คอลัมนิสต์ : Mr.ทีมงาน Vivasoc

แพทริค มาโฮมส์ กับฝันซูเปอร์โบวล์ที่เป็นจริง

12 ก.พ. 2563
 
เมื่อ 7 ปีก่อน แพทริค มาโฮมส์ ฝันว่าจะเป็นควอเตอร์แบ็คที่ได้ไปเที่ยว ดิสนี่ย์ เวิลด์ หลังคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์
 
เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว เขาทำฝันนั้นให้เป็นจริงได้แล้ว สานฝันตามทวีตที่เจ้าตัวเคยเขียนไว้ตอนอายุ 17
 
 
"ผมลืมเรื่องนั้นไปหมดแล้วจนกระทั่งมันเริ่มมีคนนำมารีทวีตในสัปดาห์นี้ในระหว่างช่วงสัปดาห์ซูเปอร์โบวล์" ควอเตอร์แบ็คแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ บอกกับ ดอน ริดเดิ้ล นักข่าวกีฬาซีเอ็นเอ็น ที่ ดิสนี่ย์ เวิลด์
 
"ผมจำได้ว่าเคยเขียนมันแต่ก็ไม่ได้นึกถึงมันจนกระทั่งวันนี้"
 
"การได้มาอยู่ในโมเมนต์นี้ อยู่ที่ดีสนี่ย์ เวิลด์ กับ ชีฟส์ คิงดอม (กลุ่มแฟนเหนียวแน่นของ ชีฟส์) ที่คอยหนุนหลังผมเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อมาก มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยนึกถึงตอนอายุเท่านั้น"
 
 
มาโฮมส์ เป็นคนบงการการคัมแบ็คในเกมกับ ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้นายเนอร์ส -- ซึ่งเป็นการคัมแบ็คของ ชีฟส์ ครั้งที่สามในโพสต์ซีซั่น -- หยุดการรอคอยของทีม 50 ปี ในการกลับมาคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์อีกครั้ง
 
จอมทัพวัย 24 เป็นควอเตอร์แบ็คที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รางวัล "เอ็มวีพี" และเป็นควอเตอร์แบ็คอายุน้อยสุดอันดับสองที่คว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ต่อจาก เบน โรธลิสเบอร์เกอร์ ควอเตอร์แบ็คพิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส
 
หลังเอาชนะการตามหลัง โฟร์ตี้นายเนอร์ส 10 คะแนนได้ -- นายเนอร์ส ทีมที่เป็นผู้แพ้ในซูเปอร์โบวล์เมื่อ 7 ปีก่อน ตอนที่ มาโฮมส์ ทวีตดังกล่าว -- ชีฟส์ กลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ เอ็นเอฟแอล ที่ชนะถึง 3 ครั้ง หลังเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่งถึง 10 คะแนนหรือมากกว่าในช่วงโพสต์ซีซั่น
 
"จิตใจที่พร้อมต่อสู้จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย จนกระทั่งนาฬิกากลายเป็นเลขศูนย์ -- นั่นคือสิ่งที่เราเป็นในฐานะทีม" มาโฮมส์ กล่าว
 
"ผมคิดว่าเพื่อนๆ ให้ความมั่นใจในตัวผมให้ขว้างบอลต่อไป, ปาบอลต่อไป และสู้ต่อไปไม่ว่าสกอร์จะเป็นอย่างไร"
 
"ผมมีจิตใจที่ต่อสู้ตลอดเวลา เห็นได้ชัด ผมคิดว่าเราอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ในตอนนั้น (ตอน ชีฟส์ ตาม 10 คะแนน) แต่ผมรู้ว่าถ้าเราพยายามเล่นให้ดีที่สุดไปทีละเพลย์ เรายังมีโอกาศ"
 
"ผมเชื่อในทีมรับของเราว่าจะหยุดคู่แข่งได้ และเราก็หาทางทำสกอร์ได้เพียงพอในที่สุด"
 
 
มาโฮมส์ เป็นเพียงควอเตอร์แบ็คแอฟริกัน-อเมริกัน คนที่ 3 ที่คว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ต่อจาก ดั๊ก วิลเลี่ยมส์ (วอชิงตัน เร้ดสกินส์) ในปี 1988 และ รัสเซลล์ วิลสัน (ซีแอตเติ้ล ซีฮอว์คส์) ในปี 2014
 
เขาเป็นส่วนหนึ่งในคลื่นลูกใหม่ของควอเตอร์แบ็คผิวดำที่ก้าวขึ้นมาครองลีกอย่างร้อนแรงในซีซั่นนี้ ซึ่งรวมถึง ลามาร์ แจ็คสัน ของ บัลติมอร์ เรเว่นส์, เดชอน วัตสัน ของ ฮิวส์ตัน เท็กแซนส์ และ แด็ค เพรสค็อตต์ ของ ดัลลัส คาวบอยส์
 
