง 20 ประตูต่อฤดูกาล และมีแค่เกียรติยศ​อย่าง มิคกี้ เมาส์ คัพ ติดตัวมาแค่นั้น
 
ยิ่งถ้านำไปเทียบกับเป้าหมายหลักที่ทีมอยากได้จริง ๆ อย่าง แพทริก ไคลเวิร์ต ด้วยแล้ว ดีกรีที่ ยอร์ค มีนั้นแทบจะเทียบกันไม่ติดเลยทีเดียว
 
ไคลเวิร์ต เล่นในฟุตบอลโลกมาแล้ว และยังเคยเป็น แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาก่อน
 
ขณะที่ ยอร์ค ไม่เคยเล่นฟุตบอลโลก, ไม่เคยได้ดาวซัลโวรายการใด ๆ และไม่เคยเล่น แชมเปี้ยนส์​ ลีก เลยสักครั้ง
 
นั่นคือคำถามจากนักวิจารณ์​ ถึงค่าตัวที่แพงหูฉี่ของ ดไวท์ ยอร์ค เมื่อนำมาเทียบกับ แพทริก ไคลเวิร์ต
 
"ผมไม่รู้สึ​กกดดันกับค่าตัวนะ มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมมีคุณค่า​มากกว่าด้วยซ้ำที่บอส (อเล็กซ์​ เฟอร์กูสัน​ ในวันที่ยังไม่ได้เป็นเซอร์)​ ไว้วางใจในตัวผมมากขนาดนี้" ยอร์คกล่าว
 
 
เกมแรกของ ยอร์ค ในสีเสื้อทีมใหม่ จบลงด้วยการทำได้แค่ เสมอ กับเวสต์แฮม​ไป 0-0 
 
เสียงค่อนขอดมีแอบดังขึ้นตามกระแส แต่ดาวยิงฟันขาวยักไหล่ไม่สนใจ เพราะเขาจัดการตบหน้าคนวิจารณ์​เขาได้ทันที ในเกมนัดต่อมาที่พบกับ ชาร์ลตัน แอธเลติค 
 
ยอร์ค กับ โซลชาจัดการตะบันกันไปคนละ 2 ประตู พาทีมเอาชนะขาดลอย 4-1
 
"ผมรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และเริ่มปรับตัวกับทีมได้เรื่อย ๆ เมื่อมองไปที่ม้านั่งสำรองพวกเรามีกองหน้าชั้นยอดอีกถึง 2 คนรอโอกาสอยู่ ดังนั้นการทำประตูแรกได้เร็วมันก็ยิ่งทำให้ผมเล่นได้ง่ายมากขึ้น"
 
ใครจะไปรู้ครับ ว่า 1 ใน 2 กองหน้าที่นั่งสำรองวันนั้น จะกลายมาเป็น คู่หูคู่โหด ที่เข้าขารู้ใจที่สุด ในยุคสมัยของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
 
ดไวท์ ยอร์ค จับคู่กับ แอนดี้ โคล ได้ลงตัวราวกับจิ๊กซอว์ที่ตามหากันมานานแสนนาน โดยเกมแรกที่ทั้งคู่ลงสนามคู่กัน และทำประตูได้พร้อมกัน คือเกมนัดที่ 7 ของฤดูกาล กับการออกไปเยือนเซาท์​แธมป์ตัน 
 
ซึ่งในเกมนี้ ยูไนเต็ด​ เอาชนะไปได้ 3-0 ก่อนที่จะจบฤดูกาล​เหมือนฝันนั้นด้วยทริปเบิ้ลแชมป์ และเขย่าตาข่ายรวมกันถึง 53 ประตูรวมทุกรายการ
 
"เกมที่ดีที่สุดของผมในการเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด​ คือเกมเสมอบาร์ซ่า 3-3 ที่คัมป์ นู"
 
"บอสสั่งให้เราเล่นเกมรุก ผมกับ โคล เล่นชิ่งกันได้สวยงามมาก และผมเองก็ทำได้ 2 ประตูที่นั่น, สนามแห่งนั้นใหญ่มาก สามารถจุประชากรของ โตเบโก ได้ทั้งประเทศเลยนะ มันคือความทรงจำที่สวยงามซึ่งผมจะไม่มีวันลืมมันลงเลย"
 
ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ ยอร์ค กับ โคล ยิงรวมกันให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ถึง 119 ประตูจาก 3 ฤดูกาลที่เล่นร่วมกัน
 
และยังกวาดถ้วยแชมป์ไปมากถึง 6 ใบในช่วงเวลาดังกล่าวอีกด้วย
 
 
ฤดูกาล 1998-99 คือฤดูกาลแห่งความฝันของ ยอร์ค และมันก็มีหลากหลายความทรงจำที่เกิดขึ้นมากมาย
 
ทำประตู บาร์เซโลน่า ได้ 2 ลูก ที่ คัมป์ นู
 
ทำประตู บาเยิร์น มิวนิค ได้ที่บ้านของเสือใต้
 
โหม่งใส่ อินเตอร์ มิลาน 2 ประตู ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย อันมาจากการเปิดของ เดวิด เบ็คแฮม ทั้ง 2 ลูก
 
โหม่งตีเสมอ ยูเวนตุส 2-2 ใน ตูริน ทั้งที่โดนนำไปก่อน 0-2 ก่อนจะพาทีมพลิกมาชนะ 3-2 ในตอนจบ
 
ยิงประตูตีเสมอ ลิเวอร์พูล ใน เอฟเอ คัพ นาทีสุดท้าย 
 
หรือจะ 2 ประตู ที่ยิงใส่ เชลซี ในเอฟ เอ คัพ นัดรีเพลย์ โดยเฉพาะลูกชิพข้ามหัว เอ็ด เดอ ฮุย ลูกนั้น มันยอดเยี่ยมจนภาพกีฬามันมัน ต้องเอามาฉายให้ดูอีกรอบ
 
 
จากเสียงค่อนขอดในตอนต้น
 
นักเตะที่ไม่เคยได้ดาวซัลโวพรีเมียร์​ลีก
ยอร์ค คว้ามันมาครองได้ ในฤดูกาล​แรกของเขากับ แมนฯ ยูไนเต็ด
 
นักเตะที่ไม่เคยเล่นใน แชมเปี้ยนส์​ ลีก
ยอร์ค คว้าแชมป์ได้ทันทีในฤดูกาล​แรก อีกทั้งยังเป็นดาวซัลโวในถ้วยนี้ร่วมกับ อังเดร เชฟเชนโก้ อีกด้วย
 
นักเตะที่ไม่เคยเล่นฟุตบอลโลก
ยอร์ค พาทีมชาติเล็ก ๆ ของเขาไปเล่นในรายการนี้ได้สำเร็จตอนปี 2006 โดยที่เขาสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม
 
12.6 ล้านปอนด์ในวันนั้น...
ทั้ง ยอร์ค และ เฟอร์กี้ พิสูจน์​ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า นอกจากจะไม่แพงเกินไปแล้ว
 
ยังถูกเหมือนได้ฟรีอีกต่างหาก
 
 
Mr.X_วีว่าซอค