คอลัมนิสต์ : Mr.ทีมงาน Vivasoc

ใครจะหยุด ทอม เบรดี้ และ นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์?

7 ก.ย. 2562
 
ผู้เล่น 1696 คน, 32 ทีม และ 267 เกม -- ศึกอเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล ซีซั่น 2019 มาถึงแล้ว
 
ปีนี้ปีที่เอ็นเอฟแอลมีอายุครบ 100 ปี พอดี มีการเปลี่ยนแปลงโลโก้ และตราต่างๆที่ติดเพิ่มในชุดแข่ง ปีที่ 100 เริ่มต้นคิกออฟด้วยสองทีมที่มีอายุมากที่สุดของลีก และเป็น กรีน เบย์ แพคเกอร์ส ที่บุกไปชนะคู่อริตลอดกาลอย่าง ชิคาโก้ แบร์ส 10-3
 
ด้วยการมีผู้เล่นหน้าใหม่ถูกดราฟท์เข้ามาในลีก, มีผู้เล่นโยกย้ายทีม และกฏกติกาใหม่ที่จะนำมาใช้ ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนตั้งแต่วันที่ นิว อิงแลนด์ เพเทรียตส์ เอาชนะ ลอส แอนเจลิส แรมส์ 13-3 ในศึกซูเปอร์โบว์ล LIII ที่แอตแลนต้า
 
ดังนั้นก่อนจะออกสตาร์ตซีซั่นใหม่ ด้วยความช่วยเหลือของ คอย ไวร์ อดีตผู้เล่นเอ็นเอฟแอลของบัฟฟาโล่ บิลส์ และ แอตแลนต้า ฟัลคอนส์ เราลองมาดูกันว่ามีอะไรที่เราควรจับตามองในศึกคนชนคนปีนี้
 
ทีมที่มีลุ้นคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์
ไม่เหมือนกับกีฬาอื่นๆ ทีมที่มีลุ้นคว้าถ้วยลอมบาร์ดี้ โทรฟี่ บ่อยครั้งจะมีการเปลี่ยนแปลงเกือบทุกปีตามพื้นฐานของมัน
 
แต่แม้จะมีผู้ท้าชิงเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ หนึ่งสิ่งที่ยังอยู่คงเดิมในช่วงหลายปีหลังคือ -- นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์
 
นับตั้งแต่ปี 1996 พวกเขาเข้าชิงซูเปอร์โบว์ล 10 ครั้ง คว้าแชมป์ไป 6 สมัย และการที่พวกเขามี ทอม เบรดี้ ยอดควอเตอร์แบ็คที่อยู่ยงคงกระพัน รวมถึง บิล เบลิชิค ยอดโค้ชมากประสบการณ์สมองเพชร ดูเหมือนว่าทีม "นักรบกู้ชาติ" มีลุ้นจะเข้าซูเปอร์โบว์ลได้อีกครั้ง
 
สำหรับการต่อสู้ระดับท็อปของฝั่งเอเอฟซี เพเทรียตส์จะต้องแย่งที่ในซูเปอร์โบวล์กับ พิตเบิร์ก สตีลเลอร์ส ที่แข็งแกร่งเสมอ และ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ -- ที่มี แพทริค มาโฮมส์ เป็นควอเตอร์แบ็คเจ้าของตำแหน่งผู้เล่นเอ็มวีพี คนล่าสุด
 
"ตัวเต็งที่จะเข้าซูเปอร์โบว์ลจากฝั่งเอเอฟซี ยังเป็น เพเทรียตส์...อีกครั้ง" ไวร์บอก "จะมีทีมไหนในประวัติศาสตร์เอ็นเอฟแอลที่ผูกขาดความยิ่งใหญ่มากไปกว่าพวกเขาอีกหรือ?"
 