"ตอนนี้ใน เอ็นเอฟแอล ผู้เล่นมีมาจากทุกเชื้อชาติพันธุ์, มาจากทุกแบ็คกราวด์, พวกเขาเข้าไปในลีกและประสบความสำเร็จ" มาโฮมส์ กล่าว
 
"ผมกำลังตื่นเต้นกับอนาคตของ เอ็นเอฟแอล การสามารถลงไปในสนามและเล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมในอีกหลายปีข้างหน้า"
 
"งานหนักที่พวกเขาทุ่มเท -- ไม่ว่าคุณจะมาจากไหน คุณสามารถเข้าไปและประสบความสำเร็จได้ในลีกนี้"
 
 
มาโฮมส์ ได้ชูถ้วย "ลอมบาร์ดี้ โทรฟี่" ก่อนวันเกิดครบรอบ 25 ไปเรียบร้อย -- สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาตลอดอาชีพของพวกเขาพยายามจะทำมันให้ได้ ดังนั้นอะไรคือเป้าหมายต่อไป?
 
"ผมต้องการคว้าแชมป์ต่อไปเรื่อยๆ ผมต้องการอยู่กับเพื่อนๆ ของผมรอบๆ ตัว" มาโฮมส์ กล่าว
 
"มีหลายสิ่งที่ผมต้องการทำมันให้ได้ รางวัล "วอลเตอร์ เพย์ตัน เอ็นเอฟแอล แมน ออฟ เดอะ เยียร์" (รางวัลที่แจกให้ผู้เล่นเอ็นเอฟแอลที่ช่วยเหลือสังคม) คือสิ่งที่ผมต้องการได้สักครั้ง แต่มันต้องใช้การอุทิศตัวเองอย่างมาก, ต้องทำงานอย่างหนัก, ปีแล้วปีเล่า, พยายามเป็นคนที่ดีที่สุดที่ผมสามารถเป็นได้"
 
 
สิ่งที่เพื่อนร่วมทีมพูดถึง แพทริค มาโฮมส์ และการคัมแบ็คในควอเตอร์สุดท้าย :
 
เดเมี่ยน วิลเลี่ยมส์ รันนิ่งแบ็ค พูดถึงตอนที่ ชีฟส์ ตามหลัง 10 คะแนน : "การได้เห็น แพท ขว้าง 2 อินเตอร์เซปท์นั้น มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ กับเขา ตอนนั้นคุณไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาได้อย่างไรเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยทำ"
 
แฟร้งค์ คล้าร์ค ดีเฟนซีฟ เอนด์ : "มันดูยาก มันดูเหมือน แพท จะมีงานหนักเล็กน้อยในตอนแรก"
 
คริส โจนส์ ดีเฟนซีฟ แท็คเกิ้ล : "ขอเราเพียงควอเตอร์เดียว แพท มาโฮมส์ อยู่ที่นั่น หน่วยรับบอลจะทำให้มันเกิดขึ้นได้ ส่วนทีมรับของเราต้องยกระดับการเล่นขึ้นไป หยุดคู่แข่งให้ได้บ้างเพื่อเอาบอลมาให้พวกเขาทำให้มันเกิดขึ้น"
 
แดเนี่ยล โซเรนเซ่น เซฟตี้ : "เรารู้ดี ในฐานะทีมรับ "เราจะเอาบอลคืนให้ แพท และเขาสามารถทำสิ่งที่พิเศษได้" เขาสามารถทำสกอร์ได้อย่างรวดเร็ว และนั่นคือสิ่งที่เราทำได้" 
 
ไทรีค ฮิลล์ ปีกนอก พูดถึงข้อความที่ มาโฮมส์ บอกทีมเมื่อเข้าสู่ควอเตอร์สี่ : "เขากระตุ้นเรา, บอกเราให้มีความเชื่อ คุณรู้ดี เมื่อเราตาม 10-20 และเขาบอกเราให้มีความเชื่อในควอเตอร์ที่สี่  เขาเห็นมันในตาของพวกเรา พวกเขารู้สึกแย่ รวมถึงตัวผม ผมคิดว่า "ให้ตายเถอะ เราจะหลุดจากตรงนี้ไปได้ยังไง?"
 
