คอลัมนิสต์ : Mr.ทีมงาน Vivasoc

ชูการ์ เรย์ เลียวนาร์ด ตำนานกำปั้นในวัย 64

18 พ.ค. 2563
 
นักชกหลายรายมักถูกจดจำจากไฟต์ใหญ่เพียงไฟต์เดียวหรือถูกจดจำจากคู่อริสำคัญ แต่น้อยรายนักที่จะได้เจอกับคู่อริที่มีความยอดเยี่ยมมากมายหลายคนเช่น ชูการ์ เรย์ เลียวนาร์ด และสามารถเอาชนะคู่อริเหล่านั้นได้บ่อยครั้งจนถูกมองว่าไม่มีใครเทียบเคียงได้ในช่วงเวลาที่ครองความยิ่งใหญ่
 
"ชูการ์แมน" อายุครบ 64 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาคว้าแชมป์โลก 6 ครั้ง จาก 5 รุ่นน้ำหนัก แต่ในอาชีพของเขามักเกี่ยวข้องกับคู่ต่อสู้ที่เขาขึ้นชกด้วย รวมถึงวิธีการที่เขาชกกับคู่แข่งจนได้รับชัยชนะ
 
หลังสิ้นสุดยุค 1970 และยุคของแชมป์เฮฟวี่เวทระดับไอคอนอย่าง มูฮัมหมัด อาลี, จอร์จ โฟร์แมน และ โจ ฟราเซียร์ จบลง, เลียวนาร์ด กลายเป็นจุดสนใจพร้อมกับคู่อริสำคัญอีก 3 ราย 
 
เลียวนาร์ด, โรแบร์โต้ ดูรัน, มาร์วิน แฮ็กเลอร์ และ โธมัส เฮิร์นส์ ขึ้นชกรวมกัน 9 ครั้งในระหว่างปี 1980-1989 ในรุ่น เวลเตอร์เวท หรือ มิดเดิ้ลเวท
 
"แต่ละไฟต์จาก 9 ไฟต์ของยอดกำปั้น 4 คนนี้ ต่างได้รับการจดจำในรูปแบบของมัน และอย่างน้อย 2 ไฟต์ในจำนวนนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นไฟต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล" จอร์จ คิมบอลล์ เขียนในหนังสือ "โฟร์ คิงส์" ของเขา
 
 
เลียวนาร์ด แจ้งเกิดจากการคว้าเหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์ ปี 1976 เขามองกีฬามวยเป็นธุรกิจบันเทิงชนิดหนึ่ง และเขากับคู่แข่งก็สร้างเอกลักษณ์ส่วนตัวเพื่อยกระดับความเป็นคู่อริ
 
เฮิร์นส์ คือ "เดอะ ฮิตแมน" จากหมัดขวาที่ทำลายล้าง, แฮ็กเลอร์ สร้างสไตล์ของตัวเองเป็น "มาร์เวลัส มาร์วิน แฮ็กเลอร์", ดูรัน นักชกที่ก้าวขึ้นมาจากการวิวาทตามถนนมีนิคเนมว่า "มาโนส เด เปียดร้า" หรือ "ไอ้หมัดหิน"
 
ส่วน ชูการ์ เรย์ ที่ถ่ายรูปขึ้นกล้อง มีรอยยิ้มและเต็มไปด้วยความมีเสน่ห์ แต่เบื้องหลังอิมเมจที่ดูเนี้ยบนั้น เขาเป็นคนที่ดื่มหนัก, ใช้ยา และนอกใจภรรยาของตัวเอง
 
 
"ผมสร้างความละอายให้ตัวเองบ่อยครั้งจนผมไม่แคร์ที่จะจดจำมัน" เลียวนาร์ด เขียนในอัตชีวประวัติของเขาด้วยความซื่อสัตย์
 
บนสังเวียน เลียวนาร์ด สร้างความภูมิใจให้กับตัวเอง และเขาจดจำคู่อริแต่ละคนของเขาในแบบของพวกเขาเอง เขาบอกว่าชัยชนะเมื่อปี 1981 เหนือ เฮิร์นส์ คือ "ช่วงเวลาที่แสดงว่าเขาเป็นนักชกที่แท้จริง"
 
 
การเอาชนะ แฮ็กเลอร์ เมื่อปี 1987 หลังหยุดชกไป 3 ปี เนื่องจากจอประสาทตาหลุดลอก เขาบอกว่ามันคือช่วงเวลาที่ "ภูมิใจที่สุด"
 
 
 
ความเป็นคู่อริกับ ดูรัน
แม้แต่ในวันนี้ ผ่านมา 3 ทศวรรษหลังจากที่ทั้งคู่ชกกัน เขาก็ยังถูกเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ ดูรัน
 