"มีเด็กอายุ 8 ขวบคนใดที่ไม่เคยเห็นเกมรอบชิงเอเอฟซีที่ไม่มี เพเทรียตส์ ลงเล่นบ้าง ใช่แล้ว -- 8 ครั้งซ้อนที่พวกเขาเข้าชิงแชมป์สาย การได้เจอกับ ทอม เบรดี้ และ บิล เบลิชิค สองครั้งต่อปี, ทุกปี ในช่วง 6 ซีซั่นของผมกับ บัฟฟาโล่ บิลส์ ผมบอกได้เลยว่าการครองบัลลังก์ยาวนานของพวกเขาเป็นเรื่องที่มากกว่าพรสวรรค์ของร่างกาย"
 
"ในความเป็นจริง พวกเขาไม่มีเคยรอสเตอร์ที่มีผู้เล่นพรสวรรค์มากที่สุดบนกระดาษ พวกเขาชนะเพราะพวกเขามีความเชื่อแบบผู้ชนะ และพวกเขาได้สร้างพิมพ์เขียวของวัฒนธรรมความเป็นผู้ชนะซึ่งไม่เคยมีการทำซ้ำในลีกมาก่อน การท้าทายที่ใหญ่ที่สุดจะมาจาก แคนซัส ซิตี้, แพทริค มาโฮมส์ เอ็มวีพีคนล่าสุดของลีกกลับมาหลังจากผลงาน 50 ทัชดาวน์ และการขว้างรวม 5,000 หลา เมื่อซีซั่นก่อน"
 
"ม้ามืดในเอเอฟซี จะเป็น แจ็คสันวิลล์ ด้วยทีมรับที่เกี้ยวกราดของพวกเขาบวกกับการเพิ่มเข้ามาของ นิค โฟลส์ ควอเตอร์แบ็คเจ้าของแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ในทีมบุก"
 
 
มันตรงกันกันข้ามกับฝั่งเอ็นเอฟซีอย่างสิ้นเชิง ซึ่งดูเหมือนทุกอย่างยังเปิดกว้าง เมื่อมี 4 จาก 7 ทีมระดับท็อปที่ต้องต่อสู้กันเพื่อคว้าโควตาไปซูเปอร์โบว์ล
 
แพคเกอร์ส, แรมส์, เซนต์ส และ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิ้ลส์ ดูเหมือนจะได้ฟาดฟันกันในเพลย์ออฟ ขณะที่ทีมที่เริ่มมีประสบการณ์อย่าง แบร์ส ภายใต้การคุมทีมปีที่สองของ แม็ตต์ นากี้ อาจจะมีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์
 
"ในฝั่งเอ็นเอฟซี เซนต์สจะกลับมาเคาะประตูซูเปอร์โบว์ลอีกครั้ง" ไวร์เน้นย้ำ "ดรูว์ บรีส์ ควอเตอร์แบ็ควัย 40 ของพวกเขายังคงขว้างบอลได้ดีกว่าแทบผู้เล่นทุกคน"
 
"คุณลองนึกภาพว่ามันจะน่าตื่นเต้นแค่ไหนหาก นิวออร์ลีนส์ จะได้รีแมตช์กับ แรมส์ อีกครั้งในเกมรอบชิงสายเอ็นเอฟซี หลังเมื่อมีก่อนมีเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดการถกเถียงหลังไม่มีการทำโทษการรบกวนปีก ส่งให้ เซนต์ส ต้องตกรอบแบบโชคร้าย มันเป็นไปได้ที่ทั้งคู่จะกลับมาเจอกันอีกครั้ง"
 
"ม้ามืดฝั่งเอ็นเอฟซี คืออดีตทีมเก่าของผม แอตแลนต้า ฟัลคอนส์ อัตราต่อรองจากลาส เวกัส ให้พวกเขามีโอกาสชนะไม่เกิน .500 แต่หลังจากผมได้ใช้เวลากับทีมนี้ในช่วงออฟซีซั่น ผมบอกด้วยความมั่นใจว่าพวกเขามีดีกว่าตอนที่ได้เข้าซูเปอร์โบว์ลเมื่อปี 2016 ซะอีก"
 
"เกมบุกของพวกเขากลับมา (และดีกว่าเดิม) หลัง แม็ตต์ ไรอัน ควอเตอร์แบ็คทำตัวเลขได้ใกล้เคียงกับซีซั่นที่เขาได้ตำแหน่งเอ็มวีพี และทีมรับของพวกเขาก็กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งหลังเจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างหนักเมื่อซีซั่นก่อน"
 
 
การโยกย้าย
เมื่อพูดถึงช่วงออฟซีซั่นที่ระเบิดระเบ้อ เอ็นเอฟแอล มักจะเป็นฝ่ายตามหลัง เอ็นบีเอ
 