"และเขาบอกว่า "เบอร์ 10 (เบอร์ของ ฮิลล์) นายต้องมีความเชื่อเพื่อน เหมือนกับความศรัทธาเดียวกันที่นายมีมาตลอดอาชีพ นายต้องมีความเชื่อเดี๋ยวนี้ มันจะเกิดขึ้นเพื่อน ฉันรู้สึกได้"
 
ไทแรนน์ แมธิว เซฟตี้ : "ผมคิดว่าเมื่อคุณมีผู้เล่นอย่าง แพท มาโฮมส์ และผู้เล่นชั้นยอดในทีมบุก คุณไม่มีเหตุผลเลยที่จะยอมแพ้"
 
แอนโธนี่ เชอร์แมน ฟูลแบ็ค บอกว่ามันเป็นเช่นไรกับการมี มาโฮมส์ ตอนเป็นฝ่ายตามหลัง : "คุณสามารถทำอะไรก็ได้ เขานิ่งอย่างเหลือเชื่อ, เขามีสมาธิ และการมีความเชื่อมั่นในตัวเขาและความเชื่อมั่นของทีม -- ผมไม่สามารถบรรยายมันได้ เขาเป็นควอเตอร์แบ็คที่ดีที่สุดใน เอ็นเอฟแอล และผมพร้อมจะลงไปสู้เคียงข้างเขาในทุกวันของสัปดาห์"
 
ทราวิส เคลซี่ ปีกใน : "มันคือ "แมจิค มาโฮมส์" มันคือ "โชว์ไทม์ มาโฮมส์" เขาจะเป็นตัวเขาเองไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร และคุณรู้ไหม? ผมรักเขา ผมรักเขา เขาทำให้ทีมนี้กลับสู่เกม เขาทำมันได้ในหลายๆ เพลย์"
 
แอนดี้ รีด เฮดโค้ช : "เขาขว้างต่อไป นั่นคือสิ่งที่เขาทำ เพื่อนๆ ที่อยู่รายรอบเขาต่างเชื่อในตัวเขา เราทั้งหมดต่างเป็นเช่นนั้น รวมถึงโค้ชทุกคนที่มีเขาอยู่ในทีม"
 
เชอร์แมน พูดถึงความเยือกเย็นของ มาโฮมส์ ในควอเตอร์ที่สี่ : "เขาจะหาทางจนเจอ เขาไม่มีทางที่จะพลาดแหวนซูเปอร์โบวล์"
 
เอริค ฟิสเชอร์ แท็คเกิ้ล : "นั่นคือผู้นำของเรา ให้ตายเถอะ เขาแบกเกมไว้บนบ่าของเขาและหาทางปิดมันด้วยตัวเอง"
 
แซมมี่ วัตกิ้นส์ ปีกนอก : "เขาคือนักเรียนดีเด่นตัวจริง"
 
เชอร์แมน พูดถึงการคัมแบ็คในเกมก่อนหน้าว่ามันช่วยพวกเขาในซูเปอร์โบวล์หรือเปล่า : "ใช่ คุณรู้ว่ามันเป็นไปได้เพราะคุณเคยทำมัน แต่คุณก็รู้ได้ว่ามันเป็นไปได้เพราะ แพท คือควอเตอร์แบ็คของคุณ คุณพูดเล่นหรือเปล่า? อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีเขา"
 
เดเมี่ยน วิลสัน ไลน์แบ็คเกอร์ : "เขาคือความยอดเยี่ยมที่เราเก็บไว้ในขวด เขาโชว์ฟอร์มสุดยอดให้เรา...เขาน่าตื่นเต้นมาก ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเองหรือการขว้าง"
 
แอนโธนี่ ฮิทเช่นส์ ไลน์แบ็คเกอร์ : "เด็กคนนี้เป็นปีศาจ เขาทำได้หมด เขาวิ่งได้ เขาขว้างได้ เขาทุ่มเทใช้ร่างกายทำทุกอย่าง และเขาเป็นนักรบ เขาจะอยู่ในลีกนี้ไปอีกนาน -- และเขาจะทำลายสถิติอีกมากมาย"
 
ฮิลล์ : "เขาหล่อหลอมพวกเราเข้าด้วยกัน และคุณได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เรากลับมาเอาชนะได้"
 
ฮิทเช่นส์ พูดถึงการที่ มาโฮมส์ ได้รับเลือกเป็น "ซูเปอร์โบวล์ เอ็มวีพี" : "ผมแน่ใจว่านี่จะไม่ใช่ครั้งเดียวที่เขาได้รางวัลนี้"
 
 
 
แปลและเรียบเรียงจาก: Patrick Mahomes goes to Disney World and lives his Super Bowl dream: CNN
ทีมา: https://edition.cnn.com/2020/02/04/sport/patrick-mahomes-cheifs-super-bowl-spt-intl