ก่อนไฟต์แรกของพวกเขาเมื่อเดือน มิ.ย. 1980 ดูรัน เล่นสงครามประสาทในหัวของ เลียวนาร์ด ด้วยการพูดเยาะเย้ยเขาและครอบครัว ซึ่งมันได้ผลเมื่อ ดูรัน เอาชนะ เลียวนาร์ด กระชากแชมป์ WBC รุ่นเวลเตอร์เวทของนักชกอเมริกันที่เพิ่งได้มาไม่ถึงหนึ่งปี ไปครอง
 
 
เลียวนาร์ด ทวงแชมป์ของเขาคืนใน 5 เดือนหลังจากนั้น ในรีแมตช์ไฟต์ที่ได้รับการจดจำว่า "No Mas" (ไม่เอาแล้ว) ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ ดูรัน โบกมือไล่ให้ เลียวนาร์ด ออกไปและยอมแพ้ดื้อๆ ในช่วงปลายยก 8 
 
มันยังคงเป็นหนึ่งในไฟต์ที่ได้รับการจดจำมากที่สุดตลอดกาล และมันยังคงทำให้ผู้ชนะสับสนงงงวยถึงทุกวันนี้
 
"ไฟต์ No Mas เป็นอะไรที่แปลกประหลาดมาก" เลียวนาร์ด ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ส "ผมอยู่บนเวทีและผมไม่รู้ว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น"
 
"ดูรัน ไม่ได้พูดอะไร... เขาไม่ได้พูดว่า No Mas ผมไม่ได้ยินเขาพูดว่า No Mas"
 
 
ไฟต์นั้นได้บทสรุปที่น่าประหลาดใจจนต้องมีไฟต์ตัดสินที่สามเกิดขึ้น
 
หลังจากเอาชนะและเสมอกับ เฮิร์นส์ ก่อนปราบ แฮ็กเลอร์ ด้วยการเอาชนะคะแนนแบบไม่เป็นเอกฉันท์ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดครั้งหนึ่ง เลียวนาร์ด ขึ้นชกกับ ดูรัน อีกครั้งในปี 1989 และเอาชนะกำปั้นปานามาวัย 38 (ตอนนั้น) รักษาเข็มขัดแชมป์ซูเปอร์-มิดเดิ้ลเวท ของ WBC ไว้ได้
 
 
มันเป็นการล้างแค้นที่แสนหวานและ เลียวนาร์ด ยังคงให้เครดิต ดูรัน เสมอมาสำหรับความสำเร็จที่มากมายของเขา
 
"มันอาจจะฟังดูบ้านะ แต่ไฟต์แรกของผมกับ ดูรัน ที่ผมแพ้นั้นเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ผมภูมิใจที่สุด" เลียวนาร์ด กล่าว 
 
"ผมใคร่ครวญเรื่องการรีไทร์หลังไฟต์นั้น ผมต้องการเลิกหลังไฟต์นั้นเพราะมันทำให้ผมหมดพลังไปเยอะมากในการชกกับ ดูรัน และผมไม่ต้องการเจออะไรแบบนี้อีก"
 
"แต่กลับกลายเป็นว่าไฟต์นั้นทำให้ผมเป็นนักชกที่ดีขึ้น มันทำให้ผมเป็นนักชกที่ดีขึ้นในการต่อยไฟต์แรกกับ ทอมมี่ เฮิร์นส์ ความพ่ายแพ้ครั้งแรกครั้งนั้นมันสร้างความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจรวมถึงจิตวิญญาณ แต่มันทำให้ผมกลายเป็นนักชกที่ดีขึ้น"
 
เลียวนาร์ด ซึ่งก่อตั้งมูลนิธิชูการ์ เรย์ เลียวนาร์ด ต่อสู้กับโรคเบาหวานทั้ง 2 ชนิด ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีกับ เฮิร์นส์ ซึ่งเขาบอกว่าเพื่อนรายนี้มีไอเดียให้ทั้งคู่ขึ้นชกกันอีกครั้ง ซึ่ง เลียวนาร์ด ปฏิเสธไปในทันที
 
 
ที่น่าแปลกใจมากกว่านั้นคือ เขากลายเป็นบัดดี้สนิทของ ดูรัน คู่อริเก่า
 
"จากคนทั้งหมดทั่วโลก ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยเป็นล้านๆ ปี ว่าผมจะเป็นเพื่อนกับ โรแบร์โต้ ดูรัน ได้" เขากล่าว "แต่มันก็เป็นไปแล้ว ผมรักเขา, ผมให้ความเคารพเขา, ผมยกย่องเขาและเราเป็นเพื่อนกัน ไม่ต้องมีคำถามในเรื่องนั้น"
 
"เขามีความพิเศษกับผมมาก"