แต่หลังจากเปิดตลาดฟรีเอเยนซี่เมื่อวันที่ 13 เดือนมี.ค. เอ็นเอฟแอลตัดสินใจที่จะไม่ขอเป็นฝ่ายเดินตามเอ็นบีเอ ด้วยการเทรดระดับบล็อคบัสเตอร์ และการเซ็นผู้เล่นฟรีเอเยนต์ที่มากมาย
 
ในวันเปิดตลาดฟรีเอเยนต์ โอเดลล์ เบ็คแฮม จูเนียร์ และ อันโตนิโอ บราวน์* สองปีกนอกซูเปอร์สตาร์ถูกเทรดไปอยู่กับ คลีฟแลนด์ บราวน์ส และ โอ๊คแลนด์ เรดเดอร์ส* ตามลำดับ 
 
นิค โฟลส์ ควอเตอร์แบ็คดีกรีแชมป์ซูเปอร์โบว์ล 2018 เซ็นสัญญา 4 ปี รับค่าจ้าง 88 ล้านเหรียญสหรัฐฯกับ แจ็คสันวิลล์ จากัวร์ส ขณะที่ ลีวีออน เบลล์ รันนิ่งแบ็ค -- ที่ตัดสินใจไม่เล่นตลอดซีซั่น 2018 กับ สตีลเลอร์ส จากปัญหาเรื่องค่าจ้าง -- เซ็นสัญญา 4 ปี รับเงิน 52.5 ล้านเหรียญกับ นิวยอร์ค เจ็ตส์
 
"อันโตนิโอ บราวน์* ไปโอ๊คแลนด์ด้วยเท้าที่ถูกหิมะกัด และหมวกกันน็อคที่โดนแบนกลายเป็นการย้ายช่วงออฟซีซั่นที่ดราม่า แต่การย้ายที่สุดช็อค, น่าตื่นเต้น, ทำให้งุนงง และน่าทึ่งที่สุดคือ โอเดลล์ เบ็คแฮม จูเนียร์ อดีตสตาร์ดังของไจแอนท์ส ที่ไปเล่นกับ บราวนส์" ไวร์บอก 
 
"คลีฟแลนด์ในตอนนี้ถูกทำให้ตื่นเต้นมากกว่าทุกทีมในประวัติศาสตร์ของลีกที่มีสถิติแพ้มากกว่าชนะในซีซั่นก่อนหน้า เบเกอร์ เมย์ฟิลด์ ควอเตอร์แบ็คดาวรุ่งที่มีสีสันพาพวกเขาชนะถึง 5 จาก 8 เกมหลังสุดในปี 2018 และด้วยการมีเฮดโค้ชคนใหม่, โอบีเจ ย้ายไปจอยกับ จาร์วิส แลนดรี้ อดีตทีมเมทในระดับคอลเลจ บราวน์ส น่าจะได้กลับไปเล่นเพลย์ออฟเสียทีในเดือนม.ค.ปีหน้า"
 
*ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ก.ย. โอ๊คแลนด์ เรดเดอร์ส ปล่อยตัว อันโตนิโอ บราวน์ ออกไปแล้ว หลังปีกนอกคนดังทำตัวงอแงไม่อยากเล่นกับทีม และมีข่าวว่าตกลงย้ายไปเล่นกับ นิว อิงแลนด์ เพเทรียตส์ ได้แล้ว รอการประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น ยิ่งเป็นการเสริมอาวุธให้ เบรดี้ และ เพเทรียตส์ มากขึ้นไปอีก
 
 
ผู้เล่นหน้าใหม่
ระบบดราฟท์ของกีฬาอเมริกันคือแนวทางที่พยายามปรับความไม่สมดุลในลีก
 
ทีมที่มีผลงานแย่ที่สุดในซีซั่นก่อนมีโอกาสที่จะเลือกผู้เล่นอายุน้อยที่ดีที่สุดที่มาจากคอลเลจในการดราฟท์ซีซั่นถัดไป
 
หลังจากจบด้วยผลงานแย่ที่สุดในลีกเมื่อปีก่อน 3-13 และมีการเปลี่ยนแปลงเฮดโค้ชใหม่, อริโซน่า คาร์ดินัลส์ เลือก ไคเลอร์ เมอร์เรย์ ผู้เล่นเจ้าของรางวัลไฮส์แมน โทรฟี่ ในดราฟท์อันดับที่หนึ่ง และหวังว่าเขาจะช่วยควอเตอร์แบ็คทีมไปสู่ความสำเร็จ
 
ส่วนที่อื่นอนาคตของ อีไล แมนนิ่ง ควอเตอร์แบ็คแชมป์ซูเปอร์โบว์ล 2 สมัย ของ นิวยอร์ค ไจแอนท์ส ใกล้จะปิดฉากลงแล้วหลังพวกเขาดราฟท์ แดเนี่ยล โจนส์ ควอเตอร์แบ็คจากดู๊คเข้ามาในอันดับที่ 6 ขณะที่ วอชิงตัน เร้ดสกินส์ ดราฟท์ ดเวนย์น ฮาสกิ้นส์ ควอเตอร์แบ็คจากโอไฮโอ สเตท ในอันดับ 15
 
"ด้วยส่วนสูงแค่ 5 ฟุต 10 นิ้ว (1.77 ม.) และหนัก 207 ปอนด์ (93 ก.ก.) ไคเลอร์ เมอร์เรย์ คือผุ้เล่นที่น่าตื่นเต้นที่สุดของดราฟท์ปีนี้" ไวร์อธิบาย
 
"ดราฟท์อันดับ 1 ของ คาร์ดินัลส์ จะเป็นหนึ่งในควอเตอร์แบ็คที่ตัวเล็กที่สุด และมีความแข็งแรงมากที่สุดที่เอ็นเอฟแอลเคยมีมา"
 
"เขามีโอกาสที่จะสานต่อความเป็นยอดควอเตอร์แบ็คร่างเล็กต่อจาก เบเกอร์ เมย์ฟิลด์, รัสเซลล์ วิลสัน และ ดรูว์ บรีส์"
 
 
กฏที่เปลี่ยนแปลง
หลังทุกฤดูกาลของเอ็นเอฟแอลปิดลง เจ้าของทีมเอ็นเอฟแอลจะมาร่วมกันรีวิวว่ากฏใหม่ใดจะได้รับการทดลองใช้ หรือกฏเก่าไหนควรจะถูกปรับเปลี่ยน
 
ผลที่ออกมาในช่วงออฟซีซั่น พวกเขาตัดสินใจรีวิวกฏการรบกวนปีก หลังความผิดพลาดในรอบชิงเอ็นเอฟซี เมื่อซีซั่นก่อนซึ่งทำให้ นิว ออร์ลีนส์ เซนต์ส เสียโอกาสเข้าไปเล่นในซูเปอร์โบว์ล
 
หลังการพิจารณา ทางเอ็นเอฟแอลตกลงให้สิทธิ์เฮดโค้ชของทีมเอ็นเอฟแอล สามารถชาเลนจ์การรบกวนปีกได้ 2 ครั้งต่อเกม ไม่ว่าผู้ตัดสินจะเป่าหรือไม่เป่าโทษ
 
เป้าหมายคือเพื่อลดความเป็นไปได้ที่เกมจะถูกตัดสินโดยการตัดสินใจที่ผิดพลาดของผู้ตัดสิน
 
แต่เพราะการขาดความสม่ำเสมอในการตัดสินใจรีวิว รวมถึงเวลาที่ต้องใช้ การเปลี่ยนกฏนี้ไม่ได้ส่งผลดีกับทุกคนไป
 
"การเปลี่ยนกฏรบกวนปีกเป็นสิ่งที่แย้งกับความต้องการของลีกที่ต้องการผลักดันให้ลดความนานของเกม" ไวร์กล่าว
 
 
"บางคนบอกว่านี่เป็นปฏิกิริยาตอบกลับจากเกม เซนต์ส-แรมส์ ที่ฉาวโฉ่เมื่อปีก่อนซึ่งทำให้ นิว ออร์ลีนส์ ชวดไปซูเปอร์โบวล์"
 
"กฏใหม่นี้จะทำให้แฟนๆสนใจว่ามันบ่อยครั้งแค่ไหนที่จะมีการเป่ารบกวนปีก (ซึ่งมันเกิดขึ้นแทบจะตลอดเวลา) ความรู้สึกผมบอกว่ากฏนี้จะถูกยกเลิกไปหลังจบซีซั่นนี้ และแฟนๆจะรู้สึกขอบคุณที่มันถูกเลิกใช้"
 
 
 
แปลและเรียบเรียงจาก: Can anyone stop Tom Brady and the New England Patriots? Ex-NFL star Coy Wire previews the season: CNN Sport
 
ที่มา: https://edition.cnn.com/2019/09/05/sport/2019-nfl-season-preview-100th-season-spt-intl/index.html